17 เทคนิค Black Hat SEO ที่ควรหลีกเลี่ยง

เมื่อก้าวเข้ามาในโลกของ SEO การโปรโมทเว็บไซต์เพื่อให้ติดอันดับบน Google เป็นเรื่องสำคัญมาก แต่บางครั้งการสร้างเว็บให้มีคุณภาพก็ไม่ใช่เรื่องง่าย คุณอาจจะทำให้เว็บไซต์ของคุณกลายเป็นเว็บต้องสงสัยโดยไม่รู้ตัว ด้วยเหตุผลนี้ เราจึงนำ 17 เทคนิค SEO ที่จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการกระทำเหล่านั้นมาบอกต่อ

แต่ก่อนที่เราจะบอกเทคนิค มาดูกันก่อนดีกว่าว่า Black Hat SEO คืออะไร

การโปรโมทเว็บไซต์ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Whaite Hat SEO (SEO สายขาว) และ Black Hat SEO (SEO สายสีดำ) ซึ่งสีของหมวกก็เปรียบเหมือนวิธีที่คุณเลือกโปรโมทเว็บไซต์ของคุณนั่นเอง เมื่อมองจากสีแล้ว คุณคงรู้ใช่ไหมล่ะว่าอันไหนดีและอันไหนไม่ดี

White Hat SEO คือ การทำเว็บคุณภาพ และทำ SEO โดยยึดหลักการปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักของ Search Engine หรือเครื่องมือค้นหา ซึ่งเป็นวิธีที่ถูกต้องและได้รับการยอมรับ ทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับในการค้นหา แต่อาจใช้เวลานาน อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ก็เป็นวิธีที่คุ้มค่าที่สุด เพราะเมื่อคุณติดอันดับได้แล้ว ก็จะทำให้ธุรกิจของคุณมั่นคง

ในทางตรงกันข้าม Black Hat SEO คือ การโปรโมทเว็บไซต์โดยไม่ได้ทำตามหลักปฏิบัติที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ประโยชน์ทาง SEO โดยไม่นึกถึงความเหมาะสม แต่ถ้าเมื่อไรที่ระบบตรวจสอบพบ เว็บของคุณก็จะได้รับความเสียหาย หรืออาจโดนลบทันที

เอาล่ะ คราวนี้คุณก็คงเข้าใจความหมายและผลกระทบของ Black Hat SEO กันอย่างคร่าวๆ แล้ว เราไปดูกันเลยดีกว่าว่า 17 เทคนิคที่จะช่วยให้คุณไม่เผลอทำ Black Hat SEO นั้น มีอะไรบ้าง

เทคนิค SEO

1. คีย์เวิร์ดที่ไม่เกี่ยวข้อง

ไม่ควรทำ: ใช้คีย์เวิร์ดที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าเพื่อทำให้เว็บไซต์ได้รับความนิยมฃ
ตัวอย่าง: ถ้าณเดชน์และญาญ่าเลี้ยงแมว พวกเขาจะต้องซื้อเครื่องดูดฝุ่น Dyson ของพวกเราอย่างแน่นอน

ควรทำ: ผลิตเนื้อหาที่เน้นแต่คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง เพื่อตอบสนองสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการค้นหา
ตัวอย่าง: เครื่องดูดฝุ่น Dyson มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดฝุ่น สิ่งสกปรก และขนสัตว์

2. Keyword Stuffing หรือ การนำคีย์เวิร์ดไปแปะตามหน้าเพจต่างๆ อย่างไม่สมเหตุสมผล

ไม่ควรทำ: เน้นย้ำคีย์เวิร์ดในประโยคมากเกินไปจนกลายเป็นคำที่ไม่มีความหมาย
ตัวอย่าง: กรอบรูป กรอบรูป กรอบรูป

ควรทำ: เขียนประโยคที่มีความหมาย เข้าใจง่าย และมีคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา แทนที่จะเขียนคีย์เวิร์ดซ้ำไปซ้ำมา
ตัวอย่าง: เราสามารถจัดวางทุกคนให้อยู่ในภาพได้ ด้วยบริการกรอบรูปจากเรา มั่นใจได้เลยว่ารูปของคุณจะคมชัดแน่นอน

3. ตัวอักษรขนาดเล็ก การซ่อนคำ และการซ่อนลิงก์ (Tiny Text, Hidden Text, Hidden Link)

ไม่ควรทำ: เขียนเนื้อหาด้วยตัวอักษรที่อ่านยากไว้มุมล่างของเว็บ ใช้สีของตัวอักษรสีเดียวกับสีของพื้นหลัง ซ่อนเนื้อหาหรือลิงก์ที่ผู้ใช้งานมองไม่เห็น แต่สามารถตรวจพบได้แค่โรบอทของ Search Engine เพียงอย่างเดียว
ตัวอย่าง: ข้อความที่เต็มไปด้วยตัวอักษรอ่านยาก

ควรทำ: เขียนเนื้อหาด้วยตัวอักษรที่อ่านง่าย ใช้สีตัวอักษรที่โดดเก่นกว่าสีของพื้นหลัง และแสดงลิงก์ให้ผู้ใช้งานมองเห็นอย่างชัดเจน
ตัวอย่าง: กล้อง Canon G10 เต็มไปด้วยฟีเจอร์สุดล้ำ ที่ทำให้การถ่ายภาพกลายเป็นเรื่องง่าย

4. การหลบซ่อนเนื้อหา หรือ Cloaking

ไม่ควรทำ: แสดงเนื้อหาให้ผู้ใช้งานเห็นเป็นอย่างหนึ่ง แล้วแสดงเนื้อหาให้ Search Engine เห็นเป็นอีกอย่าง หลอกผู้ใช้งานและ Search Engine ให้เห็นเนื้อหาที่แตกต่างกัน
ตัวอย่าง: ผู้ใช้งานค้นหาคำว่า “แมวน้อยแสนซน” เพื่อค้นหารูปภาพแมวสุดน่ารัก แต่กลายเป็นว่าเว็บไซต์แสดงเนื้อหาลามกขึ้นมาแทน

ควรทำ: ซื่อสัตย์ต่อผู้ใช้งาน นำเสนอเนื้อหาที่ตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการผ่านผลการแสดงค้นหาบนหน้าเว็บ
ตัวอย่าง: ผู้ใช้งานค้นหาคำว่า “Hello Kitty” ผลลัพธ์ที่ปรากฏคือ รูปตัวการ์ตูนแมวสีชมพู หรือเว็บไซต์หลักของเจ้าของลิขสิทธิ์ Hello Kitty

5. สร้างเว็บเพจที่มีแต่คีย์เวิร์ดมากๆ แต่ไม่มีเนื้อหาสาระ (Doorway Pages and Gateway Pages)

ไม่ควรทำ: สร้างเนื้อหาที่มีแต่คีย์เวิร์ดเพื่อทำให้เว็บไซต์ติดอันดับ แต่ไม่มีใจความหรือเนื้อหาสาระ เมื่อผู้ใช้งานคลิกเข้าไป ก็กลายเป็นหน้าเว็บไซต์อื่นเสียอย่างนั้น
ตัวอย่าง: เว็บไซต์ที่เต็มไปด้วยคีย์เวิร์ด แต่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องน้อยมาก โดยใช้ JavaScript หรือ Meta Tag เพื่อพาผู้ใช้งานไปยังหน้าเว็บอื่นที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง

ควรทำ: สร้างเนื้อหาที่ผู้ใช้งานสามารถอ่านได้จริง และเต็มไปด้วยเนื้อหาที่เป็นประโยชน์
ตัวอย่าง: ข้อดีและรายละเอียดของการผลิตน้ำตาลทรายดิบ ที่มีฟรักโตสสูงกว่าน้ำเชื่อมข้าวโพด

6.  Bait-and-Switch

ไม่ควรทำ: Bait-and-Switch คือ การล่อเหยื่อแล้วเปลี่ยนเป้าหมาย  สร้างเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อหลอกล่อผู้ใช้งาน แต่เมื่อคลิกเข้าไปแล้วกลับลิงก์ไปหาเว็บอื่น
ตัวอย่าง: ผู้ใช้งานเสิร์ชหาคำว่ารถยนต์ มีเว็บไซต์เสนอผลการค้นหารถยนต์ราคาหกแสนขึ้นมา แต่เมื่อคลิกเข้าไปกลับบอกว่า รถยนต์ราคาหกแสนหมดแล้ว แล้วเสนอรถยนต์ที่มีราคาแพงกว่าให้แทน

ควรทำ: หมั่นอัปเดตเว็บไซต์ และตรวจสอบว่าเนื้อหาในเว็บไซต์ยังสมบูรณ์
ตัวอย่าง: เว็บไซต์ที่มีหัวข้อ “ชายหาดโจรสลัด” อัปเดตเว็บด้วยข่าวหรือสื่อมีเดียที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ด

7. เนื้อหาซ้ำ (Duplicate Content)

ไม่ควรทำ: คัดลอกเนื้อหาสำคัญจากเว็บอื่น ไม่ว่าจะขออนุญาตหรือไม่ก็ตาม
ตัวอย่าง: หัวข้อที่คัดลอกมาจากที่อื่นเพื่อเพิ่มยอดผู้เข้าชม

ควรทำ: ให้เครดิตเนื้อหาต้นฉบับ
ตัวอย่าง: หัวข้อเกี่ยวการใช้หูฟัง โดยมีเว็บไซต์ของเนื้อหาต้นฉบับแสดงไว้ด้วย

8. ข้อความขยะ (Spam Blogs)

ไม่ควรทำ: ส่งอีเมลที่มีข้อความโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้รับ เพื่อให้ผู้รับคลิกเข้ามาในเว็บไซต์
ตัวอย่าง: คาเฟอีนและผงชูรสจาก Mountian Dew ทำให้สดชื่นมากกว่า Coke

ควรทำ: ตั้งเวลาสำหรับการโพสต์ และต้องมีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และสดใหม่
ตัวอย่าง: คาเฟอีนคือยาเสพติดที่ไม่เป็นอันตราย หากทานในปริมาณที่เหมาะสม ถ้ามากเกินไปจะเป็นสาเหตุของความกังวลและอาการนอนไม่หลับได้

9. Comment Spam

ไม่ควรทำ: โพสต์ลิงก์ให้เป็นคอมเมนต์หรือบล็อกโดยอัตโนมัติ
ตัวอย่าง: โพสต์ที่ยอดเยี่ยมมาก! | 3uy ch34p v14gr4 w1th fr33 5h199ing

ควรทำ: คอมเมนต์อย่างสมเหตุสมผล มีคีย์เวิร์ดที่เชื่อมโยงกับหัวข้อของเว็บไซต์
ตัวอย่าง: ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเกี่ยวกับ The Metamorphosis ของ Kefka นะครับ ว่าแต่คุณเคยลองเปรียบเทียบกับ The Fly ของ Coronenberg ไหมครับ?

10. Trackback Spam

ไม่ควรทำ: Trackback คือ การบอกว่าแต่ละเนื้อหาที่เขียนนั้นอ้างอิงถึงเว็บไซต์ใดบ้าง โดยอาจจะมีการลิงก์ไปยังเว็บไซต์ที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง
ตัวอย่าง: […] คีย์เวิร์ดที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา ประโยคที่ไม่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ […]

ควรทำ: อ้างอิงถึงเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง
ตัวอย่าง: […] อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Moleskine Notebook […]

11. Pingback Spam

ไม่ควรทำ: Pingback คือการคอมเมนต์ผ่านเว็บไซต์หนึ่ง แต่ต้องตามไปอ่านเนื้อหาจากอีกเว็บไซต์หนึ่ง โดยอาจจะแจ้งเตือนเซิร์ฟว่ามีเนื้อหาใหม่อัปเดต เพื่อเป็นการหลอก
ตัวอย่าง: แจ้งเตือนหลอกเซิร์ฟว่ามีเนื้อหาใหม่

ควรทำ: ตั้งค่าให้แจ้งเตือนเฉพาะเวลาที่เผยแพร่เนื้อหา
ตัวอย่าง: ตั้งค่าจากปุ่ม “Update Service” ใน WordPress เพื่อแจ้งเตือนโพสต์ใหม่

12. Referrer Spam

ไม่ควรทำ: โฆษณาเว็บไซต์โดยสร้างคำร้องซ้ำๆ ในการเขียน URL ปลอม
ตัวอย่าง: เขียนลิงก์ที่เป็นสแปมรบกวน referrer logs

ควรทำ: เชื่อมโยงเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง และให้ผู้ใช้งานคลิกอ่านได้อย่างถูกต้อง
ตัวอย่าง: AskMetaFilter คือ แหล่งรวบรวมคำตอบที่คุณต้องการค้นหาเกี่ยวกับเว็บไซต์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

13. เว็บที่รวบรวมลิงก์เว็บไซต์ต่างๆ โดยไม่แบ่งหมวดหมู่ (Link Farms)

ไม่ควรทำ: รวบรวมลิงก์ต่างๆ ที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มโอกาสในการปรากฏบนหน้าของผลการค้นหา
ตัวอย่าง: ลิงก์มากมายและเนื้อหาที่ไร้ประโยชน์ใน pagehole.com

ควรทำ: เชื่อมไปยังลิงก์ที่มีเนื้อหาคุณภาพและมีความเกี่ยวข้อง
ตัวอย่าง: ขออนุญาตบล็อกเกอร์ที่ทานพิซซ่า ให้ลิงก์เนื้อหามายังเว็บไซต์รีวิวพิซซ่าของคุณ

14. Cybersquatting

ไม่ควรทำ: ลงทะเบียนโดเมนโดยใช้คำที่เป็นเครื่องหมายการค้า หวังเอาแต่ผลประโยชน์
ตัวอย่าง: juliaroberts.com ถูกสร้างโดย Russel Boyd ซึ่งต่อมาได้ถูกส่งต่อให้ Julia Roberts หลังจากมีการฟ้องร้อง

ควรทำ: วิเคราะห์คีย์เวิร์ดที่จดจำง่ายเพื่อนำมาสร้างเป็นชื่อของโดเมน และต้องเกี่ยวข้องกับเนื้อหา
ตัวอย่าง: aboutcandybarwrappers.com เว็บไซต์กระดาษห่อลูกอม

15. Typosquatting

ไม่ควรทำ: ลงทะเบียนโดเมนโดยใช้ชื่อที่คล้ายคลึงกับเว็บไซต์ดัง เพื่อหลอกล่อผู้ใช้งานให้เข้าใจผิด
ตัวอย่าง: whitehouse.com ทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิด เพราะคล้ายกับ whitehouse.gov

ควรทำ: ทำเว็บไซต์ให้ได้รับความนิยมด้วยเนื้อหา
ตัวอย่าง: Google YouTube Twitter Facebook และเว็บไซต์อื่นๆ ที่ไม่ต้องยืมชื่อของคนอื่นมาทำให้เว็บของตัวเองเป็นที่น่าสนใจ

16. Social Network Spam

ไม่ควรทำ: เลือกกลุ่มเป้าหมายจากโซเชียลมีเดีย แล้วส่งข้อความโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต

ตัวอย่าง: เยี่ยมชมเว็บไซต์ visit.com เพื่อดูข้อเสนอราคามากมาย

ควรทำ: ค้นหากลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจเดียวกัน แล้วจึงทำการแลกเปลี่ยนข้อมูล

ตัวอย่าง: สวัสดีครับ คุณพีท เราพบคุณใน Web Design Meetup ผมสนใจเรื่องการเข้าถึงและการใช้งานที่คุณพูดไว้ ผมรบกวนขอรายชื่องานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานได้ไหมครับ?

17. Cookie Stuffing

ไม่ควรทำ: ฝัง cookie ลงบนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานที่เปิดหน้าเว็บไซต์นั้นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต
ตัวอย่าง: ทำ URL หรือรูปภาพที่ฝัง cookie เอาไว้

ควรทำ: เชื่อมเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อเพิ่มยอดขาย
ตัวอย่าง: คุณสามารถสนับสนุนเว็บไซต์นี้ได้ด้วยการคลิกลิงก์ของเราเพื่อไปยัง Amazon

หากคุณไม่อยากให้เว็บไซต์ของคุณโดนแบนหรือโดนลบเพราะการทำ Black Hat SEO แล้วล่ะก็ คุณควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทั้ง 17 ข้อนี้ให้ดี แม้ว่าการทำ White Hat SEO อาจจะใช้เวลานานกว่า แต่เชื่อเราเถอะว่า มันคุ้มค่ากว่าเป็นไหนๆ

อ้างอิงจาก https://designhammer.com/blog/17-black-hat-seo-techniques-avoid