Voice SEO กลยุทธ์การตั้งรับการค้นหาด้วยเสียง

ณ ปัจจุบัน นอกจากการค้นหาด้วยการพิมพ์ข้อความลงไปใน search engine เพื่อใช้ในการค้นหาแล้ว ยังมีฟังก์ชันการค้นหาข้อมูลต่างๆ ด้วยเสียงเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

หากคุณเข้า Google Search คุณจะสังเกตเห็นเป็นรูปไมโครโฟนที่ปรากฎด้านขวามือของช่องค้นหา 

Voice SEO_กลยุทธ์ Voice SEO_กลยุทธ์ SEO_สร้าง Contents_รับทำ SEO_กลยุทธ์เพิ่ม Backlink_การทำ SEO_การสร้าง backlink_การสร้าง Conten_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Google ติดอันดับ_เขียน Blog_เทคนิค SEO_เทคนิคเพิ่ม traffic_เพิ่ม traffic ให้กับเว็บไซต์

ทั้งนี้เพื่อรองรับการใช้งานด้วยเสียง ในกรณีที่ไม่สะดวกพิมพ์ โดยกดที่รูปไมโครโฟนแล้วพูดสิ่งที่ต้องการค้นหา เพียงเท่านี้ข้อมูลที่ต้องการก็จะปรากฎขึ้น

ซึ่ง ฟังก์ชั่นการค้นหาด้วยเสียงกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น ดังนั้น ธุรกิจออนไลน์ต่างๆ จึงจำเป็นจะต้องปรับกลยุทธ์ SEO หรือ Voice SEO เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ฟังก์ชันเสียงตามไปด้วย

ในบทความนี้ Blacksheep ได้นำการศึกษาของ Bright Local ที่จะช่วยให้ความรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์การทำ Voice SEO ที่เหมาะสม และช่วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์และ Content ให้รองรับต่อการใช้งานฟังก์ชันการค้นหาด้วยเสียงกัน

Voice SEO คืออะไร?

Voice SEO คือ กลยุทธ์ในการที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์และ Content  โดยเฉพาะการค้นหาด้วยการใช้เสียงในการสั่งการ มีหลักในการทำงานคล้ายๆ กับ Cortana, Siri หรือ Alexa 

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อต้องการค้นหาสภาพอากาศในแต่ละวัน ร้านอาหารอร่อยๆ หรือแม้แต่การค้นหาตู้ ATM ที่อยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งมันเหมือนกับเป็นการค้นหาทั่วไป

ดังนั้น Search Engines จะเริ่มประมวลผลในการค้นหาผลลัพธ์เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้งาน

คุณจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงแทนที่จะได้ผลลัพธ์ 10 รายการจากคำค้นหาคำ ระบบ Search Engines จะพยายามเสนอคำตอบที่ชัดเจนหนึ่งคำ โดยเสนอผลลัพธ์จากการค้นหาออกมา 10 รายการ แต่ให้ความสำคัญเฉพาะกับคำตอบเดียว

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อลองถาม Google ว่า “Barack Obama อายุเท่าไร?” โดยใช้ฟังก์การค้นหาด้วยเสียงผ่านไมโครโฟนสีสันสดใสในแถบเครื่องมือการค้นหา และสิ่งที่ Google แสดงพร้อมกับการตอบด้วยเสียง คือ เขาอายุ 56 ปี

Voice SEO_กลยุทธ์ Voice SEO_กลยุทธ์ SEO_สร้าง Contents_รับทำ SEO_กลยุทธ์เพิ่ม Backlink_การทำ SEO_การสร้าง backlink_การสร้าง Conten_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Google ติดอันดับ_เขียน Blog_เทคนิค SEO_เทคนิคเพิ่ม traffic_เพิ่ม traffic ให้กับเว็บไซต์

ขณะเดียวกันเมื่อถามคำถามเดียวกันใน Cortana ของ Microsoft Bing ก็จะแสดงคำตอบคล้ายๆ กันเพียงคำตอบเดียว

Voice SEO_กลยุทธ์ Voice SEO_กลยุทธ์ SEO_สร้าง Contents_รับทำ SEO_กลยุทธ์เพิ่ม Backlink_การทำ SEO_การสร้าง backlink_การสร้าง Conten_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Google ติดอันดับ_เขียน Blog_เทคนิค SEO_เทคนิคเพิ่ม traffic_เพิ่ม traffic ให้กับเว็บไซต์

เห็นได้ชัดว่า Voice SEO กำลังกลายเป็นเครื่องมือในการตอบกลับด้วยปากเปล่าได้ มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การตอบคำถามเดียวที่เป็นไปได้ ค่อนข้างชัดเจน และตรงตามความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด

แน่นอนมันอาจเร็วเกินไปที่จะอ้างว่า การค้นหาด้วยเสียง หรือกลยุทธ์ Voice SEO จะเปลี่ยนการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องมือค้นหาอย่างลึกซึ้ง แต่มันได้สร้างผลกระทบแล้ว!!!

การ Voice SEO จะเปลี่ยน SEO แบบดั้งเดิมได้อย่างไร

Search Engine Land ระบุว่า “50% ของผู้ค้นหาเว็บไซต์ทั้งหมดในปี 2020 จะใช้เสียง ซึ่งหมายความว่าธุรกิจและนักการตลาดควรเริ่มเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิวัติครั้งนี้โดยเร็วที่สุด”

“แต่การ Voice SEO จะไม่เปลี่ยนวิธีการของ SEO ใช่ไหม?”

1) การมีเว็บไซต์สำหรับมือถือเป็นสิ่งจำเป็น

จากการศึกษาของ Bright Local พบว่า 56% ของผู้ใช้บริการบนเว็บไซต์นิยมใช้สมาร์ทโฟนเพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจในท้องถิ่น โดยการค้นหาข้อมูลนั้นจะใช้ฟังก์ชันเสียงในการค้นหาข้อมูลมากกว่าการพิมพ์ข้อความ เมื่อมีผู้คนใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตมากขึ้นในการค้นหา 

เพราะฉะนั้น จึงต้องปรับเปลี่ยนการแสดงผลของเว็บไซต์จากเดิมที่แสดงผลในหน้าจอคอมพิวเตอร์ ให้เหมาะสมต่อการแสดงผลในหน้าจอสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต

ซึ่งทั้งสองอุปกรณ์นี้มีขนาดแตกต่างกันกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดังนั้น จึงต้องมีการออกแบบขนาดหน้าจอการแสดงผลที่แตกต่างกันด้วย

อย่างไรก็ตาม Search engine ของ Google ได้มีการเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมเพื่อให้เหมาะสมกับการแสดงผลบนหน้าจอสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต โดยสามารถทดสอบเว็บไซต์ของคุณว่ามีการแสดงผลที่เหมาะสมบนอุปกรณ์เหล่านี้หรือไม่? 

เพียงเข้าไปที่ https://search.google.com/test/mobile-friendly จะปรากฎข้อมูลเว็บไซต์ว่าควรมีการปรับปรุงส่วนใดบ้างให้เหมาะสมกับการใช้งานบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต

Voice SEO_กลยุทธ์ Voice SEO_กลยุทธ์ SEO_สร้าง Contents_รับทำ SEO_กลยุทธ์เพิ่ม Backlink_การทำ SEO_การสร้าง backlink_การสร้าง Conten_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Google ติดอันดับ_เขียน Blog_เทคนิค SEO_เทคนิคเพิ่ม traffic_เพิ่ม traffic ให้กับเว็บไซต์

2) Directory จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น

จากการศึกษาของ Bright Local พบว่า ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ 97% มักค้นหาความเห็นออนไลน์สำหรับธุรกิจในท้องถิ่นโดยใช้ Google Maps, Bing Places for Business, และ Yelp เป็นต้น เพื่อค้นหาสินค้าและบริการที่ดีที่สุดในท้องถิ่น

ดังนั้น จึงควรบริหารจัดการความเห็น และเว็บไซต์ Directory ของผู้ค้นหาเหล่านี้ เพราะเมื่อธุรกิจของคุณมีการค้นหาใน Google search เมื่อไร มันจะปรากฎผลลัพธ์ดังภาพที่ปรากฎด้านล่าง ซึ่งจะเห็นว่าการแสดงผลใน 3 ลำดับแรกมาจากการบริหารจัดการความเห็น และเว็บไซต์ Directory

Voice SEO_กลยุทธ์ Voice SEO_กลยุทธ์ SEO_สร้าง Contents_รับทำ SEO_กลยุทธ์เพิ่ม Backlink_การทำ SEO_การสร้าง backlink_การสร้าง Conten_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Google ติดอันดับ_เขียน Blog_เทคนิค SEO_เทคนิคเพิ่ม traffic_เพิ่ม traffic ให้กับเว็บไซต์

3) การใช้คีย์เวิร์ดเป็นคำๆ ใน SEO อาจไม่จำเป็นอีกต่อไป

Voice SEO จะแตกต่างจากการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดหลักทั่วไป เพราะคีย์เวิร์ดจะมีลักษณะยาว และเป็นรูปประโยค คล้ายกับประโยคการสนทนา 

ยกตัวอย่างเช่น “ฉันต้องการหาปั๊มน้ำมันที่อยู่ใกล้ฉัน” ซึ่งจะเห็นว่าเป็นลักษณะของการสนทนา

ดังนั้น Content ที่เต็มไปด้วยคีย์เวิร์ดหลักเหมือนการทำ SEO ในอดีต ที่นิยมทำเป็นคำๆ ก็จะไม่มีประโยชน์มากเท่าไรนักกับผู้ใช้งาน

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การทำ SEO ด้วยการใช้คีย์เวิร์ดหลักแบบเดิมๆ จะได้ผลน้อยลง เพราะมันทำให้ข้อความดูรก และอาจกลายเป็นสแปมสำหรับผู้อ่าน 

“ปรับแต่ง SEO ให้เหมาะกับการ Voice SEO อย่างไร?”

เพื่อให้เว็บไซต์ของเราได้รับการจัดอันดับจาก Google จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการทำ Voice SEO ให้สอดคล้องต่อการใช้ฟังก์ชันการค้นหาเสียง ซึ่งโดยปกติมี 3 ลักษณะคือ

มีลักษณะเป็นการสนทนา ดังที่อธิบายไว้ข้างต้นว่า ผู้คนมักจะมี “การสนทนา” กับผู้ช่วยในการค้นหา มากกว่าการพิมพ์วลียาวๆ ลงในแถบการค้นหา

มีคำและวลี “ใกล้ฉัน” เพื่ออธิบายว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการค้นหาอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ที่พวกเขาอยู่ เพราะ 58% ของผู้บริโภคมักค้นหาสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว หรือสถานที่ที่อยู่ไม่ไกลจากเขามากนัก เช่น ปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร ร้านค้า และอื่นๆ อีกเป็นต้น

ผู้ค้นหาต้องการทราบผลการค้นหาทันที ดังนั้น เพื่อต้องการให้พวกเขาทราบผลในทันที เครื่องมือการค้นหาจึงเปลี่ยนเป็น “เครื่องมือตอบคำถาม” แทน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ปรากฎภายหลังการค้นหา จึงมักเป็นคำตอบ ดังนั้น จึงต้องเน้น Content ที่มีประโยชน์มากขึ้น

“เปลี่ยนกลยุทธ์ Voice SEO ปัจจุบันให้ตอบสนองฟังก์ชันเสียงได้อย่างไร?”

1) จัดรูปแบบคีย์เวิร์ดใหม่

สมมติว่าคุณกำลังค้นหา “พีซีที่ดีที่สุดสำหรับนักเล่นเกม” บน Google Search โดยที่ไม่มีการเจาะจงช่วงราคาและคุณสมบัติใดเป็นพิเศษ 

ในทางกลับกัน ถ้า Voice SEO ว่า “พีซีราคาปานกลางที่ดีที่สุดสำหรับนักเล่นเกมคืออะไร” โอกาสที่จะมีผลลัพธ์ปรากฎจะมีมากกว่า

ดังนั้น จึงต้องมีการจัดรูปแบบของคีย์เวิร์ดใหม่ จากเดิมที่นิยมใช้คีย์เวิร์ดหลักเป็นคำๆ ต้องจัดคีย์เวิร์ดให้อยู่ในรูปแบบประโยคสนทนามากขึ้น 

ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการค้นพบโดย Search engine ซึ่งคีย์เวิร์ดหลักที่เหมาะสมกับฟังก์ชันเสียง คือ “ใกล้ฉัน” เพราะฉะนั้นจึงควรเพิ่มคีย์เวิร์ดหลักดังกล่าวในคำอธิบายของเว็บไซต์

นอกจากนี้ ให้อธิบายสถานที่ตั้งของร้านค้าและบริการให้ชัดเจน เพื่อรองรับการแสดงผลเมื่อมีการค้นหาด้วยเสียง โดย Google Search จะแสดงพิกัดของร้านค้าเมื่อถูกค้นหา

และนี่คือเหตุผลที่จำเป็นจะต้องจัดโครงสร้างคีย์เวิร์ดหลักใหม่ ให้อยู่ในลักษณะ ใคร? อะไร? ที่ไหน? เมื่อไหร่? และอย่างไร? เป็นต้น

โดยสามารถใช้เครื่องมือช่วย เช่น Google Trends, WordStream หรือ Google suggestions เป็นต้น เพื่อทำการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดหลัก และให้ใช้บริการฟรี

2) แสดงผลการค้นหาอย่างรวดเร็ว

เมื่อมีการใช้ฟังก์ชันเสียงในการค้นหาข้อมูลต่างๆ บนสมาร์ทโฟน ความเร็วในการแสดงผลเฉลี่ยจะใช้เวลาอยู่ที่ 4.6 วินาที ซึ่งเร็วกว่าความเร็วเฉลี่ยในการค้นหาทั่วไปมาก

Voice SEO_กลยุทธ์ Voice SEO_กลยุทธ์ SEO_สร้าง Contents_รับทำ SEO_กลยุทธ์เพิ่ม Backlink_การทำ SEO_การสร้าง backlink_การสร้าง Conten_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Google ติดอันดับ_เขียน Blog_เทคนิค SEO_เทคนิคเพิ่ม traffic_เพิ่ม traffic ให้กับเว็บไซต์

ฉะนั้น จะต้องทำการตรวจสอบเว็บไซต์ว่าโหลดเร็วหรือไม่ โดยใช้เครื่องมืออย่าง page speed inside และ mobile test เพื่อตรวจสอบว่าเว็บไซต์ของคุณมีการแสดงผลในการโหลดหน้าเว็บเร็วแค่ไหน

3) กระตุ้นให้ลูกค้ารีวิวสินค้าและบริการในเชิงบวก

เพราะผู้คนนิยมใช้ Google Maps ในการค้นหาสินค้าและสถานที่ที่อยู่รอบๆ พวกเขามากขึ้น ดังนั้น ควรกระตุ้นให้ลูกค้าแสดงความเห็นเชิงบวกต่อธุรกิจของคุณ เพราะเมื่อมีความคิดเห็นเชิงบวกมากเท่าไร โอกาสที่เว็บไซต์จะแสดงอยู่ใน 3 รายการแรกของ Google ก็จะมากขึ้นด้วย

และหมั่นอัปเดตข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับธุรกิจให้ทันสมัยอยู่เสมอ เช่น ชื่อ หมวดหมู่ เวลาทำการ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ URL ภาพถ่าย แอตทริบิวต์ เมนู และบริการ เป็นต้น สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Google’s tips on editing business listing

4) มีการแสดงผลในลักษณะของคำตอบ

จากการศึกษา Backlinko พบว่า คำตอบที่ได้จาก Voice SEO โดยเฉลี่ยมีเพียง 29 คำ

Voice SEO_กลยุทธ์ Voice SEO_กลยุทธ์ SEO_สร้าง Contents_รับทำ SEO_กลยุทธ์เพิ่ม Backlink_การทำ SEO_การสร้าง backlink_การสร้าง Conten_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Google ติดอันดับ_เขียน Blog_เทคนิค SEO_เทคนิคเพิ่ม traffic_เพิ่ม traffic ให้กับเว็บไซต์

ดังนั้น จึงควรสร้าง Content ที่มีลักษณะเป็นคำตอบที่สั้นที่สุด (ภายใน 29 คำ) ซึ่งเป็นคำตอบที่ชัดเจนและครอบคลุม 

เพราะการทำ Voice SEO เพื่อตอบสนองการค้นหาจำเป็นต้องใช้ผลลัพธ์ที่กระชับนั่นเอง

5) สร้าง Content ที่อ่านง่าย

เน้นการสร้าง Content ที่อ่านและเข้าใจง่าย เพราะจะช่วยเพิ่มโอกาสในการแสดงผลของ Google เมื่อมีการค้นหาด้วยเสียง

Voice SEO_กลยุทธ์ Voice SEO_กลยุทธ์ SEO_สร้าง Contents_รับทำ SEO_กลยุทธ์เพิ่ม Backlink_การทำ SEO_การสร้าง backlink_การสร้าง Conten_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Google ติดอันดับ_เขียน Blog_เทคนิค SEO_เทคนิคเพิ่ม traffic_เพิ่ม traffic ให้กับเว็บไซต์

ดังนั้น ในการสร้าง Content จึงควรหลีกเลี่ยงคำที่ออกเสียงยาก และหลีกเลี่ยงคำที่ต้องมีการอธิบายเพิ่มเติม

เพื่อเป็นประโยชน์ และเพิ่มประสิทธิภาพต่อการทำ Voice SEO ของคุณในอนาคต ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของ Google ที่มีการเปิดใช้งานฟังก์ชันการค้นหาด้วยเสียง 

อ้างอิงจาก https://www.singlegrain.com/seo/quick-wins-to-optimize-for-voice-search-seo/