ไม่ต้องรู้จัก SEO มากก็สำเร็จได้ ด้วย 3 เทคนิคพิชิต Google

ในปี 2019 ที่กำลังจะผ่านไปนั้น Google ได้ใช้อัลกอริทึมมากมายไม่ว่าจะเป็น Panda Penguin หรือ Rankbrain เพื่อตรวจจับเว็บไซต์ที่มีการทำ Black Hat Webspam (การทำSEO สายดำ) หรือการปั่นเว็บ โดยการโปรโมทเว็บไซต์ด้วยกลลวงต่างๆ ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง และด้วยอัลกอริทึมของ Google โลกของธุรกิจออนไลน์จึงกลับมาโปร่งใสอีกครั้งหนึ่ง

และในปัจจุบันนี้ SEO ถูกพัฒนาไปไกลและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการตลาดออนไลน์ที่เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง อย่างไรก็ตาม เทคนิคที่ Blacksheep นำมาบอกคุณในวันนี้ จะไม่ทำให้คุณต้องปวดหัวไปกับคำว่า “long-tail keyword’ หรือ “meta-tag” แต่ยังคงทำให้เว็บไซต์ของคุณมีประสิทธิภาพและน่าสนใจได้

แน่นอนว่ากลยุทธ์ SEO นั้นมีรายละเอียดให้ศึกษามากมาย และไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ด้วยเหตุผลนี้ เราจึงนำเทคนิคง่ายๆ ที่ไม่ทำให้คุณสับสนในการพิชิตความสำเร็จ

ด้วย 3 เทคนิคต่อไปนี้ จะช่วยเปลี่ยนหน้าแสดงผลการค้นหา (SERP) เว็บไซต์ของคุณบน Google และทำให้เนื้อหาของคุณน่าสนใจมากขึ้นโดยที่ผู้ค้นหาไม่ต้องคอยหลีกเลี่ยง Backlink หรือเจอกับคีย์เวิร์ดแปลกๆ ในเว็บไซต์ของคุณอีกต่อไป

1. ให้เวลากับชื่อเรื่อง

นักเขียนบางคนอาจใช้เวลานานมากเพียงแค่คิดชื่อเรื่องของเนื้อหา เพื่อให้ได้ชื่อที่ดึงดูดและน่าสนใจให้ผู้ค้นหาคลิกเข้ามาอ่าน นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอีกไม่กี่อย่างที่เหล่านักเขียนควรคำนึงเมื่ออยู่ในสงครามโลกธุรกิจออนไลน์ ซึ่งปัจจัยเหล่านั้นก็คือ ทำยังไงก็ได้ที่ทำให้ผู้ที่ไม่ชอบอ่าน ผู้ที่ไม่ชอบคิด ผู้ที่ต้องการความบันเทิง หันมาสนใจและอ่านงานของคุณ

นักอ่านบางคนอาจจะอยากให้นักเขียนบอกลักษณะตัวละคร หรือคำพูดกินใจภายในไม่กี่วินาที ถ้านักเขียนให้คำตอบไม่ได้ พวกเขาก็จะไม่สนใจ ไม่คลิกเข้ามาดู ไม่อ่าน และไม่เอาไปบอกต่อใครทั้งนั้น ซึ่งสิ่งแรกที่จะดึงดูดนักอ่าน และตอบคำถามในสิ่งที่พวกเขาอยากรู้ได้ ก็คือ “ชื่อเรื่อง” นั่นเอง ต่อให้เนื้อหาของคุณจะมี Mata tags หรือคีย์เวิร์ดมากแค่ไหน คุณก็เพิ่ม Traffic ให้เว็บไซต์ของคุณไม่ได้ ถ้านักอ่านมองข้ามเว็บไซต์ของคุณไป เพียงเพราะชื่อเรื่องไม่น่าสนใจมากพอ ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณจะไม่ได้อะไรเลย

ปกติแล้ว นักเขียนจะคิดชื่อเรื่องที่มีคำอันทรงพลัง สามารถเรียกความสนใจจากผู้อ่านได้ภายใน 15 นาที ให้คุณลองนึกถึงคำสุดท้ายที่คุณคิดออก เทียบเวลาที่คุณใช้ไปกับการคิดคำไม่กี่คำเหล่านี้ กับเวลาที่คุณใช้ในเนื้อหาของคุณ ถ้าชื่อเรื่องของคุณออกมาน่าสนใจ ยังไงก็ดึงดูดคนอ่านได้อยู่แล้ว และคุณก็จะไม่มานั่งเสียดายเวลาทีหลังแน่นอน

2. เข้าใจในประเด็นที่คุณต้องการสื่อ

อัลกอริทึมของ Google ที่มีชื่อว่า Core and Pagerank เป็นตัวช่วยในการจัดลำดับความสำคัญของเว็บเพจ ซึ่งคุณสามารถนำอัลกอริทึมนี้มาปรับใช้กับเว็บไซต์ของคุณได้ แต่ถ้าคุณไม่มีความรู้ในเรื่องอัลกอริทึม เราก็มีวิธีอื่นมานำเสนอ

TAR คือเทคนิคที่ดีที่สุด และสำคัญมากที่สุดในการผลิตเนื้อหา คุณควรใส่ใจ TAR ก่อนที่จะคิดถึงคีย์เวิร์ดหรือปัจจัยอื่นๆ เว็บไซต์และธุรกิจออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จต่างก็ยึดหลัก TAR ในการสร้างเนื้อหาทั้งสิ้น หากคุณกำลังสงสัยว่า TAR คืออะไร เราจะไขข้อข้องใจนั้นเอง TAR ประกอบไปด้วย 3 หัวใจสำคัญ ซึ่งก็คือ ความเชื่อใจ (Trust) ความรอบรู้ (Authority) และความเกี่ยวเนื่องกัน (Relevancy)

หากคุณอยากให้หน้าแสดงผลการค้นหาของคุณติดอันดับ คุณต้องแสดงให้เห็นว่าคุณ คือแหล่งข้อมูลที่มีชื่อเสียงและมีประสบการณ์ที่เชื่อถือได้ หัวใจหลักคือการให้ความใส่ใจ และความสอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ คุณควรเชื่อมตัวตนออนไลน์ สินค้า และบริการของคุณเข้าด้วยกันโดยการเขียนเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และมีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของคุณ

อีกวิธีหนึ่งที่ดีเยี่ยมไม่แพ้กันก็คือ การใส่ชื่อนักเขียนลงไปในเว็บด้วย เพราะเนื้อหาที่ถูกเผยแพร่โดยนักเขียนนิรนามนั้นไม่น่าเชื่อถือ ไม่ว่าคุณจะหยิบยกข้อมูลมาจากเว็บไซต์อื่นหรือสร้างมันขึ้นด้วยตัวเอง คุณก็ควรจะบอกชื่อของนักเขียนไว้ ที่มุมบนหรือมุมล่างของเว็บไซต์ก็ได้ 

นอกจากนี้ การทำให้โลกรู้ว่ามีผู้คนสนใจเว็บไซต์ของคุณก็เป็นวิธีที่ดี คุณอาจจะนำเว็บไซต์ของคุณไปปรากฏอยู่บนบล็อกสักบล็อก หรือหยิบยกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของคุณมาใช้ รวมทั้งเปลี่ยนข้อมูลในบัญชี LinkedIn และ Behance เพื่อแสดงถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวคุณมากขึ้น

3. รู้ว่าตัวเองถนัดอะไร และใช้มันให้เป็นประโยชน์

เราอาจจะเรียกวิธีนี้ว่า “โอกาสของการเรียนรู้” ซึ่งนี่อาจจะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ และเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณผลิตเนื้อหาที่มีความหมายได้มากที่สุด คุณสามารถเริ่มต้นได้ด้วยการไล่ล่าความฝัน สิ่งที่คุณหลงใหล หรือสิ่งที่คุณถนัด แล้วเขียนเล่าเรื่องเหล่านั้นออกมาเผยแพร่สู่นักอ่าน 

แน่นอนว่านักอ่านจะสัมผัสถึงคุณค่าในเนื้อหาของคุณได้ คุณจะพบว่ามันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น ที่ในสุดคุณก็จะได้กำหนดตารางการโพสต์เนื้อหาที่แน่นอน ถ้าคุณรู้ว่าคุณชอบอะไร ประโยชน์ก็จะเกิดตามมา ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของเนื้อหา แต่หมายถึงความรู้สึกของคุณที่มีต่อสิ่งที่กำลังทำ และสินค้าของคุณด้วย

และทั้งหมดนี้ก็คือ 3 เทคนิคพิชิต Google ด้วยกลยุทธ์ SEO ง่ายๆ โดยไม่ต้องเปิดหนังสือคู่มือ SEO หรือค้นคว้าให้ยุ่งยาก

อ้างอิงจาก https://www.forbes.com/sites/forbescommunicationscouncil/2019/06/11/three-ways-to-impress-google-without-knowing-much-about-seo/#5583ca7599cc