เทคนิคลับพิชิตการอัปเดต Google จาก Neil Patel

ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่า Google จะมีการอัปเดต แต่ทุกคนจะรับรู้ได้ เพราะการอัปเดต Google แต่ละครั้งในปัจจุบันนี้ส่งผลกระทบต่อเว็บไซต์ทั่วโลก บางคนอาจจะเห็น Traffic ของเว็บไซต์ของตัวเองนั้นลดลง ในขณะที่ของบางคนอาจจะเพิ่มขึ้น ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า เมื่ออันดับของเว็บไซต์หนึ่งถูกลดลง เว็บไซต์อื่นก็จะขึ้นมาแทนที่ และนี่คือตัวอย่างผลกระทบจากการอัปเดต Google ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด

แล้วจะทำยังไงเพื่อไม่ให้อันดับของเว็บไซต์ลดลงล่ะ?

Neil Patel ผู้ร่วมก่อตั้ง NP Digital ผู้มีอิทธิพลในโลกของเว็บไซต์ และนักการตลาดที่มีชื่อเสียง เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการอัปเดตของ Google จนทำให้ Traffic ในเว็บไซต์ของเขาหยุดนิ่งอยู่ที่ 6 เปอร์เซ็นต์ และ Organic Traffic ลดลงจนถึง 13.39 เปอร์เซ็นต์ แต่เขาก็ผ่านมาได้อย่างราบรื่นเพราะมีเทคนิคพิเศษในการรับมือ 

และวันนี้ Blacksheep ได้นำเทคนิคของ Neil Patel มาบอกต่ออย่างไม่มีกั๊ก  แต่ก่อนที่เราจะไปดูว่าเทคนิคลับนั้นมีอะไรบ้าง เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าจุดเริ่มต้นที่ส่งผลกระทบมาสู่เว็บไซต์ของ Neil นั้นคืออะไร

พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

Neil Patel เล่าว่าเขาอยู่ในวงการ SEO มามากกว่า 18 ปี เมื่อก่อนนั้น ระบบการอัปเดตอัลกอริทึมของ Google ก็ส่งผลกระทบต่อหลายเว็บไซต์ แต่ก็ไม่ซับซ้อนเหมือนอย่างในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณทำการสแปมลิงก์ หรือมีเนื้อหาในเว็บตื้นเขินจนไม่มีแก่นสารเกินไปแล้วล่ะก็ เว็บไซต์ของคุณจะอยู่ในสภาวะลำบากแน่นอน

หลังจากนั้น การอัปเดตอัลกอริทึมก็เริ่มซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพราะ Google ไม่ได้มองหาเฉพาะเว็บไซต์ที่ทำผิดกฏอีกต่อไปแล้ว แต่ยังมองหาเว็บไซต์ที่มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้งานอีกด้วย

สิ่งที่ยากก็คือ นอกจาก Google เองแล้ว ก็ไม่มีใครรู้ว่าเว็บไซต์ของพวกเขาดีที่สุดต่อผู้ใช้งาน หรือดีกว่าคู่แข่งหรือไม่ แต่ Neil ก็ไม่ได้โทษ Google เขายอมรับว่าการพัฒนาของ Google ในแต่ละครั้งทำให้ระบบดีขึ้น

และสิ่งที่ควรพัฒนาตาม Google ไปด้วยนั้นก็ควรจะเป็นตัวของเขาเอง เขาเล็งเห็นว่า Google มีการอัปเดตบ่อยมากถึง 3,200 อัลกอริทึมต่อปี ด้วยเหตุผลนี้ Neil จึงเริ่มสังเกตเทรนด์ใหม่จาก Search Traffic ในเว็บไซต์ของเขาเอง

หลังจากที่ Neil จับทางการอัปเดตอัลกอริทึมของ Google ได้ เขาพบว่า Traffic และอันดับเว็บไซต์ของเขาค่อยๆ เพิ่มขึ้น ที่จริงแล้ว หลังการอัปเดต Google จะยังคงปรับอัลกอริทึมไปเรื่อยๆ หากคุณเห็นว่า Traffic ของคุณลดลงเรื่อยๆ อย่างไม่มีเหตุผล คุณก็ควรรีบแก้ไขทันที ซึ่งเราก็จะบอกเทคนิคลับในการพิชิต Google ตามแบบฉบับ Neil Patel ให้กับคุณนับตั้งแต่ตรงนี้

แก้ไขปัญหาในแบบฉบับตัวเอง

หลังจาก Neil ได้ลองมาหลายวิธี เขาคิดว่าเขาต้องทำยังไงก็ได้ให้ Traffic ของเขาคงที่ให้มากที่สุด เพื่อส่งผลให้ธุรกิจของเขามั่นคง ซึ่งวิธีที่เขาเลือกเป็นอันดับแรก คือวิธีที่ “ไม่ต้องเสียเงิน” 

ด้วยประสบการณ์กว่า 18 ปีในเรื่อง SEO ของ Neil เขารู้ว่าหากคุณได้เสียเงินครั้งหนึ่งแล้ว คุณจะต้องเสียมากขึ้นในครั้งต่อๆ ไป เห็นได้ชัดจากภาษีของเว็บไซต์ดังๆ ที่มีการโฆษณา เช่น Google คุณจะพบว่า มีบางช่วงที่ภาษีลดลง แต่ส่วนใหญ่ล้วนคงที่อยู่ในระดับสูงทั้งนั้น หรือ Facebook ที่จ่ายค่าโฆษณาราคาแพงลิบลิ่ว และมีแนวโน้มว่าจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมในทุกๆ ปี 

Neil จึงไม่ต้องการเสียเงินของตัวเองไปมากกว่านี้ เขาคิดหาวิธีอื่นที่ทำให้ Traffic ของเขาเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการโฆษณา และหลีกเลี่ยงผลกระทบของการอัปเดตอัลกอริทึมอีกด้วย

เริ่มลงมือทำ

ขั้นแรกในเทคนิคพิชิต Google ของ Neil คือการเสิร์ชหาเว็บไซต์ที่มี Traffic ที่มั่นคงหลังจากผ่านการอัปเดตของอัลกอริทึมมาแล้ว ตอนแรกนั้น Neil ต้องการค้นหาเว็บไซต์ที่โด่งดัง แต่เขาเปลี่ยนใจไปค้นหาเว็บไซต์ที่ไม่มีชื่อเสียงแทน เพื่อดูการเติบโตของเว็บเหล่านั้น

และนี่คือลักษณะของเว็บไซต์ที่ Neil ต้องการอย่างคร่าวๆ

– เว็บไซต์ที่ไม่พึ่ง Google traffic
– เว็บไซต์ที่ไม่จำเป็นต้องผลิตเนื้อหามากมาย เพื่อจะได้ Traffic ที่ดี
– เว็บไซต์ที่ไม่มีชื่อเสียงมากนัก เพราะไม่มี Social Media Traffic
– เว็บไซต์ที่ไม่ได้เงินจากการโฆษณา
– เว็บไซต์ที่ไม่ได้ผลประโยชน์ทางการตลาด

แล้วเว็บไซต์เหล่านี้จะเป็นที่นิยมได้ยังไง? คำตอบคือ พวกเขาจะต้องมีสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพ

คุณไม่จำเป็นต้องผลิตเนื้อหาเป็นพัน ๆ เรื่อง เพื่อทำให้คนอื่นรู้จักเว็บไซต์ของคุณด้วยซ้ำ ถ้าคุณมีไพ่ตายเป็นสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพสักอย่างหนึ่ง และด้วยแนวคิดนี้เอง ที่ทำให้ Neil โซซัดโซเซมาพบ Ubersuggest

Ubersuggest คือเว็บไซต์ที่มีไว้ใช้สำหรับวิเคราะห์คีย์เวิร์ด เพื่อให้นำมาเป็นแนวทางในการเขียนเนื้อหา และกลยุทธ์ทางการตลาด และยังเป็นเครื่องมือที่แสดงผลการค้นหาแนะนำของ Google  แต่ต้องบอกก่อนว่าหน้าตาของ Ubersuggest ในปัจจุบันนั้นเปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียว ถ้าเทียบกับตอนที่ Neil ซื้อ Ubersuggest ในปี 2017

ก่อนหน้าที่ Neil จะซื้อ Ubersuggest นี้ เขาพบว่าทั้งๆ ที่ Ubersuggest ไม่ได้มีการโปรโมททางการตลาด แต่กลับมีผู้เข้าชมเว็บที่ไม่ซ้ำกันกว่า 117,425 คนต่อเดือน และได้ backlinks กว่า 38,700 ลิงก์จากกว่า 8,490 โดเมน Neil พบว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

Ubersuggest ไม่ได้สนใจการตลาดด้วยซ้ำในตอนแรก แต่เว็บก็ยังมีชื่อเสียงเพราะสินค้า หรือคุณภาพของเว็บและการบอกต่อ แน่นอนว่าด้วยเหตุนี้ Traffic ของเว็บนี้จึงมากกว่า 43 เปอร์เซ็นต์ และมี Organic Search คือคำว่า “Ubersuggest” ตรงตัว

แม้ว่า Organic Traffic ส่วนใหญ่จะเป็นชื่อเฉพาะของเว็บหรือแบรนด์ต่างๆ แต่ก็มีน้อยเว็บนักที่จะไม่พึ่ง SEO และไม่ได้รับผลกระทบจากการอัปเดตอัลกอริทึมของ Google อย่าง Ubersuggest

หลังจากนั้น Neil ได้เพิ่มฟีเจอร์มากมายให้กับ Ubersugget ไม่ว่าจะเป็นการแสดงอันดับเว็บไซต์รายวัน การวิเคราะห์โดเมน ผลรายงานเว็บไซต์ ผลรายงานเนื้อหา หรือผลรายงาน backlinks เรียกได้ว่า Neil ได้สร้างเครื่องมือทาง SEO ที่ใช้งานง่ายและไม่ซับซ้อนขึ้นมาโดยผ่านทาง Ubersuggest นั่นเอง 

เครื่องมือนี้สามารถเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่ไม่ซ้ำกันของ Ubersuggest จาก 117,425 คน เป็น 651,436 คน และเพิ่มยอดผู้เข้าชมเว็บปกติ จาก 2,357,927 คน เป็น 13,582,999 คนต่อเดือน

Neil พบว่ามีผู้เข้าชมส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ในเว็บไซต์ค่อนข้างนาน ทำให้ระยะเวลาเฉลี่ยที่ผู้เข้าชมอยู่ในเว็บไซต์ของ Ubersuggest จะอยู่ที่ 26 นาทีต่อเดือน และมีแนวโน้มสูงที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์จะกลายมาเป็นลูกค้า

หลังจากที่ Neil สร้างผลงานไว้กับ Ubersuggest ก็มีหลายคนส่งอีเมลมาหา Neilโดยมีใจความในลักษณะนี้

“ผมรู้สึกประทับใจมากกับผลงานของคุณใน Ubersuggest ด้วยเหตุผลนี้ ผมจึงลงทะเบียนกับบริษัทโฆษณาของคุณ และผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจ”

และ Neil เองก็ได้แนะนำให้กับผู้ที่ส่งอีเมลล์มาหาเขาอย่างใจดี เช่น

“หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่ม Search Traffic ก็คือ การจัดลำดับความสำคัญของคำถาม การเปรียบเทียบ และคีย์เวิร์ด ผมเคยจัดอันดับคีย์เวิร์ดกว่า 636,363 คำ และนั่นทำให้มีผู้เข้าชมเว็บไซต์ของผมกว่า 5,829,302 คน

ผมจึงเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ลงใน Ubersuggest เพื่อแสดงคีย์เวิร์ดที่มากขึ้น ทุกครั้งที่คุณใช้เครื่องมือนี้ มันจะเสนอคีย์เวิร์ดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้คุณด้วย”

เรียกง่ายๆ ก็คือ มีผู้คนส่งอีเมลล์ติดต่อเพื่อเป็นลูกค้าของ Neil และได้รับผลลัพธ์อันเป็นที่ประทับใจ Neil เองก็มีทักษะและเทคนิคในการดูแลลูกค้าของเขาเช่นกัน ซึ่งนับว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่ทำให้ธุรกิจ Neil เกิดความมั่นคง 

แต่จะเกิดอะไรขึ้นกับ Ubersuggest หากเว็บไซต์ของ Neil ได้รับผลกระทบจากการอัปเดตอัลกอริทึมของ Google และไม่ได้เป็นที่นิมยมใน Facebook? คำตอบคือ จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปหรือในอีกกรณีหนึ่ง คุณก็สามารถจ่ายเงินเพื่อแก้ปัญหานี้ได้เช่นกัน ในปี 2013

Neil เองก็ได้ทำเครื่องมือ SEO ใน Quick Sprout ขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้ผลที่ดีเท่าที่ควร แถมเขายังเสียเงินไปเยอะมากอีกด้วย และนี่คือสถิติจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ หลังจากที่เขาปล่อยเครื่องมือ SEO ตัวนั้นได้ 4 วัน

– วันที่ 1 8,462 8 คน จาก 10,766 URL
– วันที่ 2 5,685 คนจาก 7,241 URL
– วันที่ 3 1,758 คน จาก 2,264 URL
– วันที่ 4 1,842 คน จาก 2,291 URL

แม้ว่า Traffic จะหยุดนิ่งไปแล้ว แต่ก็ยังมีผู้คนกว่า 1,000 คน ใช้เครื่องมือนี้ของ Neil และบางครั้งก็พุ่งไปที่ 2,000 คนบ้าง เพราะจุดนี้นี่เองที่ทำให้ Neil คิดได้ ว่าผู้คนชอบใช้ตัวช่วย และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการทำเครื่องมือชิ้นใหม่

วิธีสร้างเครื่องมือ SEO โดยไม่ต้องจ้างผู้พัฒนา และไม่ต้องจ่ายแพง

เครื่องมือ SEO ชิ้นแรกของ Neil ใน Quick Sprout ถือได้ว่าเป็นข้อผิดพลาดที่ Neil ก็อยากกลับไปแก้ไข คุณเองก็สามารถสร้างเครื่องมือที่มีอยู่แล้วให้เป็นประโยชน์ได้ โดยไม่ต้องจ้างผู้พัฒนา หรือซื้อเครื่องมือใหม่ในราคาแพง คุณสามารถเดินตามรอย Neil ได้ ด้วยก้าวแรกโดยการเพิ่มเครื่องมือที่หลากหลายไปยังเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งอาจเริ่มจากเครื่องมือ A/B Testing Calculator

วิธีที่จะเพิ่มเครื่องมือหลายอย่างโดยไม่ต้องจ่ายแพงก็คือ ซื้อเครื่องมือเหล่านั้นจาก Code Canyon เพราะที่นี่มีเครื่องมือและเว็บไซต์ที่หลากหลาย เหมาะกับธุรกิจทุกประเภท แถมยังคุ้มค่า เพราะคุณไม่ต้องจ่ายค่าเครื่องมือเป็นรายเดือน และยังสร้างเว็บไซต์ของคุณได้ด้วยแม้มีงบอันจำกัด

คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง แต่ก็สามารถมีเครื่องมือ SEO ที่ครบครันได้ ซึ่งคุณสามารถเพิ่มเครื่องมือเหล่านั้นลงในเว็บไซต์ของคุณ หรือนำมาปรับแต่งให้เป็นแบบฉบับของคุณเองก็ได้ หากคุณคิดที่จะมีเครื่องมือ SEO ดีๆ แล้วล่ะก็ Code Canyon ก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม

บทสรุป

แม้ Google จะทำการอัปเดตอัลกอริทึมอีกสักกี่ครั้ง แต่เว็บไซต์ของ Neil ก็ไม่ได้รับผลกระทบมากมายอีกต่อไปแล้ว เทคนิคเด็ดก็คือ คุณไม่ควรพึ่งเพียงแค่ช่องทางการตลาดเพียงช่องทางเดียว หรือหวังพึ่งแค่ Google เพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อถึงเวลาที่คุณล้ม คุณจะไม่มีที่ให้ยึดเหนี่ยวได้เลย แต่ถ้าคุณสร้างผลประโยชน์ได้จากหลากหลายช่องทาง ไม่ว่า Google จะอัปเดตอัลกอริทึมมากเท่าไร Traffic ของคุณก็จะยังคงที่เสมอ

สิ่งแรกที่คุณควรคำนึงถึง ไม่ใช่การจ่ายเงินมากมายให้กับ SEO หรือการโปรโมทและโฆษณา แต่เป็นสินค้าหรือบริการที่จะสามารถดึงดูดและมัดใจผู้คนได้ หลังจากนั้น คุณจึงพิจารณาเกี่ยวกับเครื่องมือ SEO ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้วิธีที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณมีประสิทธิภาพได้ดีกว่าสร้างเนื้อหาทางการตลาดเสียอีก

แม้ว่าคุณอาจจะไม่ประสบผลสำเร็จเทียบเท่ากับที่ Neil ได้รับจาก Ubersuggest แต่ก็ดีกว่าไม่เริ่มต้นลงมือทำอะไรเลย เพราะอย่างน้อยคุณก็ได้เพิ่มโอกาสของความก้าวหน้าให้กับตัวเองแล้ว บางทีคุณอาจจะสำเร็จได้มากกว่า Neil ก็ได้ ขอแค่คุณกล้าคิด กล้าทำ เท่านี้คุณก็จะสามารถพิชิตการอัปเดตของ Google และทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จัก รวมทั้งทำให้ธุรกิจของคุณมั่นคงได้เช่นกัน

และนี่ก็คือเทคนิคในการเอาชนะการอัปเดตอัลกอริทึมของผู้มีชื่อเสียงอย่าง Neil Patel ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการที่คุณจะประสบความสำเร็จเทียบเท่า Neil ในการลองครั้งแรกๆ นั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่อย่างน้อยในตอนนี้ คุณก็ได้แนวทางและตัวชี้นำที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการรับมือกับการอัปเดต Google เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

คุณจะเห็นได้ว่า Neil เริ่มแรกจากการลองผิดลองถูก เคยเสียเงินมากมายเพื่อวิธีที่ไม่ตอบโจทย์ แต่เขาก็เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น แล้วหาวิธีใหม่จนได้วิธีที่มีประสิทธิภาพ ในเมื่อ Neil ทำได้ คุณเองก็ทำได้ เราเชื่อว่าคุณเองก็สามารถพิชิตการอัปเดตอัลกอริทึมของ Google ได้เช่นกัน

อ้างอิงจาก https://neilpatel.com/blog/google-core-update/