7 ขั้นตอนในการเขียนโฆษณา SEO เพื่ออันดับ Content บน Google

ผู้คนส่วนมากไม่ค่อยคิดมากนักเกี่ยวกับผู้อ่านของพวกเขาหรือเครื่องมือค้นหา เมื่อพวกเขาคิด Content อะไรได้ พวกเขาก็เพียงแค่เขียนลงไป

หากนั่นฟังดูเหมือนเป็นตัวคุณ และหากคุณต้องการยอดผู้เข้าชมที่มากขึ้น คุณต้องฉลาดให้มากขึ้นด้วยในการเขียน Content

ซึ่งในบทความนี้เราจะใช้ตัวอย่างจากบล็อกของ Ahrefs ที่สามารถเพิ่มยอดผู้เข้าชมได้จาก 12000 คน ไปถึง 190000 คนได้ภายใน 3 ปี และครึ่งหนึ่งของอัตราการเข้าชมของพวกเขานั้นได้มาจากเครื่องมือค้นหา

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ในบทความนี้เราจะมาศึกษาขั้นตอนการเขียนคำโฆษณา SEO ที่กระตุ้นยอดผู้เข้าชมนั้นได้ ทั้งหมดของบทความนี้คือประสบการณ์จากผู้ทำ SEO ของ Ahrefs 

ปัจจัยต่างๆ ที่พวกเขามีอาจนำมาเปรียบเทียบกับบล็อกของคุณไม่ได้ และบทความนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการกระทำของพวกเขาเท่านั้น

SEO Copywriting คืออะไร?

SEO Copywriting เป็นศิลปะการเขียน Content ที่มีโอกาสทำให้เว็บเพจนั้นทำให้ติดอันดับสูงใน Google ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ SEO และเทคนิคการเขียน Content เพื่อสร้างการดึงดูดผู้เข้าชมและเครื่องมือค้นหา

สิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำมีดังนี้
– เขียนหัวข้อที่มีประสิทธิภาพต่อการเพิ่มปริมาณการค้นหา
– สร้าง Content ที่ดีที่สุดสำหรับหัวข้อนั้น
– สร้างสิ่งที่กระตุ้นการสร้างลิงก์ให้เกิดขึ้นภายใน Content ของคุณ

แล้วคุณจะทำสิ่งนั้นได้อย่างไร?

ประการแรก คุณต้องดูปริมาณการเข้าชมของเว็บเพจที่มีการจัดอันดับสูงสุดในปัจจุบันของหัวข้อนั้น

ตัวอย่างเช่น สมมิตว่าคุณวางแผนที่จะรวบรวมรายชื่อ “โปรตีนผง” ที่ดีที่สุด คุณจะป้อนคำอธิบายของ Content ว่า “best protein powders list” ลงใน Keywords Explorer และดูยอดผู้เข้าชมที่เว็บเพจที่อยู่ในอันดับสูงสุดได้รับ โดยไปที่

Keywords Explorer > enter a topic idea > ดูที่ Traffic 

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

และนี่คือภาพรวมของรายงานจาก SERP (หน้าผลรวมการค้นหาของเครื่องมือค้นหา) ใน Keywords Explorer ของหัวข้อ “best protein powders list”

ดูเหมือนว่าหัวข้อนี้จะมีศักยภาพการเข้าชมที่สูง

แต่การค้นหาหัวข้อที่มีศักยภาพดีสำหรับปริมาณการค้นหาทั่วไปนั้นเป็นสิ่งที่ง่าย สิ่งที่ยากกว่านั้นคือการรวบรวม Content ที่ดีที่สุดสำหรับหัวข้อนั้น และการดึงดูดลิงก์เข้ามาใน Content นั้น

ในการกระทำเช่นนี้คุณต้องดึงดูดทั้งสองสิ่ง นั่นคือ ผู้อ่านและผู้สร้างลิงก์ และนี่คือวิธีการที่ ahrefs ทำ

1. เริ่มต้นด้วยการใช้ Keywords ที่เป็นการบอกข้อมูล

ahrefs นั้นเขียนเกือบทุกบล็อกเกี่ยวกับ Keywords ในทาง SEO เช่น “SEO tips” “SEO audit” และ “google search operators” ซึ่งสามารถสร้างยอดผู้ค้นหาได้ไม่ต่ำกว่า 3300 คนต่อเดือนจากพื้นที่สหรัฐอเมริกา

คุณไม่ควรสิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่ายในการเขียนบล็อกที่เป็น Content ในแบบที่ Google ไม่ต้องการ

แล้วคุณจะทราบได้อย่างไรว่าผู้เข้าชมนั้นต้องการเห็นอะไร?

ลองดูการจัดอันดับคำว่า “SEO copywriting” โดยไปที่

Keywords Explorer > enter keyword > SERP overview

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ภาพรวมของการค้นหาสำหรับ Keywords คำว่า  “SEO copywriting” จะบอกจุดประสงค์ในการค้นหาข้อมูลที่ชัดเจนออกมา 

หากผลการค้นหานั้นเต็มไปด้วยบล็อกโพสต์ คุณก็จะสามารถเข้าใจได้ว่า Keywords นี้มีเจตนาในการให้ข้อมูล 

แต่ผลการค้นหานั้นอาจไม่ได้ออกมาดูง่ายแบบนั้นเสมอไป

และนี่คือภาพรวมของผลการค้นหาสำหรับ Keywords คำว่า “buy backlinks”

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ดูเหมือนผลการค้นหานั้นจะมีการปนกันระหว่างบล็อกโพสต์และเว็บเพจการขาย แล้วอะไรคือเจตนาในการค้นหาของ Keywords นี้?

ในสถานการณ์นี้คุณจะต้องใช้วิจารณญาณของคุณในการตัดสินใจ แต่คุณสามารถดูกราฟ SERP position history ใน Keywords Explorer ได้ เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

SERP position history จะแสดงตำแหน่งการจัดอันดับของ 5 เว็บเพจที่อยู่ในอันดับที่สูงที่สุดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งคุณสามารถดูได้จากความผันผวนในกราฟเพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงในการตัดสินใจเลือกเจตนาของการค้นหาได้

2. เจาะลึกเจตนาของการค้นหา และเจาะลึกลูกค้าเป้าหมายของคุณ

การทราบประเภทของผู้ใช้งานว่าพวกเขากำลังมองหาสิ่งใดนั้นเป็นเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้น

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

จากตัวอย่างด้านบน หากเรามองว่า 1% จากผลลัพธ์ของ Keywords นั้นคือการให้ข้อมูล ก็จะมีมากกว่า 18000 เว็บเพจที่สามารถตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานและได้รับการจัดอันดับไปแล้ว 

แต่มีเพียงบางเว็บเพจเท่านั้นที่อยู่ใน 10 อันดับแรกของผลลัพธ์การค้นหา ตอนนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องเข้าใจเหตุผลว่าเว็บเพจที่อยู่ในอันดับสูงสุดนั้นทำได้อย่างไร

สิ่งนี้อาจทำได้ยากเล็กน้อย เนื่องจากมีปัจจัยมากมายที่ใช้ในการจัดอันดับ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับจุดนี้คือเจตนาของการค้นหา เพราะ Google นั้นจะไม่จัดอันดับให้กับเว็บเพจที่ไม่ตรงกับข้อความค้นหาของผู้ใช้งาน 

ดังนั้น สิ่งแรกที่ควรทำคือมองหาสิ่งที่พบบ่อยใน SERP ซึ่งสำหรับ Keywords คำว่า “SEO copywriting” นั้น เราจะมองเห็นว่ามี Content ประเภท “how to” อยู่มากมายจากรายการผลลัพธ์

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

จากนั้นลองดูที่ช่อง “people also ask” ใน Google ซึ่งจะแสดงผลข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำถามและปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนั้น

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ดูเหมือนว่าผู้คนกำลังสงสัยว่า “SEO copywriting” นั้นคืออะไร และทำอย่างไร นั่นคงเป็นสาเหตุที่มี Content ประเภท “how to” อยู่มากมายใน SERP 

จากข้อมูลนี้ เราสามารถเริ่มต้นด้วยการตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับผู้ใช้งานเกี่ยวกับหัวข้อนี้ และนี่คือสมมติฐานที่เราคิดไว้

– พวกเขามีเว็บไซต์และต้องการทราบวิธีการสร้าง Content ที่สามารถทำอันดับบน Google ได้ สิ่งนี้ดูเหมือนจะชัดเจน แต่คุณต้องดู SERP ประกอบกันไปด้วย เพราะผู้ใช้งานเหล่านั้นอาจต้องการเพียงแค่เรียนรู้วิธีในการเขียนคำโฆษณาเพื่อใช้ประกอบงานของพวกเขา หรืออาจเพียงต้องการว่าจ้างผู้เขียนคำโฆษณาก็ได้

– พวกเขาอาจจะแค่สงสัยว่า SEO copywriting คืออะไร 

– พวกเขาอาจต้องการแนวทางในการทำงานหรือเคล็ดลับต่างๆ ที่สามารถใช้งานได้ เพราะผลลัพธ์ส่วนมากบน SERP ใน 10 อันดับแรกนั้นเป็น “how to” และเทคนิคต่างๆ

จากสมมติฐานเหล่านี้ สิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการค้นหาน่าจะเป็น วิธีการสร้าง Content ที่สามารถทำอันดับบน Google ได้

จากนั้นลองเปิด Google doc และใช้ข้อมูลที่ได้มาในการสร้าง Content 

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

และสิ่งที่คุณควรทำต่อจากนี้คือการวบรวม Keywords ในหัวข้อที่คุณต้องการ รวมถึงการสร้างบทนำและบทสรุป

3. ศึกษาเว็บเพจที่อยู่ในอันดับสูง

หาก Google ทำการจัดอันดับเว็บเพจหนึ่งในตำแหน่งบนสุด 3-5 อันดับสำหรับ Keywords นั้นได้อย่างต่อเนื่อง นั่นแสดงว่ามันต้องมีเหตุผล และเหตุผลนั้นไม่เคยมีข้อเดียว

ลิงก์ การเผยแพร่ และปัจจัยด้านพฤติกรรม ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้ได้รับอันดับที่สูงบน SERP 

ดังนั้นเป้าหมายของคุณคือการทำความเข้าใจเพิ่มเติมว่าเพราะเหตุใดเว็บเพจเหล่านี้จึงได้รับอันดับนั้น และ SERP คือสถานที่ที่ดีที่สุดในการวิเคราะห์สิ่งเหล่านี้ โดยไปที่

Keywords Explorer > enter your keyword > SERP Overview

สิ่งนี้บอกกับเราได้ว่าคุณภาพของ Content ที่นี่น่าจะค่อนข้างดี และยังบอกได้อีกว่าเราต้องการลิงก์จำนวนเท่าไหร่ในเว็บเพจของเราเพื่อโอกาสในการจัดอันดับ

แต่เพื่อให้เข้าใจถึงคุณภาพของ Content เราจำเป็นต้องตรวจสอบเว็บเพจแต่ละหน้าด้วยตัวเอง

การทำสิ่งนี้ไม่เพียงช่วยให้เราเข้าใจถึงเหตุผลว่าทำไมเว็บเพจเหล่านั้นจึงได้รับอันดับของพวกเขา แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจถึงความเกี่ยวข้องภายในโพสต์และภาษาที่ใช้อีกด้วย

ลองมาดูเว็บเพจซึ่งได้รับการจัดอันดับสูงสุด นั่นคือ neilpatel.com

ก่อนอื่นเราจะให้ดูโพสต์อย่างรวดเร็ว และดูว่าการออกแบบนั้นเป็นอย่างไร ทั้งในเรื่องของการจัดรูปแบบของรูปภาพ ข้อความ รายการต่างๆ วีดีโอ ลิงก์ภายใน และอื่นๆ

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

จะสังเกตเห็นคำแนะนำที่เก่ามากเกี่ยวกับความหนาแน่นของ Keywords 

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ความเกี่ยวข้องในบทความนี้มีน้อย และไม่ระบุวันที่เผยแพร่เอาไว้

ในส่วนของ “site speed” ที่อยู่ในบทความ “6 elements of SEO copywriting that matter” ถูกระบุไว้ว่าเป็นองค์ประกอบแรก

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ฉันไม่เห็นว่าสิ่งนี้จะเกี่ยวกับ SEO copywriting ลองตรวจสอบในส่วนของคำนำ

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ในส่วนนี้ค่อนข้างยาวและน่าเบื่อ แต่ฉันคิดว่ามันค่อนข้างดีสำหรับการบอกให้ผู้อ่านทราบว่าพวกเขาควรคาดหวังอะไรจากบทความนี้ บันทึกทั้งส่วนที่เป็นเชิงบวกและสิ่งที่เป็นเชิงลบเอาไว้ทั้งหมด ซึ่งการกระทำเช่นนี้ช่วยให้ฉันเห็นภาพของปัญหาที่ควรแก้ไขในโพสต์ เพื่อให้แน่ใจว่าฉันจะเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดได้

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

นอกจากนี้ฉันยังบันทึกสิ่งที่ฉันรู้สึกว่าสมควรได้รับการกล่าวถึงในบทความของฉัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งที่ฉันเห็นว่าได้ถูกกล่าวถึงเอาไว้ในโพสต์อันดับสูงสุด เช่น

– Meta Tags และคำอธิบาย
– Bucket brigades
– การวิจัย Keywords
– ความสำคัญของบทนำ
– เจตนาของการค้นหา
– “SEO copywriting” คืออะไร และการทำความเข้าใจเกี่ยวกับ copywriting
– และอื่นๆ

แล้วฉันก็จะรวมสิ่งเหล่านี้เข้ากับแนวคิดของฉันเพื่อสรุปเนื้อหาสำหรับบทความของฉัน

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

4. ค้นหามุมที่ไม่เหมือนใคร จากนั้นร่างโพสต์ของคุณ

ไม่ว่าคุณจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร ฉันคิดว่ามีบทความอยู่อีกนับล้านที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนั้น ดังนั้นคุณจะเขียนบทความที่ไม่เหมือนใครได้อย่างไร?

– บางครั้งเรานำข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญมาเป็นแหล่งอ้างอิงในการเขียน
– บางครั้งเราก็เขียนหัวข้อนั้นจากประสบการณ์ส่วนตัว
– บางครั้งเราก็ทำการศึกษาบางกรณีด้วยข้อมูลภายนอก
– บางครั้งเราสร้างคู่มือที่ครอบคลุมและทันสมัยและได้รับการวิจัยมาเป็นอย่างดีเกี่ยวกับหัวข้อนั้น
– บางครั้งเราใช้ความเชี่ยวชาญของเราเสนอวิธีแก้ปัญหาให้กับผู้ค้นหา

และเมื่อคุณค้นพบมุมที่ไม่เหมือนใครของคุณแล้ว ให้รวบรวมบันทึกเอาไว้ แล้วปรับแต่งมันในภายหลัง

5. การเขียนบทนำ

ถึงตอนนี้คุณควรมีโครงร่างของโพสต์คุณแล้ว ก่อนจะเริ่มเขียนบทนำ

ผู้อ่านจะตัดสินว่าโพสต์ของคุณคือสิ่งที่พวกเขามองหาและอ่านต่อไป หรือไม่สนใจและกลับไปที่ SERP ทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่กับบทนำของคุณ

ไมมีสูตรที่ตายตัวสำหรับการเขียนบทนำ ดังนั้นการเขียนจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในการค้นหา

ลองดูจากสองตัวอย่างที่ฉันจะกล่าวถึงนี้ ซึ่งเป็นบทนำของหัวข้อเรื่องการสร้างลิงก์เสีย

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ฉันรู้จากประสบการณ์ว่าหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุดสำหรับผู้ที่ทดลองใช้การสร้างลิงก์คือ ต้องใช้เวลาที่มากและผลลัพธ์ที่ได้ก็มักจะไม่น่าประทับใจ

ด้วยการระบุสิ่งนี้ลงไปในบทนำ แสดงให้ผู้อ่านเห็นว่าฉันเข้าใจถึงปัญหา จากนั้นก็สัญญากับพวกเขาว่าฉันจะมอบวิธีในการแก้ปัญหานั้นให้

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

และนี่คือบรรทัดเริ่มต้นบทนำสำหรับหัวข้อ “รายการเครื่องมือ SEO”

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ฉันทราบได้จากเจตนาของผู้ค้นหาสำหรับหัวข้อ “เครื่องมือ SEO” นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมงานชิ้นนี้จึงค่อนข้างเรียบง่ายและตรงประเด็น

สิ่งที่แยกบทความนี้ออกมาจากบทความของผู้เขียนคนอื่นๆ ได้ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผู้ค้นหาควรเชื่อใจฉัน

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ตอนนี้ผู้ค้นหาได้ทราบว่านี่คือการรวบรวมรายการเครื่องมือต่างๆ ที่ได้รับการจัดระเบียบเป็นกลุ่มที่แตกต่างกัน ดังนั้น คำแนะนำของฉันในการเขียนบทนำคือ

– แสดงให้ผู้ค้นหาเห็นว่าคุณเข้าใจปัญหา
– สัญญาว่าจะแก้ปัญหา
– พิสูจน์ว่าคุณคือผู้ที่เหมาะสมกับการแก้ปัญหา

6. ตรวจสอบให้แน่ในว่าผู้คนจะมายังโพสต์ของคุณด้วยบริบทที่ถูกต้อง

ก่อนหน้านี้เราพบว่าแต่ละเว็บเพจที่ได้รับการจัดอันดับในอันดับต้นๆ ของ Keywords “SEO copywriting”  มีโดเมนอ้างอิงประมาณ 100-300 โดเมนซึ่งชี้ไปยังพวกเขา

และหากว่าเรามีโดเมนอ้างอิงเพียง 30 โดเมน เราก็ไม่สามารถอยู่เหนือพวกเขาได้ไม่ว่า Content เราจะดีเพียงใด

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมคุณจึงต้องมีสิ่งกระตุ้นในการสร้างลิงก์อยู่ในโพสต์ของคุณ วิธีที่ดีที่สุดนั้นคือการดูว่าทำไมผู้คนจึงลิงก์ไปยังโพสต์อันดับสูงสุดในปัจจุบัน โดยไปที่

Site Explorer > enter a top-ranking post URL > Backlinks

เมื่อฉันลองตรวจสอบ 2 เว็บเพจอันดับบนสุดสำหรับ Keywords “SEO copywriting” ฉันสังเกตว่ามี Backlinks จำนวนมากมาจากเว็บเพจประเภทนี้

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

โดยทั่วไปแล้ว เว็บเพจที่เป็นรายการเคล็ดลับเกี่ยวกับการเพิ่มยอดผู้เข้าชม รูปแบบของบล็อกโพสต์ หรือการเพิ่มจำนวนการแชร์ และอื่นๆ นั้น “SEO copywriting” สามารถช่วยได้

แต่ถ้าเราเจาะจงลึกลงไปอีก ก็จะเห็นได้ว่าเว็บเพจเหล่านี้ส่วนมากเชื่อมโยงกันเพราะพวกเขาพูดถึงสิ่งที่เฉพาะเจาะจงจากโพสต์ เช่น “bucket brigades”

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

อันที่จริง หากเราใช้ Anchors report ที่อยู่ในส่วนของ Site Explorer เราจะเห็นได้ว่ามีเว็บไซต์เพียงไม่กี่แห่งที่เชื่อมโยงกันเพราะ Keywords “bucket brigades”

Content_การสร้าง Content_การทำ SEO_รับทำ SEO_WordPress SEO_การเขียนโฆษณา SEO_เทคนิคการทำ SEO_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ดังนั้นนี่อาจเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับโพสต์ของเรา แต่เมื่อมองให้ลึกลงไปอีกจากโพสต์ทั้งหมด ฉันรู้สึกว่าลิงก์ส่วนมากเป็นผลมาจากการแชร์ข้อมูลเชิงลึกที่ไม่เหมือนใครในโพสต์นั้น

นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่การแชร์ข้อมูลเชิงลึก เคล็ดลับ และลูกเล่นที่ไม่เหมือนใครในโพสต์ของคุณ เป็นหนึ่งในวิธีดึงดูดลิงก์ที่สร้างมาโดยธรรมชาติ

7. การตัดและปรับแต่งโพสต์ของคุณ 

ไม่มีใครต้องการอ่านมากเกินกว่าที่พวกเขาจำเป็น เป้าหมายของคุณควรเป็นการลบเนื้อหาที่ไม่จำเป็นออกจากโพสต์ของคุณ

ฉันขอแนะนำให้พยายามทำให้ส่วนที่เหลือของโพสต์ของคุณอ่านได้ง่าย และแยกย่อยเป็นประโยคและย่อหน้าที่สั้น วิธีนี้จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าโพสต์ของคุณนั้นสามารถทำความเข้าใจได้โดยง่าย

คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าโพสต์ของคุณไม่มีข้อความที่ติดกันมากจนเกินไป นี่คือคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีแก้ไข

– ใช้การจัดรูปแบบต่างๆ เพื่อแยกข้อความ เช่น สัญลักษณ์ หัวข้อย่อย คำบรรยายภาพ และอื่นๆ
– เพิ่มรูปภาพตามความเหมาะสม
– เพิ่มวีดีโอ
– เน้นข้อความที่สำคัญด้วยตัวหนา ตัวเอียง ขีดเส้นใต้ ตามความเหมาะสม

จากนั้นก็ถึงเวลาที่คุณจะต้องอัปโหลดไปยัง WordPress หรือแพลตฟอร์มที่คุณเลือกใช้ และโพสต์เพื่อเผยแพร่มันออกไป

ในส่วนนี้ การเขียนหัวข้อที่น่าดึงดูด และ Meta Tags นั้นมีความสำคัญมากหากคุณต้องการอัตราการคลิกที่มากขึ้นสำหรับโพสต์ของคุณ 

สรุป
เมื่อคุณได้รับ 7 ขั้นตอนในการเขียนโฆษณา SEO ไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีเทคนิคที่มากจนเกินไป เพียงแค่คุณมุ่งเน้นไปยังจุดประสงค์ในการหามุมที่ไม่เหมือนใครสำหรับโพสต์ของคุณ รวมไปถึงการเข้าใจเจตนาของผู้ค้นหา และมีความเข้าใจในการเขียนโพสต์ที่มากพอ คุณก็จะสามารถดึงดูดลิงก์มายังโพสต์ของคุณได้ และการจัดอันดับของคุณก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ง่าย แต่ถ้าหากคุณทำได้มันจะเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุด แล้วคุณก็จะได้รับปริมาณการเข้าชมเพิ่มขึ้นในแต่ละเดือนสำหรับบล็อกของคุณ

อ้างอิงจาก https://ahrefs.com/blog/seo-copywriting/