แนวทางปฏิบัติในการสร้าง WordPress SEO อย่างง่าย

คุณต้องการปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณเพิ่มขึ้นจากการสร้าง WordPress SEO ใช่ไหม?

เรามีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายมาให้คุณ…

ข่าวร้ายก็คือ การใช้ WordPress เพียงอย่างเดียว ไม่ช่วยให้คุณติดอันดับใน Google ได้ มันเป็นเพียงเครื่องมือ

ข่าวดีก็คือ WordPress ช่วยให้การทำ SEO นั้นเป็นเรื่องง่าย แม้ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ในด้าน SEO คุณก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์ของคุณเพื่อการจัดอันดับบน Google ได้อย่างง่ายดาย

บล็อกนี้ใช้ WordPress และพวกเขามียอดการเข้าชมมากกว่า 170000 ครั้งในทุกเดือน

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

นอกจากนั้นยังได้รับการจัดอันดับ Keywords จาก Google มากกว่า 14000 คำ

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ในบทความนี้ คุณจะได้เรียนรู้วิธีการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ จาการทำ WordPress SEO ตั้งแต่ต้นจนจบ

WordPress คืออะไร?

WordPress คือระบบจัดการ Content แบบ Open Source ซึ่งคุณสามารถทำโครงสร้างเว็บไซต์ จัดการ Content และเผยแพร่เว็บไซต์ของคุณได้ แม้ว่าคุณจะไม่รู้จัก HTML 

เมื่อพูดถึง WordPress คนมักจะนึกถึงบล็อก แต่ WordPress นั้นไม่ได้ใช้สำหรับบล็อกเพียงเท่านั้น

โดย WordPress นั้นมีอัตราการใช้งานถึง 32% ของเว็บไซต์ทั้งหมดบนอินเทอร์เน็ต

นี่คือบริษัทที่มีชื่อเสียงบางแห่งที่ใช้งานเว็บไซต์บน WordPress
– TechCrunch
– BBC America
– The Walt Disney Company
– Mercedes Benz

คุณคิดว่าบริษัทเหล่านั้นจะใช้ WordPress หรือไม่ หากมันไม่ดีสำหรับ SEO ?

นั่นคือสาเหตุที่ WordPress ระบุไว้ในโฮมเพจของพวกเขาว่า ระบบจัดการ Content ของพวกเขานั้นเหมาะสมสำหรับการทำ SEO

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

หมายความว่า WordPress นั้นใช้สำหรับการทำ SEO ขั้นพื้นฐาน สาเหตุที่ WordPress เป็นที่นิยมนั่นเพราะมีโปรแกรมเสริมสำหรับ SEO อยู่มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่นั้นไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการใช้ WordPress นั้นจะทำให้เว็บไซต์ของคุณจะปรับปรุงได้อย่างเหมาะสมที่สุด โดยไม่ต้องอาศัยเทคนิค SEO อื่นๆ 

WordPress เป็นเพียงเครื่องมือที่ทำให้การใช้เทคนิคและกลยุทธ์ของ SEO นั้นทำได้โดยง่าย 

ด้วยเหตุนี้ WordPress SEO จึงไม่แตกต่างจากการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องมือค้นหาทั่วไป แต่เราจะสอนการใช้ปัจจัยภายในของ SEO และเทคนิคต่างๆ ที่ดีที่สุดสำหรับ WordPress

ปัจจัยภายนอกของ SEO เช่น การสร้างลิงก์ ยังคงเหมือนเดิม ไม่ว่าคุณจะใช้ WordPress หรือไม่

ส่วนต่อไปของบทความนี้จะมีประโยชน์สำหรับ WordPress ที่มีการติดตั้งลงบนโฮสต์ หากคุณใช้บน WordPress.com บทความนี้จะไม่เหมาะสำหรับคุณ

เริ่มต้นจากการติดตั้งโปรแกรมเสริมต่อไปนี้ลงใน WordPress
– Yoast SEO
– W3 Total Cache
– Smush Image Compression and Optimisation

เข้าสู่ระบบเบื้องหลังของ WordPress ดูที่แถบด้านข้าง คลิกที่ Plugins > Add new

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ค้นหาโปรแกรมเสริมที่คุณต้องการ และคลิกที่ “Install now”

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

แต่อย่าเพิ่งเปิดใช้งานโปรแกรมเสริมในตอนนี้ ขอให้คุณอ่านบทความนี้จนจบก่อน

ขั้นตอนการสร้างเว็บไซต์ WordPress ที่เหมาะสมสำหรับ SEO

1. ติดตั้งธีมที่เหมาะสมกับการทำ SEO 

WordPress มักจะเริ่มต้นด้วยธีมที่ไม่ค่อยสวยงาม ข่าวดีคือมีธีมให้เปลี่ยนใช้ได้มากมาย แต่ข่าวร้ายคือธีมที่เหมาะสมสำหรับ SEO นั้นมีเพียงเล็กน้อย

ธีมที่เหมาะสมสำหรับ SEO เป็นอย่างไร?
– การออกแบบที่ตอบสนอง Google ได้กล่าวไว้ว่า Content ที่เหมาะสมกับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ อาจจะทำงานได้ดียิ่งขึ้นสำหรับการค้นหาจากโทรศัพท์มือถือ
– น้ำหนักเบา หลีกเลี่ยงธีมที่มีโปรแกรมเสริมหรือสคริปต่างๆ ที่ไม่จำเป็น เพราะสิ่งนั้นจะทำให้เว็บไซต์ของคุณทำงานช้าลง

คำอธิบายของธีมส่วนมากจะบอกว่าธีมนี้เหมาะสมสำหรับงานใช้งานบนโทรศัพท์มือถือหรือไม่ แต่เพื่อความแน่ใจ ให้คุณเรียกใช้ธีมตัวอย่างผ่านเครื่องมือ Google Mobile-friendly Test ดูก่อน

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

โปรแกรมเสริมจากบริษัทอื่นๆ ที่ไม่ใช่บริษัทผู้ผลิต กับสคริปต่างๆ นั้นมีความเหมือนกันตรงที่ผู้ขายธีมส่วนมากมักโอ้อวดในคำอธิบายธีมของพวกเขา แต่เมื่อทดลองใช้งานผ่านเครื่องมือ Google PageSpeed Insights แล้วก็มักพบว่าทำงานได้ไม่ดีอย่างที่ควร

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อความเร็วของเว็บไซต์ด้วย เช่น โฮสต์ ตำแหน่งของเซิร์ฟเวอร์ และอื่นๆ ซึ่งคุณควรตรวจสอบในเรื่องเหล่านี้ด้วย

2. เลือกว่าจะใช้งานแบบมี www หรือ ไม่มี www

คุณเคยสังเกตหรือไม่ว่า URL ของบางเว็บไซต์จะมีคำว่า www เช่น www.domain.com

ในขณะที่URL ของบางเว็บไซต์ไม่มีคำว่า www เช่น domain.com

ซึ่ง Google นั้นจะแยกแยะได้ว่าเว็บไซต์ที่มีคำว่า www และเว็บไซต์ที่ไม่มีคำว่า www นั้นเป็นคนละเว็บไซต์กัน

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

เลือกเวอร์ชันที่คุณต้องการและตั้งเป็น URL บน WordPress และ URL ของเว็บไซต์

ในส่วนของตัวเลือกนั้นจะอยู่ที่ Settings > General

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

แล้ว WordPress จะเปลี่ยนไปเป็นเวอร์ชันที่คุณต้องการโดยอัตโนมัติ

ถ้าถ้าเว็บไซต์ของคุณสามารถใช้ได้ทั้งสองเวอร์ชัน ทั้งที่มี www และไม่มี www คุณควรเลือกเวอร์ชันที่ Google มองเห็นมากกว่า

คุณสามารถตรวจสอบได้จาก Google โดยพิมพ์ข้อความค้นหาว่า “site:www.โดเมนของคุณ.com” แล้วดูจำนวนผลลัพธ์

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

จากนั้นทำแบบเดียวกับอีกเวอร์ชัน 

โดยพิมพ์ข้อความค้นหาว่า “site:โดเมนของคุณ.com -inurl:www” แล้วดูจำนวนผลลัพธ์

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

เวอร์ชันใดที่มีจำนวนผลลัพธ์มากกว่าควรตั้งค่าเป็นเวอร์ชันที่ต้องการใช้งาน

ไม่มี SSL ?
เว็บไซต์ของคุณเป็น HTTPs หรือ HTTP บน URL

? หากเป็นรุ่นหลัง คุณควรติดตั้งการรับรอง SSL เพราะ Google ยืนยันว่า SSL คือหนึ่งในปัจจัยการจัดอันดับในปี 2560 

3. การตั้งค่า Permalinks

Permalink หมายถึง permanent link หรือ ลิงก์ถาวร มีส่วนประกอบไม่กี่อย่าง มักจะเป็นชื่อโพสต์ ตัวเลข และอื่นๆ

ลองดู URL ทั้ง 2 นี้
– https://ahrefs.com/blog/?p=13607
– https://ahrefs.com/blog/long-tail-keywords/

ซึ่งทั้งสอง URL นั้นนำทางไปยัง Keywords ที่เฉพาะเจาะจงไว้ทั้งคู่

แต่ URL ที่ 2 นั้น สามารถอ่านออกเป็นคำได้มากกว่า และเป็นเวอร์ชันที่ต้องการ นั่นคือ Permanent URL ที่คุณต้องการให้ผู้เข้าชมได้เห็น

คุณสามารถเลือกประเภทของ WordPress URL ได้ที่ Settings > Permalinks

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ชื่อโพสต์คือสิ่งที่เหมาะสมกับการทำ SEO มากที่สุด นั่นเป็นเพราะ
– มันทำให้ผู้ใช้งานทราบว่าเว็บเพจนั้นเกี่ยวกับอะไรโดยดูได้จาก URL ซึ่งอาจเพิ่มอัตราการคลิก และนำไปสู่การเข้าชมที่มากขึ้น
– เพิ่มโอกาสที่จะได้รับ Backlinks จาก Keywords นั้น คุณจึงควรนำ Keywords ไปใส่ไว้ใน URL ด้วย

หากคุณมี Content ที่ใช้โครงสร้าง URL ที่ต่างกัน ควรคิดให้ดีก่อนจะเปลี่ยนชื่อ URL เพราะนั้นอาจทำให้เว็บเพจเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมี Backlinks ไปยังเว็บเพจดังกล่าว 

หากคุณต้องการเปลี่ยน URL จริงๆ ให้คุณทำการเปลี่ยนเส้นทางด้วย โดยคุณสามารถใช้เครื่องมือ Redirection WordPress ในการทำได้

4. เปิดใช้งาน Breadcrumbs

Breadcrumbs จะช่วยให้ผู้เข้าชมและเครื่องมือค้นหามีเส้นทางที่ชัดเจนในการสำรวจเว็บไซต์ 

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

คุณไม่จำเป็นต้องใช้มันก็ได้ แต่มันมีประโยชน์ดังนี้ 
– ช่วยให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจโครงสร้างและลำดับชั้นในเว็บไซต์ของคุณ
– สร้างการเชื่อมโยงภายในที่ดี
– เป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าชม
– แสดงผลในหน้ารวมผลลัพธ์ของ Google 

โดยในข้อสุดท้ายนั้นแสดงผลบน Google ดังนี้

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

แทนที่จะเป็นแบบนี้

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

Yoast ซึ่งเป็นโปรแกรมเสริมในการทำ WordPress SEO นั้นช่วยให้การเปิดใช้งาน Breadcrumbs เป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น โดยทำได้ดังนี้

เริ่มจากการเปิดใช้งานโดยไปที่  Plugins > Yoast > Activate และคลิกที่ “SEO” บนแถบด้านซ้าย

จากนั้นไปที่ Search appearance > Breadcrumbs > Enable breadcrumbs

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

โดยทั่วไปแล้วธีม WordPress จะรองรับการใช้ Breadcrumbs แต่หากธีมนั้นไม่รองรับการใช้งาน Breadcrumbs คุณอาจต้องว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญมาแก้ปัญหานั้น

5. เปิดใช้งานการอนุมัติความคิดเห็น

ความคิดเห็นส่วนมากในบล็อกนั้นโดยปกติจะเป็นคำถามที่ถูกกฎหมาย หรือบอกว่าพวกเขาสนุกกับโพสต์ของคุณมากแค่ไหน แต่คุณควรระวังสแปม

ตัวอย่างเช่น

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ผู้สแปมจะใช้โปรแกรมอัตโนมัติเพื่อส่งความคิดเห็นไปยังบล็อกนับไม่ถ้วนเพื่อสร้าง Backlinks ให้กับตัวเอง

เมื่อมีคนส่งความคิดเห็นมายังบล็อก WordPress จะถามชื่อและเว็บไซต์ของพวกเขา จากนั้นเมื่อความคิดเห็นปรากฎขึ้น ชื่อของพวกเขาก็จะเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของพวกเขาด้วย

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

Google เปิดตัวแท็ก “nofollow” ในปี 2548 เพื่อป้องกันปัญหานี้ ดังนั้นหากความคิดเห็นใน WordPress ถูกตั้งค่าเป็น “nofollow” ผู้สแปมก็จะไม่ได้รับ PageRank 

แต่ Google ได้กล่าวไว้ว่า ความคิดเห็นที่เป็นสแปมก็ยังสามารถส่งผลต่อ SEO ได้ นั่นเพราะ
– Content คุณภาพต่ำจากบางส่วนของเว็บไซต์สามารถส่งผลกระทบต่อการจัดอันดับทั้งหมดของเว็บไซต์
– สแปมจะรบกวนผู้ใช้งานและลดชื่อเสียงของเว็บไซต์ของคุณ
– Google อาจลบหรือลดอันดับเว็บไซต์ที่คิดว่าเป็นผู้สร้างสแปม เพื่อปกป้องคุณภาพของผลการค้นหา

ใน WordPress การอนุมัติความคิดเห็นโดยอัตโนมัติจะถูกเปิดใช้งานอยู่ตามค่าเริ่มต้น ดังนั้นคุณควรปิด และตรวจสอบความคิดเห็นทั้งหมดด้วยตัวของคุณเอง

ซึ่งสามารถทำได้โดยการไปที่ Settings > Discussion

ทำเครื่องหมายที่ช่อง “Comment must be manually approved”

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

6. ตั้งค่า URLs ที่กำหนดเองสำหรับโพสต์หรือเว็บเพจ

หากคุณโพสต์บนบล็อก WordPress ของคุณด้วยหัวข้อ “The 20 Best Protein Powders for Men to Buy in 2018 (Updated Sept. 2018)” 

WordPress จะตั้งค่า URL เริ่มต้นเป็นอย่างไร?
– domain.com/blog/p?67459376
– domain.com/blog/best-protein-powder/
– domain.com/blog/the-20-best-protein-powders-for-men-to-buy-in-2018-updated-sept-2018

รูปภาพ GIF นี้สามารถตอบคำถามนั้นให้กับคุณได้

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ในชื่อ URL นั้นไม่มีอะไรผิดปกติ แต่มันค่อนข้างยาวจนเกินไป ซึ่ง Google อาจตัดทอนมันออกในหน้าผลลัพธ์การค้นหา

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

สิ่งนี้อาจไม่มีผลกระทบกับ SEO โดยตรง แต่ URL ที่ถูกตัดทอนอาจมีผลกระทบทางอ้อมได้ เพราะมันดูไม่สวยงามและไม่น่าสนใจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตราการคลิก และทำให้อัตราการเข้าชมเว็บไซต์ลดน้อยลง

โชคดีที่ WordPress นั้นทำให้การปรับแต่ง URL ของคุณนั้นกลายเป็นเรื่องง่าย เพียงคลิกที่ปุ่ม “Edit” จากหน้าใดก็ได้ หรือที่ Permalink ของโพสต์นั้น

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

คำแนะนำของเราคือ ใช้ Keywords หลักของคุณและแทนที่ช่องว่างด้วยขีดกลาง ซึ่งในกรณีนี้ URL นั้นก็จะเป็น
domain.com/blog/best-protein-powder/

7. ใช้ WYSIWYG editor ในการจัดรูปแบบโพสต์หรือเว็บเพจ

นี่คือสิ่งที่ Google กล่าวไว้เกี่ยวกับการจัดรูปแบบ Content 

การจัดระเบียบ Content ของคุณเป็นประโยชน์เสมอ เพื่อให้ผู้เข้าชมรู้สึกดีตั้งแต่หัวข้อแรกไปจนถึงหัวข้อสุดท้าย คุณควรแบ่ง Content ของคุณแยกออกเป็นส่วนอย่างสมเหตุสมผล นั่นจะช่วยให้ผู้เข้าชมสามารถค้นหาหัวข้อที่ต้องการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

กล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า อย่าใช้ข้อความติดกันมากจนเกินไป แยกแยะสิ่งต่างๆ ด้วยการจัดรูปแบบ HTML

คุณสามารถทำได้ดังนี้
– สร้างลำดับขั้นที่ชัดเจนด้วยแท็ก H เช่น H1 H2 H3
– สร้างรายการแสดงอันดับตามความเหมาะสม
– สร้างความสนใจในข้อความสำคัญ เช่น การใช้ตัวหนา การใช้ตัวเอียง ขีดเส้นใต้ และอื่นๆ

คุณจะทำสิ่งเหล่านั้นใน WordPress ได้อย่างไร?

นั่นคือการใช้โปรแกรม WYSIWYG editor

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

คุณจะเห็นหน้าจอนี้เมื่อเพิ่มโพสต์หรือสร้างหน้าใหม่

คุณจะสามารถทำความเข้าใจได้ด้วยตัวเองหากคุณคุ้นเคยกับการใช้ Microsoft Word หรือ Google Docs ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้วางเพียงข้อความธรรมดาลงไปเท่านั้น

ในระบบปฏิบัติการ Mac ให้กด CMD+Shift+V

ในระบบปฏิบัติการ Windows ให้กด CTRL+Shift+V

นั่นจะเป็นการลบรูปแบบทั้งหมดที่ถูกเพิ่มจากโปรแกรมประมวลผลคำของคุณ 

หากคุณไม่ทำตามขั้นตอนที่กล่าวมา คุณก็จะมี HTML ที่ดูยุ่งเหยิงและไร้ประโยชน์ จากนั้นคุณก็สามารถใช้ WYSIWYG editor เพื่อจัดรูปแบบตามที่คุณต้องการได้

8. ใช้ข้อความอธิบายรูปภาพ

คุณทราบหรือไม่ว่าชาวอเมริกัน 8.1 ล้านคน หรือ 3.3% ของจำนวนประชากรของสหรัฐอเมริกา มีความบกพร่องทางการมองเห็น และพวกเขาอาจใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอ

และเป็นเหตุผลว่าทำไมการใช้ข้อความอธิบายรูปภาพจึงสำคัญ เพราะโปรแกรมอ่านหน้าจอจะมองไม่เห็นรูปภาพของคุณ โปรแกรมนั้นเห็นเพียงข้อความอธิบายรูปภาพเท่านั้น

โดยทั่วไปแล้วการเขียนโค้ด HTML สำหรับข้อความอธิบายรูปภาพคือ

<img src=”/cute-cat.png” alt=”A picture of a super cute cat.”/>

โค้ดนั้นเป็นการบอกว่า ชื่อรูปภาพที่ใช้คือ cute-cat.png

ข้อความอธิบายรูปภาพคือ “A picture of a super cute cat” เมื่อคุณใช้ WordPress คุณสามารถเขียนข้อความอธิบายรูปภาพลงไปได้เลยโดยไม่ต้องเขียนโค้ดเหล่านั้น

คลิกที่ “Add Media” และอัปโหลดไฟล์ คุณจะเห็นหน้าจอดังนี้

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

เติมข้อความอธิบายรูปภาพของคุณลงไปในช่อง Alt Text โดยใช้ข้อความที่ง่ายๆ สบายๆ และยังไม่ต้องพยายามใส่ Keywords ใดๆ ลงไป

ดังตัวอย่างข้อความอธิบายรูปภาพของ Tim Soulo

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

การจัดอันดับใน Google Images มีประโยชน์หรือไม่?

มีการแสดงผลมากกว่า 2 ล้านครั้งบน Google Images ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีการเข้าชมเว็บไซต์ของ Tim Soulo 1570 ครั้ง

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

คุณควรตรวจสอบว่าใช้ชื่อไฟล์ที่สื่อความหมายสำหรับรูปภาพของคุณด้วย ดังนั้นลืมชื่อไฟล์ “IMG865729” ของคุณไปได้เลย

9. สร้างลิงก์ภายในไปยังโพสต์หรือเว็บเพจอื่นๆ

ลิงก์ภายในจะนำไปสู่เว็บเพจหรือโพสต์อื่นๆ ภายในเว็บไซต์ของคุณ

นี่คือ 2 เหตุผลสำคัญว่าทำไมลิงก์ภายในจึงสำคัญสำหรับ SEO 
1. ลิงก์ภายในช่วยเพิ่ม PageRank ให้เว็บไซต์ของคุณ
2. ลิงก์ภายในจะนำผู้เข้าชมไปยัง Content สำคัญของคุณ

คุณสามารถเพิ่มลิงก์ภายในได้โดยการใช้ WYSIWYG editor

คลิกซ้ายค้างไว้ครอบข้อความที่คุณต้องการสร้างลิงก์ จากนั้นคลิกที่ปุ่ม “Insert/edit link” แล้วใส่ URL ของเว็บเพจอื่นบนเว็บไซต์ของคุณลงไป  

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

เพียงเท่านั้น เป็นอันเสร็จสิ้น

ถัดไป ค้นหาในระบบ WordPress เบื้องหลังของคุณ เพื่อค้นหา Content ที่เกี่ยวข้องกับ Keywords นั้น จากนั้นคุณจะเห็นโพสต์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ Keywords นั้นในผลการค้นหา

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

นี่คือ Content ที่เหมาะสมสำหรับการเพิ่มลิงก์ภายใน

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

10. ตั้งค่าแท็กหัวข้อและคำอธิบายที่มีประสิทธิภาพ

Meta Tags และคำอธิบายหัวข้อของคุณจะปรากฎให้เห็นในหน้าผลรวมการค้นหา

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

Google อาจจะไม่แสดงชื่อหัวข้อและคำอธิบายตามที่เจ้าของเว็บไซต์กำหนดไว้ทุกครั้ง บางครั้งพวกเขาจะเขียนใหม่ขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการทำ SEO คือการกำหนดค่าเองสำหรับทุกเว็บเพจและทุกโพสต์

นี่คือแนวทางปฏิบัตินั้น
– ทำให้น่าดึงดูดใจ 

อัตราการคลิกที่มากขึ้นจะส่งผลให้มีผู้เข้าชมที่มากขึ้นจากผลการค้นหา
– ทำให้สั้น 

Google นั้นจะเริ่มการตัดทอนหัวข้อเมื่อถึง 590px หรือประมาณ 50-60 ตัวอักษร และจะเริ่มตัดทอน Meta Tags เมื่อถึง 930px หรือประมาณ 155 ตัวอักษร

Yoast ช่วยให้คุณสามารถกำหนดหัวข้อและคำอธิบายเองได้แบบทีละหน้า เพียงเลื่อนไปที่ด้านล่างของโพสต์หรือเว็บเพจที่คุณต้องการแก้ไข คุณจะเห็นหน้าจอดังนี้

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

คุณสามารถเขียนชื่อหัวข้อและ Meta Tags ของคุณได้ที่นี่

ตามค่าเริ่มต้น Yoast จะตั้งค่านี้โดยใช้ข้อความในหัวข้อของคุณมาสร้างเป็นชื่อหัวข้อและ Meta Tags 

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ซึ่งโดยปกติมักจะใช้งานได้ดี แต่ก็ไม่เสมอไป

ตัวอย่างเช่น มีโพสต์ชื่อ “I Just Deleted Your Outreach Email Without Reading. And NO, I Don’t Feel Sorry. (Evergreen)” ซึ่งนั่นยาวเกินไป

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ดังนั้น จะเป็นการดีกว่าหากคุณจะลองสร้างชื่อหัวข้อและคำอธิบายด้วยข้อความง่ายๆ ธรรมดาๆ ของคุณแทน

11. สร้างโฟลเดอร์ย่อยไว้เก็บเว็บเพจของคุณ

มีเงื่อนไขว่าคุณต้องตั้งค่าโครงสร้าง Permalink ของคุณเป็นชื่อโพสต์ และ URL ของเว็บเพจกับโพสต์ของคุณควรจะเป็นดังนี้

domain.com/post-name
domain.com/page-name

สำหรับเว็บเพจ คุณสามารถสร้างระดับที่แตกต่างกันได้ด้วยโฟลเดอร์ย่อย

สมมติว่าคุณเป็นตัวแทนการตลาดดิจิทัลที่ใช้ WordPress และคุณมีบริการที่แตกต่างกัน 5 แบบ คือ
– SEO
– PPC
– Social Media Marketing
– PR
– Email Marketing

และนี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการจัดโครงสร้าง
– สร้างหน้า “Services” ที่พูดเกี่ยวกับการบริการทั้ง 5 แบบเอาไว้
– สร้างหน้ารองสำหรับแต่ละบริการของคุณ
– เชื่อมโยงหน้ารองของทั้ง 5 บริการของคุณไปยังหน้า “Services”

จากค่าเริ่มต้นแล้ว โครงสร้าง URL ของคุณจะมีลักษณะดังนี้
domain.com/services/
domain.com/seo/
domain.com/ppc
domain.com/social-media-marketing/
domain.com/pr
domain.com/email-marketing/

แต่จะเป็นการดีกว่าถ้าจะซ้อนหน้ารองของทั้ง 5 บริการไว้ภายใต้โฟลเดอร์ย่อย “/services/” ดังนี้
domain.com/services/
domain.com/services/seo/
domain.com/services/ppc
domain.com/services/social-media-marketing/
domain.com/services/pr
domain.com/services/email-marketing/

สิ่งนี้สามารถทำได้ง่ายๆโดย WordPress เพียงใช้ส่วนของ Parent ในเมนู page editor แล้วเลือก “Services page”

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

ตอนนี้คุณจะได้ URL ออกมาเป็น  
domain.com/services/SERVICE/

12. เปิดใช้งาน Content Caching

นี่คือความหมายของ Caching อย่างง่าย

คุณสร้างโพสต์หรือเว็บเพจของคุณขึ้นมาในเวอร์ชันที่มีความคงที่ เบราว์เซอร์สามารถโหลดได้อย่างรวดเร็ว เว็บไซต์ของคุณดี ผู้ใช้งานมีความสุข 

Google ชอบผู้ใช้งานที่มีความสุขและชอบเว็บไซต์ที่โหลดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่ง Google ก็ยังยืนยันว่าความเร็วของเว็บเพจยังคงเป็นปัจจัยในการจัดอันดับทั้งในเวอร์ชัน Desktop และเวอร์ชันโทรศัพท์มือถือ

มีโปรแกรมเสริมสำหรับ Caching อยู่มากมายสำหรับ WordPress ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ W3 Total Cache ซึ่งคุณควรติดตั้งเอาไว้

จากนั้นทำการเปิดใช้งานโดยการคลิกที่ Performance > General settings ที่อยู่ในแถบด้านซ้ายมือ

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

แม้จะมีการตั้งค่าที่ซับซ้อนมากมายที่นี่ แต่คุณสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ทำเครื่องหมายที่ช่อง 
– Page Cache
– Minify
– Browser Cache

นั่นคือการเริ่มต้นที่ดีสำหรับเว็บไซต์ส่วนมาก

13. บีบอัดและปรับแต่งรูปภาพของคุณให้เหมาะสม

ความจุเว็บเพจโดยเฉลี่ยคือ 3MB แต่บล็อกโพสต์อย่างยาวมักจะใช้ความจุมากกว่านั้นเพราะมีรูปภาพเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น นี่คือขนาดโดยรวมของบล็อกโพสต์

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

เนื่องจากความเร็วในการดาวน์โหลดทั่วโลกโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 20 Mbps เว็บเพจนี้จะใช้เวลา 4.2 วินาทีในการโหลด 

จากข้อมูลของ Google พบว่า 53% ของผู้เข้าชมเว็บไซต์จากโทรศัพท์มือถือจะออกจากเว็บเพจที่ไม่สามารถโหลดได้ภายใน 3 วินาที

นั่นเป็นเหตุผลที่คุณต้องเพิ่มประสิทธิภาพให้กับส่วนที่ช้าที่สุดในเว็บเพจของคุณ นั่นคือรูปภาพ

เริ่มต้นด้วยการเปิดใช้งานโปรแกรมเสริม Smush Image Compression and Optimization ซึ่งคุณควรทำการติดตั้งมันเอาไว้ เพื่อช่วยในการบีบอัดและปรับรูปภาพทั้งหมดที่คุณจะอัปโหลดต่อไปในอนาคต

หากคุณต้องการบีบอัดรูปภาพที่คุณอัปโหลดไปแล้ว คลิกที่รายการของ Smush บนแถบด้านซ้าย และคลิกที่ “Bulk smush now”

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

วิธีนี้จะเป็นการปรับรูปภาพที่มีอยู่ในเว็บไซต์ของคุณได้ครั้งละ 50 รูปภาพ จากนั้นคุณจะต้องคลิกที่ปุ่มเดิมอีกครั้งเพื่อปรับรูปภาพอีก 50 รูปภาพถัดไป หากคุณมีเว็บไซต์ขนาดใหญ่ คุณอาจจะต้องอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน Pro เพื่อรับบริการปรับรูปภาพจำนวนมากขึ้นได้ภายในหนึ่งครั้ง

ขั้นตอนถัดไปคือการปรับขนาดรูปภาพ
– คุณต้องเปลี่ยนความกว้างสูงสุดของรูปภาพเพื่อให้เหมาะสมกับธีม WordPress ของคุณ 
– ตั้งค่าให้เป็นความกว้างสูงสุดที่รูปภาพนั้นจะแสดงผลในเว็บไซต์ได้ สำหรับเรา เราตั้งค่าไว้ที่ 900px

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

เคล็ดลับคือการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บเพจที่มียอดการเข้าชมสูงที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก แล้วทำต่อไปเรียงตามลำดับยอดผู้เข้าชมจากมากไปน้อย

14. “Noindex” กับ Content คุณภาพต่ำ

ลองดูที่เว็บไซต์นี้

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

เว็บไซต์นี้มีรายการแสดงโพสต์ทั้งหมดในบล็อกของพวกเขาที่อยู่ในแท็ก “Fitness” ซึ่งตอนนี้มีเพียงโพสต์เดียวเท่านั้น

เว็บเพจแบบนี้จะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่อยู่ในเว็บไซต์นั้นอยู่แล้ว และต้องการค้นหาหัวข้อที่เฉพาะเจาะจงภายในเว็บไซต์นั้น เว็บไซต์นี้จึงให้คุณค่ากับเครื่องมือค้นหาน้อยมาก

นี่คือสิ่งที่ Google ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับ Content ที่มีคุณภาพ และ Content ที่ไม่มีคุณภาพ

คุณควรพยายามค้นหาวิธีวิเคราะห์คุณภาพของ Content และตรวจสอบให้แน่ใจว่า Content คุณภาพสูงนั้นจะได้รับการจัดทำฐานข้อมูล สำหรับ Content คุณภาพต่ำนั้นจะไม่ได้รับการจัดทำฐานข้อมูลตามค่าเริ่มต้น

Yoast นั้นมีการตั้งค่าสำหรับรูปแบบของโพสต์และสื่อรูปแบบอื่นๆ เป็น “noindex” จากค่าเริ่มต้น คุณจะต้องเปลี่ยนการตั้งค่านี้ โดยไปที่

SEO > Search appearance > Taxonomies

สลับตัวเลือก “Show Tags in search results?” ให้เป็น “No”

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

15. แก้ไข Content ที่ซ้ำซ้อน

ลองเปรียบเทียบ 2 เว็บเพจนี้

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

สองเว็บเพจนี้มี Content ที่ไม่แตกต่างกัน แต่ URL นั้นแตกต่างกันเล็กน้อย

SEO นั้นเรียกสิ่งนี้ว่า Duplicate Content หรือ Content ซ้ำซ้อน ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดี และมักเกิดปัญหานี้ขึ้นในเว็บไซต์ประเภท Ecommerce

คุณสามารถแก้ปัญหานี้ได้ 2 วิธี นั่นคือ “noindex” หรือ “canonicalize” ให้กับ Content ที่ซ้ำกัน

“noindex” จะนำไปสู่การลบออกจากฐานข้อมูลของเครื่องมือค้นหา ซึ่งควรคุณควรทำแบบนี้ในกรณีที่ Content ที่ซ้ำกันนั้นไม่มีคุณค่าต่อผู้เข้าชม

“canonicalize” หมายถึงการระบุเวอร์ชันที่ต้องการของเว็บเพจ ซึ่งเครื่องมือค้นหานั้นมักจะจัดทำฐานข้อมูลให้กับเว็บเพจในเวอร์ชันที่ระบุไว้เท่านั้น 

Yoast สามารถใช้ทั้ง 2 ตัวเลือกนี้ได้ในแต่ละเว็บเพจ โดยการกดไอคอนรูปฟันเฟืองใน Setting เมื่อคุณต้องการแก้ไขโพสต์หรือเว็บเพจ คุณจะเห็นหน้าจอ ดังนี้

WordPress SEO_การทำ SEO_รับทำ SEO_เทคนิคการทำ SEO_การสร้าง Content_เครื่องมือ SEO_ทำ SEO ติดอันดับ_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิคการทำ SEO เพิ่ม traffic_Meta Tags

เลือก “No” ที่หัวข้อด้านบน เพื่อทำการ “noindex” โพสต์หรือเว็บเพจนั้น 

หรือวาง URL ของเวอร์ชันที่ต้องการลงในช่อง “Canonical URL” เพื่อกำหนดให้เป็นค่ามาตรฐาน

สรุป
WordPress SEO นั้นได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกด้วยเหตุผลที่ดีหลายประการ

ทั้งง่ายต่อการใช้งาน มีความยืดหยุ่น และเป็นพื้นฐานการทำ SEO ที่ดี แต่เฉพาะตัวของ WordPress เองนั้นยังไม่สามารถปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณได้อย่างเต็มที่ คุณจึงต้องมีการติดตั้งโปรแกรมเสริมอีกเล็กน้อยเพื่อการใช้งานให้ได้ประโยชน์สูงสุดสำหรับเว็บไซต์ของคุณ

ดังนั้นคุณควรทำตามขั้นตอนที่ได้แนะนำไปในด้านบน และคุณจะสามารถก้าวไปอยู่เหนือคู่แข่งของคุณด้วยเทคนิคที่ได้เรียนรู้ไปเหล่านั้น 

แต่อย่าลืมว่า WordPress นั้นเป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยให้การทำ SEO ง่ายขึ้น สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการศึกษาปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อ SEO และสร้างกลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับเว็บไซต์ของคุณต่อไป

อ้างอิงจาก https://ahrefs.com/blog/wordpress-seo/