วิธีเขียนบทความ SEO

Search Engine Optimization หรือ SEO คือเทคนิคที่ใช้ในการเผยแพร่เว็บไซต์โดยการเพิ่มยอดเข้าชม และการจัดอันอับจากเครื่องมือค้นหา การเขียนบทความ SEO ต้องอาศัยทักษะการเขียนที่สูง เพื่อทำให้บทความนั้นน่าสนใจ และเข้าใจได้ง่าย

โดยเฉพาะ กลยุทธ์ในการวางตำแหน่งของ keyword หรือ key phrases (วลีสำคัญ) และ hyperlink (ลิงก์บนคำหรือวลี ซึ่งนำทางไปยังเว็บเพจอื่นที่เกี่ยวข้อง) ก็สามารถช่วยเพิ่มจำนวนผู้อ่านเว็บไซต์ของคุณได้ 

บทความนี้ Blacksheep ได้นำวิธีการเขีบนบทความ SEO มาให้ท่านผู้อ่านได้ทำการเรียนรู้วิธีเขียนบทความ SEO ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นมาฝาก หากพร้อมแล้วตาม Blacksheep มาเลย…

1. สรุปบทความของคุณ

– บทความที่ดีควรมีการเขียนที่ดี การมีส่วนร่วมที่ดี และข้อมูลที่ดี ควรมีการนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ในหัวข้อที่เฉพาะเจาะจง การให้ข้อมูลที่มีประโยชน์นั้นเป็นการเริ่มต้นที่ดี ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านอยากติดตามต่อไป บทความที่ดีจึงควรมีประโยชน์ อ่านสนุก และให้คุณค่าในเชิงอื่นๆ ได้ด้วย

– บทความที่ดีจะมีผู้อ่านเป็นจำนวนมาก นั่นหมายถึงยอดเข้าชมเว็บไซต์ที่สูงขึ้น สามารถดึงดูด Link Marketers (ผู้ที่ต้องการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของพวกเขาเข้ากับของคุณ)ได้ และเพิ่มโอกาสที่นักโฆษณาจะสนใจใช้เว็บไซต์ของคุณในการโฆษณาสินค้าของพวกเขาด้วย

– เครื่องมือค้นหาของ Google มักให้น้ำหนักกับหัวข้อของบทความหรือบล็อก นั่นทำให้การใส่ keyword ลงในหัวข้อจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ Content SEO

2. จัดทำรายการสำหรับ keyword และ key phrases ในบทความของคุณ

เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้เผยแพร่จะต้องใส่รายละเอียดข้อมูลของเว็บไซต์ลงไปด้วย ซึ่งนั่นจะเป็นส่วนของ HTML 

– จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน และการจัดอันดับโดย Google มาก หากบทความนั้นมีการแบ่งหัวข้อย่อยเอาไว้ด้วย ผู้อ่านจะชอบมากขึ้นถ้าบทความนั้นอ่านง่าย ส่วนใหญ่ผู้คนที่ค้นหาเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตจะใช้เทคนิคการอ่านแบบ skim-reading (อ่านเร็วๆ โดยอ่านบางคำและข้ามไปยังคำอื่นๆ ) นั่นจึงทำให้บทความที่มีการแบ่งหัวข้อย่อยไว้จึงง่ายต่อการอ่านจนจบ และทำให้ผู้คนอยู่บนเว็บเพจนั้นได้นานขึ้น

– “keyword (คีย์เวิร์ด)” และ “key phrases” คือ คำ หรือ วลี ที่ผู้คนใช้ในการค้นหาในสิ่งที่คุณเขียน ตัวอย่างเช่น key phrases ของบทความที่เกี่ยวข้องกับการเคลี่อนย้ายอาจใช้เป็น “การบรรจุและการเคลื่อนย้าย” หรือ “การเคลื่อนย้ายของขึ้นรถบรรทุก” และอาจจะใช้ keyword ว่า “การเคลื่อนย้าย” หรือ “การย้ายตำแหน่ง” หรือ “การเปลี่ยนตำแหน่ง”

– keyword และ key phrases จะถูกลงทะเบียนโดย “Spiders” ซึ่งเป็นโปรแกรมอัตโนมัติชนิดหนึ่งที่เครื่องมือค้นหาจะส่งไปยังทุกเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตเพื่อทำการวิเคราะห์ Content และคุณภาพของ Content ก่อนจะทำการลงทะเบียน keyword และ key phrases เพื่อกำหนดหัวข้อของเว็บเพจ และตรวจสอบความถี่ของ keyword และ key phrases รวมถึงตรวจสอบ Hyperlinks (ลิงก์บนคำหรือวลี ซึ่งนำทางไปยังเว็บเพจอื่นที่เกี่ยวข้อง) ด้วย

3. สร้างบทความของคุณ

– ตรวจสอบให้แน่ใจว่าถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ และไม่มีการสะกดผิด
– ตั้งชื่อบทความของคุณ
– แบ่งเป็นย่อหน้าสั้นๆ ด้วยหัวเรื่องย่อย
– ใช้ keyword และ key phrases ที่สำคัญในช่วงต้นของบทความ โดยเฉพาะในประโยคแรกและย่อหน้าแรก
– ไม่ควรใช้ keyword และ key phrases ฟุ่มเฟือยจนเกินไป เขียนให้เป็นธรรมชาติ ให้มีจังหวะในการอ่าน โดยความหนาแน่นของ keyword ที่แนะนำคือ 1-3%
– ใส่ keyword และ key phrases ไว้ในชื่อเรื่องและหัวเรื่องย่อย
– ใช้ bullet ใน Content ของคุณด้วย เพราะย่อหน้ายาวๆ จะดูไม่น่าดึงดูดในการอ่าน และลองใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ช่วยในการนำเสนอ
– อาจมีการทำ keyword ให้เป็นตัวหนา หรือตัวเอียง ถ้ามันทำสิ่งที่เขียนน่าสนใจขึ้น
– ถ้ามี keyword เป็นจำนวนมาก เครื่องมือค้นหาของ Google จะบรรจุ keyword นั้นลงในดัชนีการค้นหา ดังนั้นให้ใส่ keyword ลงไป 155-200 คำใน Content ของคุณ
– หากคุณใส่ keywordไว้บนหัวข้อแล้ว ในประโยคแรกของ Centent ก็ควรมี keyword นั้นอยู่ด้วย เพื่อลดความฟุ่มเฟือยของ keyword ลองใช้มันเป็นคำถามในการเริ่มต้นบทความ และทำตัวหนาให้กับ keyword เพราะมันมีผลต่อขั้นตอนในการสแกนบทความของ Google
– เช่นเดียวกับประโยคแรก ในประโยคสุดท้ายก็ควรใส่ keyword ไว้ด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการเน้นความสำคัญของ keyword นั้นนั่นเอง

4. ใส่ Hyperlinks ไว้ในบทความ

Hyperlinks คือลิงก์ที่นำทางไปยังเว็บเพจอื่นที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อของคุณ คุณสามารถเน้นคำหรือวลีต่างๆ  และใส่เว็บไซต์ที่คุณต้องการเชื่อมโยงไปถึงไว้ได้ ตรวจสอบให้แน่ใจด้วยว่าทุกลิงก์นำทางไปยังเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ มีข้อมูลที่ดี และใช้งานง่าย

5. สร้างลิงก์ไปยังบทความของคุณ

– หากคุณสามารถเขียนบทความ SEO ที่ยอดเยี่ยมได้ คุณต้องประกาศให้โลกรู้ถึงการมีอยู่ของมัน ลองใช้การแชร์บทความนั้นไปยังโซเชียลมีเดียต่างๆ ของคุณ เพื่อกระตุ้นให้เพื่อนๆ ของคุณแชร์มันต่อไป

– ทำ keyword ให้อยู่ในรูปแบบลิงก์ จะช่วยให้การค้นหาของ Google ให้ความสำคัญกับ keyword นั้นมากขึ้น และควรทำไว้ที่ส่วนต้นและส่วนท้ายของช่วงที่บทความนั้นมี keyword นี้อยู่

6. ทำให้ Content นั้นสามารถแชร์ต่อไปได้ง่าย

Content ของคุณจะมีอันดับที่ดีขึ้น หาก Google เห็นว่ามีการแชร์ไปยังเว็บไซต์อื่นๆ หลังจากทำตาม “5 สร้างลิงก์ไปยังบทความ SEO ของคุณ” แล้ว การทำให้ผู้อื่นแชร์บทความของคุณได้โดยง่ายจะทำให้มีจำนวนการแชร์เพิ่มมากขึ้น!

หลังจากที่ได้เรียนรู้ทุกขั้นตอนดังกล่าวไปแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้หลังจากนั้นคือ การหมั่นฝึกฝนเพื่อสร้างความชำนาญกับเทคนิคของตัวเอง และยังต้องติดตามข่าวสาร SEO ใหม่ๆ อยู่เสมอเพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นต่อจากนี้อีกด้วย

อ้างอิงจาก https://www.wikihow.com/Write-SEO-Content