Two-Part SEO Ranking ทฤษฎีที่จะทำให้ SEO เป็นเรื่องง่าย

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า Google มีตัวแปรที่ใช้ในการจัดอันดับเว็บไซต์ต่างๆ มากถึง 200 ตัวแปร และถ้าจะให้สนใจทุกตัวแปรเราว่ามันคงยุ่งยากไปหน่อย 

วันนี้เราขออาสาทำให้ SEO Ranking หรือการจัดอันดับเว็บไซต์เป็นเรื่องง่าย

เริ่มจากความเห็นของ Google กันก่อนเลยล่ะกัน

Andrey Lippatsev ที่ปรึกษาด้านเทคนิคของ Google เคยให้ความเห็นไว้ในงาน Hangout ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2016 ว่า “แน่นอนถ้าคุณถามผมว่าอะไรคือตัวแปรสำคัญของการจัดอันดับ ผมยกให้ Contents และ Links”

จาก 200 เหลือแค่ 2 ง่ายขึ้นใช่มั้ยคะ เอาเป็นว่าเราจะทำให้มันง่ายขึ้นไปอีก

ทีนี้เราอยากให้คุณโฟกัสแค่ 2 ส่วนคือ
1. คอนเทนต์ที่ดี ซึ่งเราจะมาคุยกันอีกทีว่าคอนเทนต์ที่ดีคืออะไร
2. จำนวนลิงค์ที่เข้ามาในเว็บไซต์ของคุณ
สามารถสรุปออกมาเป็นสมการง่ายๆ แบบนี้  

“อันดับที่ดี = คอนเทนต์ที่ดี * จำนวนลิงค์ที่เข้ามา”

คอนเทนต์ที่ดีมีหน้าตาเป็นอย่างไร?

1. ตรงประเด็น อ่านแล้วเคลียร์ อ่านแล้วจบ ไม่ต้องสืบต่อ
2. มีคุณภาพ เนื้อหาสดใหม่ และแตกต่าง
3. เป็นมืออาชีพ อ่านง่าย เข้าถึงผู้คน

ไม่ยากเลยใช่ไหมกับการทำคอนเทนต์ดีๆ สักอัน แค่ใช้เวลากับมันหน่อย หาข้อมูลให้ลึก ทำการบ้านให้มาก ดูให้ออกว่าคนอ่านต้องการอะไร และคุณต้องไม่ลืมว่า

“คอนเทนต์ดี อันดับก็ดีตามไปด้วย!”

แต่ก็อย่าลืมเรื่องหัวข้อ ชื่อเรื่อง การจัดหน้า และการออกแบบองค์รวมของบทความว่าต้องให้น่าสนใจด้วย

ลองจินตนาการดูนะคะว่าถ้ามีบทความดีๆ สักหนึ่งเรื่องที่ถูกเขียนลงบนหน้ากระดาษขาวๆ ยาวหลายหน้า A4

กับบทความเรื่องเดิมที่ถูกตกแต่งอย่างลงตัวพร้อมภาพประกอบ คุณจะเลือกอ่านแบบไหน?

ทำไมลิงค์ถึงมีความสำคัญกับอันดับ?

ลิงค์แต่ละลิงค์ที่เข้ามาในเว็บไซต์ของคุณก็คือตัวแทนอำนาจ คือ 1 ลิงค์เท่ากับ 1 เว็บไซต์ ไม่นับเว็บไก่กาอวตาร แต่นับเฉพาะเว็บที่น่าเชื่อถือ

เพราะกว่าจะเป็นเว็บที่น่าเชื่อถือต้องผ่านการทำงานมาอย่างหนัก มีฐานผู้ติดตามอย่างเหนียวแน่น เมื่อเว็บไซต์เหล่านี้ลิงค์เข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณก็เหมือนการแชร์จำนวนผู้ติดตามของตัวเองมาที่คุณ

หากคอนเทนต์ของคุณไม่ดีพอ อย่าหวังว่าเว็บไซต์เหล่านี้จะแบ่งปันฐานคนติดตามที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองมาที่คุณเลย

Links กับ Social signals ซึ่งเป็นอีกตัวแปรในการจัดอันดับ มีความเหมือนและแตกต่างกันอยู่ สิ่งที่เหมือนกันคือจำนวนการแชร์เว็บไซต์ โดยที่ลิงค์จะแชร์เข้าเว็บไซด์อื่นๆ โดยตรง

แต่ Social signal จะเเชร์ลงบน Social media  อย่าง Facebook ซึ่งแน่นอนว่า Google ไม่ได้อยากให้มือที่ 3 อย่าง Facebook เข้ามามีบทบาทในการจัดอันดับมากกว่า Google เอง

ดังนั้นจำนวนการแชร์ลง Social media หรือ Social signals จึงได้คะแนนต่ำกว่าลิงค์

ลิงค์เปรียบไปแล้วก็คือกลยุทธ์ทางการตลาดชนิดหนึ่ง ที่ใช้คอนเทนต์เป็นอาวุธ โดยมีคอนเซ็ปว่า

“คอนเทนต์ดี เว็บไซต์ดี มีคุณค่า น่าลงทุน”

ควรเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ (User engagement) หรือไม่ ?

User engagement คืออีกตัวแปรที่หลายคนสงสัยว่าทำไม เราจึงไม่นำมันเข้ามาในสมการ แน่นอนว่าจำนวนคนที่คลิกเข้ามาในเว็บไซต์ก็มีผลกับอันดับของเว็บ

แต่จากสถิติพบว่าจำนวนคลิกส่งผลแค่ในระยะสั้นเท่านั้น ในช่วงแรกๆ หากมีคนคลิกเข้ามาในเว็บของคุณมาก อันดับของคุณก็จะค่อยๆ ขึ้นแบบช้าๆ แต่มันจะไม่สามารถทำให้อันดับของเว็บไซต์ขึ้นอย่างถาวรได้

Google อาจบอกว่าจำนวนคลิกมีส่วนในการจัดอันดับ แต่คุณคิดว่า Google จะมองแค่ผิวๆ แบบนั้นหรือ?

เมื่อพูดถึงจำนวนคลิก (Click-through rate) อีกคำที่ตามมาติดๆ ก็คือ Pogosticking คำนี้จะใช้กับพวกบังเอิญคลิกหรือพวกคลิกเข้ามาผิดแล้วรีบย้ายออกไปแบบที่ยังไม่ได้ลงหลักปักฐานอะไรในเว็บไซด์นั้นๆ

ดังนั้นการใช้  User engagement  เข้ามาช่วยทำคะแนนในการจัดอันดับจึงเป็นเรื่องยาก และเราก็หวังว่าคุณจะไม่หลงเชื่อหากมีใครมาเสนอขายจำนวนคลิก!

ก่อนจบเราขอแชร์ทริกเล็กๆ น้อยๆ ของการจัดอันดับใน Google เสียหน่อย เผื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์กับคุณในอนาคต

1. ที่ตั้งของเว็บไซต์ แน่นอนว่าถ้าคุณอยู่ในประเทศไทยเว็บไซต์แรกๆ ที่ขึ้นมาเมื่อคุณค้นหาก็จะเป็นเว็บไซต์ที่อยู่ในประเทศไทย สมมติว่าคุณตามหากล้องดีๆ สักตัว เว็บไซต์ของร้านค้าที่อยู่ใกล้คุณมากที่สุดก็จะขึ้นมาก่อนเว็บอื่นๆ

2. คำที่ใช้ค้นหา ถ้าคุณใช้คำค้นหาที่กว้าง เช่น “Jaguar” (จากัว) เว็บไซต์ที่ขึ้นมาจะมีทั้งเว็บไซต์เกี่ยวกับรถยนต์และสัตว์ ดังนั้น 10 อันดับแรก ก็ต้องแชร์ๆ กันไปกับทั้งสองกลุ่มนี้

3. บทความเจาะลึก เพราะเนื้อหาที่ลึกเกินไปอาจจะไม่ได้พื้นที่ในอันดับต้นๆ แต่จะถูกดึงไปไว้ด้านล่างหลังจาก 10 อันดับแรกแทน

เป็นอย่างไรกันบ้าง?…กับการเทคนิคในการพิชิตอันดับใน Google ไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหม ขอแค่เพียงคุณใส่ใจกับเนื้อหาบทความ พยายามให้เข้าถึงกลุ่มผู้อ่านที่ต้องการมากที่สุด จัดหน้าเว็บให้ดูดี อ่านง่าย สบายตา เพียงแค่นี้คุณก็สามารถดึงดูดลิงค์เข้ามาได้อีกเพียบ! 

อ้างอิงจาก https://moz.com/blog/the-two-part-seo-ranking-model-lets-make-seo-simple