ห้ามพลาด! 7 Report จาก Google Analytics

Report ที่จะช่วยเพิ่มดีกรีความเจ๋งให้ Blog ของคุณ

เริ่มจากคำถามง่ายๆ อะไรคือสิ่งแรกที่คุณจะดูหลังจาก Log-in เข้ามาใน Google Analytics?

เชื่อว่า 90% ของพวกคุณคงมองหาจำนวนผู้ใช้งาน Blog ซึ่งก็หนีไม่พ้น 2 Report พื้นฐานอย่าง Audience Overview และ Acquisition Overview แต่อาจจะมีบางคนที่แวะเข้าไปดู Top pages และ Organic keywords บ้างเป็นครั้งคราว

ไม่เป็นไรนะคะถ้าคุณคือ 1 ใน 90%  เพราะหลังจากอ่านบทความนี้เสร็จ คุณจะมี Report เจ๋งๆ อีก 7 ชนิดที่คุณสามารถนำไปใช้แล้วนำข้อมูลที่ได้มาพัฒนา Blog ของคุณ

Report #1: Cohort Analysis

“คุณว่าอะไรง่ายกว่ากันระหว่างเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานใหม่กับการดึงผู้ใช้งานเก่ากลับเข้ามาที่ Blog ของคุณอีกครั้ง”

ไม่ว่าคำตอบของคุณจะคืออะไร แต่จากสถิติพบว่าคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการดึงผู้ใช้งานใหม่เข้ามามากกว่าการดึงผู้ใช้งานเก่าๆ กลับเข้ามาอีกครั้งและมีเเค่เพียง 1% เท่านั้นที่พยายามจะเปลี่ยนคนที่เข้ามาเฉยๆให้กลายมาเป็นลูกค้าเพื่อสร้างรายได้ให้กับ Blog ของตัวเอง

ก่อนที่เราจะไปพูดถึงวิธีการเปลี่ยนผู้เข้าชมให้เป็นลูกค้า เรามาเช็คกันก่อนดีกว่าว่ามีผู้ใช้งานมากน้อยแค่ไหนที่กลับเข้ามาใน Blog ของคุณอีกครั้งหลังจากที่เคยมาแล้ว

วิธีการก็ไม่ยาก เพียงแค่คลิกที่  “Audience” หลังจากนั้นก็คลิกที่ “Cohort Analysis” เมื่อได้กราฟออกมาแล้ว

ให้คลิกที่ “Cohort Size” แล้วเลือก “By week” จากนั้นคลิกที่ “Date Range” แล้วเลือก “Last 12 weeks”

ข้อมูลที่ได้จะถูกจัดออกมาในรูปตาราง ตัวเลขที่ได้จะบ่งบอกถึงจำนวนผู้ใช้งานที่กลับมาใช้งานซ้ำในสัปดาห์ต่อๆ มา ตัวอย่างเช่น 17% ในที่นี้จะหมายถึงจากผู้ใช้งานทั้งหมด 100 คน มีผู้ใช้งานที่กลับมาใช้ซ้ำในสัปดาห์ถัดมา 17 คน

โดยทั่วไปแล้วเมื่อเวลาผ่านไปตัวเลขก็จะค่อยๆ ลดลง เพราะฉะนั้นไม่ต้องตกใจเพราะสิ่งที่เราควรดูคือความถี่ในการกลับมาใช้ซ้ำ ตราบใดที่ยังสามารถดึงผู้คนให้กลับมาที่ Blog ของเราเป็นครั้งที่ 2,3,4 ได้นั้นก็หมายความว่าเรายังมีโอกาสที่จะเปลี่ยนผู้คนเหล่านั่นให้กลายมาเป็นลูกค้าของเราได้ในอนาคต

จากสถิติพบว่าโดยเฉลี่ยแล้วการขายจะเกิดขึ้นหลังจากผู้ใช้งานกลับเข้ามาที่ Blog ของเราอย่างน้อย 3 ครั้ง

วิธีการที่จะเรียกคนกลับเข้ามาก็ไม่ยาก 
1. พยายามให้ผู้ใช้งานทิ้ง E-mail ของพวกเขาไว้ เพื่อให้เราสามารถติดต่อและส่งข่าวสารใหม่ๆ เกี่ยวกับ Blog ของเราไปเรียกร้องความสนใจจากพวกเขาได้ในอนาคต
2. “อย่าลืมกด Like กด Subscribe แล้วก็กดกระดิ่งด้วยนะคะ” ฟังดูคุ้นๆ หรือเปล่า? คุณคงเคยได้ยินประโยคนี้มาเป็นร้อยๆ ครั้งแล้ว แต่อาจจะไม่รู้ว่ามันคือวิธีการที่ Blogger แต่ละคนใช้เพื่อเรียกให้คนกลับเข้ามาที่ Blog ของตัวเองอีกเมื่อมีการอัพเดทคอนเทนต์ใหม่ๆ 

Report #2: Benchmarking

“รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” เป็นคำพูดที่เหมาะที่สุดสำหรับการทำ Benchmarking เพราะเพียงแค่คุณใส่ URL ของคู่แข่งลงไปใน Google Analytics แล้วคลิก “Audiences” จากนั้นคลิก “Benchmarking” สุดท้ายก็คลิกที่ “Channels”

คุณก็จะเห็นทันทีว่าคู่แข่งของคุณได้ Traffic มาจากเเหล่งไหนบ้าง? แต่ละเเหล่งมากน้อยขนาดไหน? และ Bounce rate ที่ได้คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์? แต่ถ้าหากคุณไม่ได้อยากเปรียบเทียบกับคู่แข่งเจ้าไหนป็นพิเศษ ระบบก็จะคำนวนข้อมูลจากทุกเว็บไซต์ที่อยู่ในธุรกิจเดียวกับคุณ ข้อมูลที่ได้มีประโยชน์มากๆ เพราะเมื่อเรารู้ว่าสถานการณ์ของคู่แข่งเป็นอย่างไร เราก็สามารถที่จะเลือกได้ว่าเราจะโฟกัสไปที่เรื่องไหนดี

ตัวอย่างเช่น ถ้าเราทราบว่าคู่แข่งได้ Traffic จำนวนมากมาจาก E-mail หรือ Social media นั่นก็หมายความว่าช่องทางทั้งสองนี้อาจจะไม่เหลือพื้นที่ให้คุณได้ทำการตลาดแล้วหรือในทางกลับกันคุณอาจจะลองฮึดขึ้นมาช่วงชิงพวกมันคืนด้วยคอนเทนต์หรือไอเดียดีๆ เพราะถ้าช่องทางเหล่านั้นสามารถสร้าง Traffic ให้คู่แข่งได้มากก็หมายความว่าพวกมันสามารถทำเงินได้มากเช่นกัน

Report #3: Location, location, location

อย่าเพิ่งแปลกใจไปว่า Location จะช่วย Blog คุณได้อย่างไร ลองคลิก “Audience” ตามด้วย “Geo” และ “Location” ดูก่อน แล้วคุณจะพบว่าผู้ที่เข้ามาใช้งาน Blog ของคุณมาจากประเทศใดบ้าง

แน่นอนว่าถ้าภาษาหลักที่คุณใช้คือภาษาไทย คนที่เข้ามามากที่สุดก็คงจะเป็นคนไทย ดังนั้นให้ข้ามประเทศที่เป็นแหล่งที่มาของผู้ใช้งานที่มีอันดับหนึ่งไปก่อนเลย สิ่งที่เราอยากให้คุณโฟกัสในตอนนี้ก็คือประเทศที่เป็นแหล่งที่มาของผู้ใช้งานอันดับรองลงมา จากนั้นก็เพิ่มภาษาของประเทศเหล่านั้นลงใน Blog ของคุณ เพียงแค่นี้คุณก็จะสามารถรักษาและเพิ่มผู้ใช้งานจากประเทศอื่นๆ เข้ามาได้อีก

Report #4: Assisted conversions

เคยได้ยินนักการตลาดบ่นเรื่องเปลี่ยนผู้ใช้งานที่เข้ามาชมเฉยๆ เป็นลูกค้าไม่ได้บ้างหรือเปล่า?

เราว่าไม่น่าจะเคยได้ยิน เพราะว่ายังไงก็ต้องมีคนที่เข้ามาจำนวนหนึ่งผลันตัวมาเป็นลูกค้าไม่ช้าก็เร็ว

ถ้าไม่เชื่อลองใช้ Assisted conversions เป็นตัวยืนยันละกันนะคะ แค่คลิก “Conversions” แล้วตามด้วย “Multi-Channel Funnels” และ “Assisted Conversions” คุณก็จะได้เห็นกับตาตัวเองแล้วว่าแต่ละช่องทางที่คุณใช้ในการโปรโมทคอนเทนต์ของคุณสามารถเปลี่ยนคนที่เข้ามาดูเฉยๆ ให้กลายมาเป็นลูกค้าที่สนใจซื้อหาสินค้าและบริการของคุณได้มากน้อยขนาดไหน

เมื่อเห็นแบบนี้แล้วก็อย่าลืมทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับช่องทางเหล่านั้นด้วย

Report #5: Users flow

อะไรคือสิ่งที่คุณต้องการจากผู้ที่เข้ามาใช้งาน Blog ของคุณ ?
ซื้อสินค้าและบริการของคุณ?
อ่านบทความดีๆ ของคุณ?
เสนอความคิดเห็นติชม Blog ของคุณ?
ไม่ว่าจะอะไรก็ตามที่คุณต้องการ ถ้าคุณคลิกที่ “Audience” และตามด้วย “Users Flow” คุณก็จะได้เห็นว่าผู้ที่เข้ามาใน Blog ของคุณจากแต่ละประเทศ ต้องการอะไรจาก Blog ของคุณกันบ้าง

สงสัยไหมคะว่าเราจะเอาข้อมูลพวกนี้ไปทำอะไรได้?

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพกันดีกว่า สมมติว่าผลที่ได้จาก Users Flow รายงานว่าผู้ใช้งานจากประเทศอเมริกาส่วนใหญ่สนใจในบริการของคุณ หน้าแรกที่พวกเขาควรเปิดมาเจอก็คือคำอธิบายเกี่ยวกับบริการ รีวิว หรือสรรพคุณอื่นๆ เกี่ยวกับบริการของคุณ และถ้าผลออกมาว่าผู้ใช้งานจากประเทศจีนชอบในสินค้าของคุณ หน้าแรกที่พวกเขาควรเปิดมาเจอก็ควรจะเป็นคำบรรยายเกี่ยวกับสินค้ารวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ นานา

เห็นไหมคะว่าข้อมูลจาก Users Flow มีประโยชน์ขนาดไหน ทีนี้ก็ลองคลิกเข้าไปดูแล้วเริ่มปรับปรุง Blog ของคุณให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานจากแต่ละประเทศได้เลย

Report #6: Device overlap

ยิ่งคนเข้าถึงคอนเทนต์ของคุณได้ง่ายเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งเข้ามาบ่อยเท่านั้น ดังนั้นมันจะดีมากๆ ถ้าพวกเขาสามารถเข้าถึง Blog ของคุณได้จากหลายๆ อุปกรณ์

“Device Overlap” สามารถช่วยคุณได้ เพียงแค่คลิกที่  “Audience” จากนั้นก็ “Cross Device” และสุดท้าย “Device Overlap” เพียงแค่นี้คุณก็จะทราบแล้วว่าผู้คนที่เข้ามาใน Blog ของคุณเข้าถึง Blog ของคุณจากอุปกรณ์อะไรบ้าง แต่ละชนิดมีจำนวนผู้ใช้งานกี่คน ที่สำคัญมีผู้ใช้งานจำนวนเท่าไหร่ที่เข้ามาจากอุปกรณ์มากกว่า 1 ชนิด เพราะจากสถิติพบว่า ถ้าหากมีจำนวนผู้ใช้งานที่ใช้งานผ่านอุปกรณ์มากกว่า 1 ชนิด มีมากกว่า 6 % Blog ของคุณก็มีโอกาสที่จะเปลี่ยนผู้ชมให้กลายมาเป็นผู้ซื้อได้มากขึ้น

Report #7: User Explorer

ถ้าคุณสงสัยว่าคนที่เข้ามาใช้งาน Blog ของคุณต้องการอะไรกันบ้าง?

ให้คุณคลิกที่ “Audience” จากนั้นก็เลือก “User Explorer” แค่นี้ Google Analytics ก็จะแจกแจงออกมาเเบบละเอียดยิบว่าผู้ใช้งานแต่ละคนเข้ามาทำอะไรกันบ้างใน Blog ของคุณ แต่ละคนใช้เวลาอยู่ใน Blog ของคุณยาวนานแค่ไหน

เมื่อรู้แบบนี้แล้วสิ่งที่คุณต้องทำก็แค่พยายามเพิ่มสิ่งที่ผู้ใช้งานชอบลงใน Blog ของคุณให้มากขึ้น เพียงแค่นี้พวกเขาก็มีเหตุผลที่จะกลับเข้ามาใน Blog ของคุณและใช้เวลาอยู่กับมันนานขึ้น

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 7 Report ที่เราเลือกมานำเสนอ?

ความจริงแล้ว Google Analytics ยังมี Report อื่นๆ อีกมากแต่เรากลัวว่ามันจะมากเกินไป เราเลยเลือกเฉพาะที่คิดว่าดีมาเพียง 7 ชนิด และเราก็เชื่อว่าถ้าคุณใช้งานครบทั้ง 7 ชนิดและนำผลลัพท์ที่ได้ไปพัฒนา Blog ของคุณแล้วละก็ เพียงแค่ไม่นาน Blog ของคุณก็จะมีผู้ติดตามมากขึ้นและสร้างรายได้ได้มากขึ้นอย่างแน่นอน

อ้างอิงจาก https://neilpatel.com/blog/google-analytics-for-bloggers/