อยากเป็น Blogger หน้าใหม่ต้องเริ่มอย่างไร…

เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงจะรู้จัก Blogger เหล่านี้ Pearypie, จูน นลิน, โมเม นภัสสร,  Mayy R และ Sp Saipan เป็นต้น 

อาชีพ Blogger คือ ที่กลายมาเป็นอาชีพในฝันยอดนิยมของคนรุ่นใหม่ เราจะเห็นว่ามี Blogger หลายคนที่ประสบความสำเร็จมีคนติดตาม (Follow) หรือยอดวิวเป็นหลักแสน หลักล้าน มีชื่อเสียงและสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมากมาย 

เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุค Social network อาชีพใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นมากมาย คุณไม่จำเป็นต้องทำงานในบริษัท เช้าตอกบัตร เย็นตอกบัตร ก็สามารถหาเงินได้ เรียกได้ว่า Social network ทำให้เกิดรูปแบบการทำงานแบบใหม่ๆ ที่กลายเป็นการทำงานที่มั่นคงได้พอๆ กับการทำงานบริษัท หรือบางรายอาจทำรายได้มากกว่าการเป็นพนักงานบริษัทเสียด้วยซ้ำ

ยิ่งเมื่อธุรกิจทั้งเล็กและใหญ่หันมาใช้ Social Network ในการทำการตลาด ก็ส่งผลให้เกิดอาชีพในโลกออนไลน์ที่เข้ามาตอบสนองธุรกิจเหล่านี้มากมายทีเดียว

และถ้าคุณต้องการจะเข้าสู่อาชีพ Blogger มันก็มีเรื่องต่างๆ ที่คุณจำเป็นต้องเรียนรู้ และเรามีคำแนะนำจาก Neil Patel กูรู SEO ระดับโลกมาฝากคุณ 27 หลักการสำหรับ Blogger หน้าใหม่

27 หลักการสำหรับ Blogger หน้าใหม่ 

1. เลือก Niche (กลุ่มเฉพาะ) ให้ดีๆ

Blogger หน้าใหม่ที่ยังไม่มีนายทุนมาสนับสนุน จำเป็นเหลือเกินที่จะต้องเลือก Niche ให้ดีๆ Blogger ที่ถนัดเทคโนโลยีก็อาจจะเขียนเรื่องเทคโนโลยี บางคนสนใจเรื่องความงาม ก็เลือกที่จะเป็น Beauty blogger เรียกว่าถนัดทางไหนก็เน้นไปที่ Niche ทางนั้น 

แต่ถ้าคุณเลือก Niche ที่แคบจนเกินไปอาจจะทำให้กลุ่มเป้าหมายของคุณแคบ และมันจะกลายเป็นเรื่องยากสำหรับคุณที่จะเพิ่มจำนวน Traffic และสร้างรายได้ให้กับคุณ

ถ้ายังไม่รู้จะเลือก Niche แบบไหน ลองใช้ Google Trends ช่วยตรวจสอบให้แน่ใจก่อนลงมือสร้าง Blog

2. อย่ายึดติดกับ Platform

Platform คือ ซอฟต์แวร์หรือผู้ให้บริการที่คุณใช้เขียน Blog เผยแพร่ลงบนอินเทอร์เน็ต หลายคนเลือกใช้ WordPress แต่ไม่ควรหยุดเพียงแค่นั้น ลองใช้ตัวช่วยอย่าง Medium, Tumblr, LinkedIn หรือ Facebook  ท่ามกลางการเขียน Blog ที่มีการแข่งขันสูง 

ลองใช้วิธีการตั้งค่าบัญชีโซเชียลข้าม Platform เพื่อช่วยเพิ่มจำนวนผู้ติดตาม และทำให้มีคนเห็น Blog ของคุณมากขึ้น

3. ควบคุมโชคชะตาด้วยมือของคุณเอง

แม้ Google จะไม่ลงโทษคนที่ลง Duplicate Content (การทำเนื้อหาซ้ำซ้อน) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณควรโพสต์ Content เหมือนๆ กันในทุกๆ Platform อย่าลืมว่า Medium, Tumblr, LinkedIn หรือ Facebook นั้นมี Algorithm คอยตรวจจับอยู่ ยกเว้น Blog ของคุณเองที่จะรอดพ้น เพราะมันไม่มี Algorithm ของ Google คอยตรวจ 

ฉะนั้น จงเลือกใช้วิธีลิงค์เพื่อเชื่อมกลับไปยังเว็บไซต์ของคุณทุกครั้งที่โพสต์ลงบน Platform อื่นแทนการทำ Duplicate Content เพราะยิ่งคุณเชื่อมโยงกลับไปที่เว็บไซต์ของคุณได้มากเท่าไหร่ โอกาสที่คุณจะเพิ่มจำนวน Traffic เข้าเว็บไซต์เพื่อสร้างรายได้ก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

4. เขียน Blog ที่ทำให้คนอ่านรู้สึกเชื่อมต่อกับคุณ

แม้ผู้คนต้องการอ่านข้อมูลต่างๆ แต่ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็อยากมีส่วนร่วมในการสนทนาด้วย วิธีที่ง่ายที่สุด คือ เขียน Blog ที่มีทำให้คนอ่านรู้สึกว่าคุณกำลังพูดคุยกับเขา ด้วยการใช้คำสรรพนามอย่างคำว่า “คุณ” และ “ฉัน” การเชื่อมต่อที่ลึกซึ้งนี้ หมายถึงการสร้างรายได้ที่ดีขึ้นได้ในอนาคตด้วยนะ

5. ถามคำถามเสมอ

ในตอนท้ายของทุกโพสต์ใน Blog ให้ทิ้งท้ายด้วยถามคำถามเสมอ การถามคำถามทำให้ผู้อ่านของคุณรู้สึกร่วมใน Blog ของคุณ พวกเขาจะรู้สึกว่าสามารถตอบโต้และแสดงความคิดเห็นไปกับคุณได้ สิ่งนี้จะช่วยให้พวกเขามีส่วนร่วมและชอบ Blog ของคุณมากขึ้น

6. ต้องโดดเด่น

อย่าลืมว่ามี Blog จำนวนมากเป็นพันล้านที่เผยแพร่ให้คนอ่านในทุกๆ วัน และในอนาคตตัวเลขนี้มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการแข่งขันมากขึ้นเป็นเงาตามตัว คุณจึงควรสร้าง Blog ของคุณให้โดดเด่น ลองเลือกใช้เทคนิคที่น่าสนใจมาเป็นตัวช่วย เช่น การใช้ภาพ Infographic หรือ คลิปวิดีโอ

7. ง่ายต่อการเสพ

ผู้คนสมัยนี้ใช้เวลาอยู่กับท้องถนนมากขึ้น เพราะฉะนั้น ถ้า Content ที่คุณสร้างขึ้นมีลักษณะที่ง่ายต่อการดูหรืออ่านมันจะช่วยให้มีคนอยากเข้ามาเสพงานของคุณมากกว่าของคนอื่น 

ตัวอย่างเช่น การสร้าง Content เป็นวิดีโอให้สามารถดูได้บนโทรศัพท์มือถือ หรือ Content แบบเสียง (Podcasts) ทำให้ฟังได้ในขณะขับรถ พวกนี้จะช่วยให้ Content ของคุณเสพได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้มีคนติดตามคุณได้มากขึ้น

8. อยากเป็น King ต้องมีคุณภาพ

สิ่งที่คุณควรรู้ก็คือ มี Content จำนวนมากที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ อย่างเช่น The Washington Post ที่เผยแพร่ Content มากกว่า 500 ชิ้นต่อวัน ในขณะที่ The Wall Street Journal เผยแพร่ Content 240 ชิ้นต่อวัน ส่วน The New York Times ผลิตงาน 230 ชิ้นต่อวัน และ Buzzfeed ผลิตงาน 222 ชิ้นต่อวัน

เพราะฉะนั้นถ้าคุณสร้าง Content ที่มีเนื้อหาปานกลางมันก็ไม่มีทางที่จะสู้พวกเขาได้ แถมยังเสียเวลาเปล่าๆ เพราะฉะนั้น อย่าเขียน Content เว้นว่า มันจะมีเรื่องน่าสนใจ และดีจริงๆ แล้วงานของคุณจะได้ชื่อว่า Content is a King

9. แค่มีคุณภาพไม่พอ ต้องผลิตจำนวนมากด้วย

คุณอาจจะเขียน Blog ได้เก่งและน่าสนใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะประสบความสำเร็จ ถ้าอยากไปถึงเป้าหมายของการเป็น Blogger ชั้นยอด คุณต้องผลิต Content ที่เยอะและมีคุณภาพไปพร้อมๆ กัน

10. เริ่มสร้างแฟนคลับ

สำหรับคนที่ทำ Blog มาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะมีฐานแฟนคลับที่ติดตามผลงานของคุณ และสิ่งที่คุณควรทำต่อไปก็คือ รักษาแฟนคลับเอาไว้ให้ได้ด้วยการสร้าง Content ดีๆ อย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับมือใหม่ที่เริ่มเข้าวงการ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คนจะเข้ามาอ่าน Blog ของคุณ 

เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะช่วยให้คุณเปิดตัวและทำให้คนจดจำคุณได้ ก็คือ การเข้าไปวาง Content ดีๆ โดนๆ ของคุณใน Blog สาธารณะที่มีชื่อเสียง คนจะเริ่มจดจำคุณได้ และเมื่อนั้นพวกเขาจะกลายเป็นแฟนคลับของคุณ

11. Content ที่ดีมีคุณภาพ ยั่งยืนกว่า Viral content

มีคนมากมายใฝ่ฝันอยากทำ Viral content เจ๋งๆ เพื่อให้เกิดกระแสปังๆ แต่จะบอกให้ว่า การสร้าง Viral content ดีๆ นั้น ไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้ว่าจะสร้างออกมาได้ มันก็ไม่ได้อยู่ยั้งยืนยงตลอดไป มันเป็นเหมือนไฟไหม้ฟางประเดี๋ยวมันก็หมดกระแสลง ทางที่ดีแทนที่จะมุ่งเน้นการสร้าง Viral content คุณจงมุ่งเน้นไปสร้าง Content ที่ดีและมีประโยชน์จะดีกว่า เพราะนอกจากจะสร้าง Traffic ได้อย่างยั่งยืนและมั่นคงแล้ว มันยังไม่มีวันหมดอายุอีกด้วย

12. สร้าง Personal blog นั้นง่ายกว่าสร้าง Corporate blog

ถ้าคุณต้องการให้ Blog ของคุณเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว คุณควรเลือกสร้าง Blog แบบส่วนบุคคล เพราะสื่อสารได้ง่ายและเป็นกันเองมากกว่า แต่ถ้าคุณต้องการสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่และมีศักยภาพ แม้จะเป็นการสร้างการขายสินค้าแค่วันเดียว คุณควรเลือกการทำ Corporate blog ที่แม้ว่าจะใช้เวลานานกว่า แต่ก็ได้ผลดีและยั่งยืนกับสินค้าของคุณ

13. Blog จะไร้ค่า ถ้าปราศจาก Community

เสน่ห์ของ Blog คือ การรับฟังความคิดเห็นและพูดคุยโต้ตอบได้อย่างอิสระ แต่ถ้าหากไม่มีชุมชน Community ก็จะไม่มีผู้อ่านและการพูดคุยสนทนา มันจะเป็นแค่ว่า คุณกำลังพูดคุยอยู่คนเดียว…

เพราะฉะนั้น สิ่งที่คุณควรทำ ก็คือ การสร้างโปรไฟล์โซเชียล ด้วยการใช้ Social Media อย่าง Facebook หรือ Twitter เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ติดตามของคุณ ยิ่งสังคมของคุณใหญ่ขึ้น ผู้ติดตามของคุณมากขึ้น ก็จะส่งผลให้มี Traffic เข้าไปที่ Blog ของคุณเพิ่มขึ้น และทำให้คุณสร้างชุมชนของคุณได้ง่ายขึ้นด้วย

14. No man is an island

คำพูดนี้มีความหมายว่า ไม่มีบุคคลใดสามารถอยู่ได้โดยลำพัง เช่นเดียวกับ Blog ของคุณ

เมื่อคุณสร้าง Community ให้กับ Blog ของคุณได้แล้ว จงอย่าลืมว่า ผู้คนที่ติดตาม Blog ของคุณก็ต้องการที่จะมีส่วนร่วมกับคุณผ่านความคิดเห็นเช่นกัน ดังนั้น ถ้าคุณไม่มีการตอบกลับให้กับทุกๆ ความคิดเห็น Community ที่คุณอุตส่าห์สร้างขึ้นมาก็จะตายลงอย่างช้าๆ

จำไว้ว่า จงอย่าหยาบคายกับ Community ของคุณ หมั่นตรวจเช็คทั้งใน Blog ของคุณ และ โปรไฟล์โซเชียลของคุณให้แน่ใจว่าคุณตอบความคิดเห็นทุกข้อแล้ว

15. คนส่วนใหญ่ชอบอ่านแบบผ่านๆ

คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาในเว็บไซต์ของคุณมักจะไม่ได้อ่านแบบละเอียดลออเท่าไหร่ เชื่อหรือไม่ว่าพวกเขาใช้เวลาอ่านเฉลี่ยในไซต์น้อยกว่า 1 นาทีต่อการอ่านแต่ละครั้ง ไม่มีทางเลยที่พวกเขาอ่านโพสต์ Blog ที่มีความยาวถึง 2,000 คำภายในเวลาเท่านั้น นั่นหมายความว่าผู้คนอ่านแบบผ่านๆ ตา เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เวลาเขียน Content ลงใน Blog ให้แน่ใจว่า คุณเขียนด้วยพื้นฐานที่ว่านี้ ใช้วิธีเน้นหัวเรื่อง และ การเขียนข้อสรุปในตอนท้ายของแต่ละโพสต์ สิ่งนี้จะช่วยให้ผู้อ่านของคุณได้รับประโยชน์จากเนื้อหาของคุณแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้อ่านอย่างเต็มที่ก็ตาม

16. Headline หรือการพาดหัวสำคัญกว่าที่คิด

นักเขียนบางคนใช้เวลาในการเขียนเนื้อหามากกว่า บางคนให้ความสำคัญไปที่การโปรโมท บางคนเน้นไปที่การตลาด แต่กลับไม่ให้ความสำคัญกับการสร้าง Headline ที่ดี สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ทราบคือ 8 ใน 10 คนจะอ่าน Headline หรือการพาดหัว แต่มีเพียง 2 ใน 10 คนเท่านั้นที่จะคลิกเข้าไปอ่านส่วนที่เหลือ ดังนั้นคุณควรมุ่งเน้นไปที่การสร้าง Headline รับรองว่านี่จะเป็นตัวช่วยในการเพิ่ม Traffic ให้กับคุณ

17. อย่ารีรอที่จะเผยไต๋

ในโลกแห่ง Blog (Blogosphere) ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันทำให้คุณไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเปิดเผยไพ่ของคุณ

เรียกว่ามีของดีอะไรงัดออกมาโชว์ให้เต็มที่เพราะนี่คือวิธีที่ดีในการเชื่อมโยงกับผู้อ่าน และดึงดูดให้พวกเขาอ่านเนื้อหาที่เหลือของคุณ

18. เริ่มทำ Blog เมื่อพร้อมเท่านั้น

สิ่งที่คุณควรรู้ คือ อย่าหยุด หรือ หยุดพักการเขียน Blog

เมื่อคุณเขียน และสามารถสร้าง Traffic ให้เกิดขึ้นได้และกำลังไปได้สวย จงอย่าหยุดเขียน หรือ หยุดพัก เพราะเมื่อคุณหยุด ยอด Traffic ของคุณจะชะงักงันและตกลงไปทันที เมื่อคุณกลับมาเขียนอีกครั้ง คุณจะต้องต่อสู้เพื่อให้ได้ Traffic ของคุณกลับมา ซึ่งอาจใช้เวลามากกว่า 3 เดือนทีเดียว เพราะฉะนั้น เมื่อคุณเริ่มทำ Blog จงทำอย่างต่อเนื่องอย่าหยุดเขียนเด็ดขาด

19. อย่าวางใจใช้แค่ 1 ช่องทางในการสร้าง Traffic

ถ้าช่องทางที่คุณเลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Google เกิดเปลี่ยน Algorithm การชะงักงันของ Traffic ของคุณจะเกิดขึ้นทันที เพราะฉะนั้นจงอย่าพึ่งพาช่องทางเดียว ลองใช้ Omni Channel (การติดต่อสื่อสารกับลูกค้าที่หลากหลายช่องทาง) เพื่อรักษาและเพิ่มยอด Traffic ของคุณ

20. อย่าลืม Google

งานเขียนของคุณเขียนให้คนอ่านก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณควรละเลยการทำงานของ Search engine ในระบบ Google ลองใช้ Ubersuggest เว็บที่สามารถช่วยให้คุณวิเคราะห์คำ Keyword ต่างๆ เพื่อนำมาช่วยคุณเขียน Content เพื่อให้ Content ของคุณได้รับการสืบค้นมากๆ

21. กล้าที่จะลบ Content เก่าๆ ของคุณทิ้ง

เมื่อ Blog ของคุณโตขึ้นความรับผิดชอบของคุณก็จะเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นจงอย่าเสียดาย Content เก่าๆ ที่ไม่ใช้งานแล้วของคุณ เมื่อโปรเจคทางการตลาดนั้นจบลง ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บมันเอาไว้ใน Blog นอกจากจะรกแล้วยังอาจทำให้เกิดความสับสนกับคนอ่านได้

22. อย่าทอดทิ้ง Content ที่เนื้อหาไม่ทันสมัย

เมื่อคุณ Blog ไปสักระยะ จะพบว่ามี Content มากมายใน Blog ของคุณ บางชิ้นเนื้อหายังพอใช้ได้ แต่ว่ามันไม่ทันสมัยในบางส่วน ซึ่งมันอาจมีผลให้เกิดผลกระทบหลายทางรวมทั้งปริมาณ Traffic ด้วย สิ่งที่คุณควรทำ ก็คือ ทำการ Update ข้อมูลเพียงเท่านี้คุณก็จะได้งานเขียนชิ้นใหม่ที่ส่งผลดีกับ Blog ของคุณ

23. การเรียกแฟนคลับให้เข้ามาอ่าน Blog ของคุณ

ผู้เยี่ยมชม Blog ที่ดีที่สุด คือ ผู้เยี่ยมชมซ้ำ พวกเขามีแนวโน้มที่จะแสดงความคิดเห็น และลิงค์ไปยังเว็บไซต์ของคุณ รวมทั้งยังแบ่งปันเนื้อหาของคุณบนเว็บโซเชียล และเปลี่ยนเป็นลูกค้าของคุณได้ แต่คนอ่านบางคนอาจหายหน้าไป และจะไม่แวะเข้ามาที่ Blog ของคุณจนกว่าคุณจะส่งข่าวและติดต่อพวกเขาก่อน ลองติดต่อพวกเขาด้วยการใช้อีเมลและการแจ้งเตือนแบบพุช

ลองใช้เครื่องมืออย่างเช่น Hello Bar ช่วยในการรวบรวมอีเมล และอำนวยความสะดวกให้คุณส่งเมล์กลับทั้งหมดแบบรวดเดียวทุกครั้งที่คุณมีโพสต์ใหม่

24: อย่ารอนานไปที่จะสร้างรายได้

นักเขียน Blog จำนวนมากทำผิดพลาด หลายคนเฝ้ารอให้มี Traffic จำนวนมากๆ ก่อน แต่ถ้าคุณรอเวลานานเกินไปหลายๆ ปีก่อนที่ทำการสร้างรายได้ จะทำให้คนที่เข้ามาอ่าน Blog ของคุณเข้าใจว่าทุกอย่างใน Blog นี้เป็นของฟรี เรื่องนี้มันก็โอเคอยู่ ถ้าคุณไม่ได้วางแผนว่าจะสร้างรายได้ หรือขายสินค้าอะไร แต่ถ้าไม่… เท่ากับคุณทำพลาดแล้ว

25. มีกลยุทธ์การสร้างรายได้หลายอย่าง

คุณไม่ควรพึ่งพากลยุทธ์การสร้างรายได้เพียงกลยุทธ์เดียว อย่างเช่น Affiliate (ช่วยคนอื่นขายสินค้า แล้วได้ค่าตอบแทนเป็นค่าคอมมิสชั่น) หรือ AdSense (บริการของ Google ที่เปิดโอกาสให้กับเจ้าของเว็บไซต์สร้างรายได้โดยการนำโฆษณาของ Google มาลงไว้ที่เว็บไซต์)

ลองหาวิธีสร้างรายได้ที่คุณจะทำเงินได้มากกว่า เช่น การนำ Content ที่เขียนบนบล็อกมารวบรวมเป็น E-Book พอมีคนกดคลิกซื้อก็เกิดรายได้ เพราะฉะนั้นเวลาที่คุณเริ่ม Blog ลองคิดถึงวิธีการสร้างรายได้ทั้งหมดที่คุณต้องการเอาไว้ด้วย

26: เขียนเรื่องส่วนตัวของคุณให้โดนใจ

คนมักสนใจชอบอ่านเรื่องราวที่มีข้อเท็จจริงของคนอื่นเสมอ ดังนั้นถ้าคุณไม่พร้อมที่จะแชร์เรื่องส่วนตัวก็จงอย่าเขียน เมื่อคุณตัดสินใจที่จะทำ Blog ควรแน่ใจว่าคุณสามารถเขียนเนื้อหาของตัวเองได้ด้วย นี่เป็นสิ่งที่เราขอแนะนำให้ทำ

27. พร้อมจ่าย

การเขียน Blog ไม่ใช่เรื่องง่าย มันไม่ใช่งานอดิเรกที่จะเขียนเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าอยากเป็น Blogger ที่ดีและดัง คุณต้องเต็มใจที่จะทุ่มเทเวลาและพลังงานไม่ใช่แค่เดือนหรือ 2 เดือน แต่ต้องใช้เวลาเป็นปีๆ เพื่อให้ Blog ของคุณให้ประสบความสำเร็จ

บทสรุป
เวลาคนพูดถึง Blog มักจะพูดเรื่องวิธีเขียน Blog ไปจนถึงวิธีการทำการตลาด มีเพียงไม่กี่คนที่พูดถึงกลยุทธ์สำหรับการเป็น Blogger หน้าใหม่ต้องเริ่มอย่างไร เพื่อนไไปปรับใช้สำหรับการสร้าง Block ให้ประสบผลสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

ซึ่ง 27 หลักการข้างต้น คุณจะพบว่าการสร้าง Blog ของคุณยากที่จะประสบผลสำเร็จ ถึงแม้ว่าคุณจะโชคดีที่ได้แฟนคลับที่เข้ามาติดตาม Blog ของคุณ โดยไม่คำนึงถึงหลักการข้างต้น แต่ในที่สุดคุณจะพบว่าพวกเขาไม่มีทางที่จะเปลี่ยนมาเป็นลูกค้า และคุณไม่สามารถที่จะทำเงินได้จาก Blog ของคุณเลย

อ้างอิงจาก https://neilpatel.com/blog/blogging-principles/