สิ่งที่ค้นพบ : สร้างรายงาน SEO อย่างไรให้ดูน่าสนใจ

ขอต้อนรับสู่บทความในการสร้างรายงาน SEO อย่างไรให้ดูน่าสนใจ

วันนี้เราจะมาแบ่งปันข้อมูลสำหรับการสร้างรายงาน SEO ให้ดูน่าสนใจและดึงดูดลูกค้าของคุณ ลองอ่านและ Level up ไปด้วยกันเลย! 

เมื่อถึงเวลาสร้างรายงาน SEO ที่มีประโยชน์เพื่อลูกค้าหรือสมาชิกในทีมของคุณ มันอาจเป็นเรื่องยากในการสร้างสมดุลของข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปรวมกับความต้องการของพวกเขา โดยหลักการแล้ว คุณควรแสดงให้ลูกค้าของคุณได้เห็นว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่นั้นได้ผล และสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อธุรกิจของพวกเขา คุณต้องถามตัวเองแล้วว่าพวกเขาพิจารณาความคืบหน้าว่าอย่างไร

– พวกเขาพยายามเพิ่มยอดเข้าชมของเว็บไซต์? 
– เพิ่มยอดขายรวม? 
– การจัดอันดับที่ดีขึ้น?
– หรือพวกเขาหวังอันดับที่ดีขึ้นจาก keyword ที่เฉพาะเจาะจงขึ้น หรือการตีตลาดใหม่ซึ่งสามารถเพิ่มรายได้ให้มากขึ้นกันแน่?

หากไม่ต้องคำนึงถึงความสำเร็จในเชิงธุรกิจที่เฉพาะเจาะจงแล้ว คุณควรสร้างรายงานที่กระชับ ตรงไปตรงมา และเข้าใจง่าย เพื่อเป็นการย้ำว่าทำไมลูกค้าของคุณควรลงทุนกับการทำ SEO และบริการของคุณ หากรายงานนั้นมีความยาวมากเกินพอดี อาจทำให้ลูกค้าของคุณหมดความสนใจได้ แต่หากรายงานของคุณสั้นจนเกินไปหรือขาดข้อมูลที่พวกเขาต้องการ พวกเขาก็อาจมีข้อข้องใจว่าพวกเขาจ่ายเงินให้คุณเพื่ออะไร!

บางครั้งก็สามารถเปรียบได้ว่าการเขียนรายงาน SEO นั้นเป็นเหมือนการเขียนรายงานการทดลอง มีวัตถุประสงค์หรือปัญหาที่ต้องการแก้ไข, สร้างสมมุติฐานที่จะพาไปให้ถึงเป้าหมายหรือสามารถแก้ปัญหาได้ และสร้างขั้นตอนในการปฏิบัติ ทั้งหมดนั้นนำไปสู่ข้อสังเกตที่ช่วยสร้างมาตรฐานในการทำงานและนำไปสู่เป้าหมายใหม่ได้

ในขั้นตอนถัดไป เราจะพูดถึงข้อมูลที่คุณควรนำไปใช้ในรายงาน SEO ของคุณ และจะแสดงให้คุณเห็นเกณฑ์การวัดที่สามารถนำไปใช้ในการสร้างรายงานของคุณ

กำหนดวัตถุประสงค์ของคุณ

อะไรคือเป้าหมายในการทำ SEO ของคุณ และจะทำให้ตรงกับวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของลูกค้าคุณอย่างไร?

สิ่งแรกที่ควรทำคือการกำหนดวัตถุประสงค์ของคุณ

คุณต้องสร้างเป้าหมายการทำ SEO ของคุณให้ชัดเจนสำหรับลูกค้า ตัวอย่างเช่น เป้าหมายของคุณคือการทำอันดับที่ดีขึ้นสำหรับ keyword ที่เลือกใช้ เพื่อเพิ่มการค้นหาโดยรวม สร้างเส้นทางเข้าถึงให้มากขึ้น บางทีสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นอาจเป็นการอธิบายให้ลูกค้าเห็นว่าเป้าหมายการทำ SEO ของคุณจะสร้างผลลัพธ์อย่างไรให้ธุรกิจของลูกค้าได้

ควรมีวัตถุประสงค์ทางธุรกิจที่สามารถจับต้องได้ เช่น “การเพิ่มรายรับต่อเดือน” หรือ “เพิ่มยอดการเข้าชมร้านค้าออนไลน์ของคุณ”  และอย่าลืมที่จะอธิบายว่าทำไมถึงเลือกสิ่งนี้มาเป็นวัตถุประสงค์ของคุณ เพราะแค่เพียงการบอกเล่าถึงแผนในการเพิ่มอันดับของ keyword ของคุณนั้นอาจไม่ช่วยให้ลูกค้าเห็นว่ามันสำคัญอย่างไร

โดยสรุปแล้วสิ่งที่คุณกำลังดำเนินการอยู่นั้นไม่เพียงกำหนดทิศทางในการทำรายงานของคุณเท่านั้น แต่ยังเป็นการกำหนดความคาดหวังของลูกค้าด้วยเช่นกัน

1 สมมุติฐานของคุณ

คุณควรมองที่ส่วนไหนเพื่อบรรลุถึงจุดมุ่งหมายของคุณ?

เราจะวางแผนอย่างไรให้สำเร็จถึงจุดมุ่งหมายของลูกค้าหากคุณใช้รายงาน SEO ของคุณด้วย คุณคิดว่าต้องทำอย่างไรให้ความคาดหวัง และความสำเร็จทางธุรกิจของลูกค้ามาบรรจบกัน? ตัวอย่างเช่น หากลูกค้าของคุณต้องการเพิ่มยอดการค้นหาโดยรวมสำหรับเว็บไซต์ของพวกเขา คุณก็ต้องเพ่งเล็งไปที่การจัดอันดับของ keyword เป็นต้น

“ได้เลย แต่คุณจะทำได้อย่างไร?” ลองถามกับลูกค้าของคุณ 

นี่คือที่ๆ คุณสามารถร่างแผนการทำงานเชิงรุก และสิ่งที่คุณคิดจะมีผลกระทบอย่างมาก เช่น ทำให้แน่ใจว่าทุกหน้ามีคำอธิบายที่เหมาะสม หรือทุกหน้ามีหัวข้อที่เหมาะสมนั่นเอง

หมั่นถามตัวเองว่า “ทำอย่างไร” เพราะสิ่งนี้จะช่วยทำให้การสร้างรายงาน SEO ของคุณนั้นประสบความสำเร็จ ขั้นตอนการคิดที่ชัดเจนของคุณทำให้แน่ใจว่าข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะถูกใส่เข้าไป และไม่สูญหายไปไหนตลอดเส้นทางไปสู่ความสำเร็จ ใช้เวลาร่างแผนงานก่อนเริ่มการทำงานจริงจะช่วยให้การติดตามผลและการทำงานกระชับ เข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น

การทำ SEO อาจดูสับสน วุ่นวาย นั่นแหละคือเหตุผลที่ลูกค้าจำเป็นต้องจ้างคุณ! ควรทำให้มั่นใจว่าคุณสามารถอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจได้ถึงแผนงานที่จะทำ, จะทำมันได้อย่างไร? และทำไมถึงต้องทำอย่างนั้น? นั่นจะทำให้ลูกค้าปราศจากความเคลือบแคลงใจ และไม่เกิดคำถามเช่น “ฉันกำลังดูอะไรอยู่? สิ่งนี้ช่วยฉันได้จริงหรือ? ”

ความโปร่งใส การอธิบายข้อมูลควรมีความเรียบง่าย ดังเช่น  

“ฉันกำลังพยายามทำให้แน่ใจว่าทุกหน้านั้นมีคำอธิบายที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้ค้นข้อมูลมั่นใจว่าเว็บไซต์ของคุณคือสิ่งที่พวกเขากำลังค้นหา สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มค่าเปอร์เซ็นต์ของการคลิก ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณด้วยเช่นกัน”

หากคุณสามารถสานต่อเป้าหมายของคุณเข้ากับคำอธิบายถึงสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ได้ นั่นคือสิ่งที่ดีมาก!

2 สร้างขั้นตอนในการทำงาน

“คุณทำอะไรไปบ้างแล้วเพื่อจะไปให้ถึงความสำเร็จ? ”

ได้เวลาแสดงถึงสิ่งที่คุณทำสำเร็จลุล่วงไปบ้างแล้ว! คุณควรรวบรวมเป้าหมายการทำ SEO ที่คุณได้ทำสำเร็จไปแล้ว เช่น ปรับปรุงคำอธิบายให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แก้ไขปัญหาการไม่พบข้อมูลบนเว็บไซต์ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ keyword ต่อเว็บไซต์ และอื่นๆ 

ใครๆ ก็ชอบที่จะเห็นผลการลงทุนของตน ดังนั้นอย่าลืมที่จะแสดงให้ลูกค้าเห็นสิ่งที่คุณทำอยู่ตลอด และสร้างรายงานแสดงผลการทำงานเพื่อบอกกล่าวสิ่งที่คุณทำสำเร็จไปแล้วด้วย

3 บันทึกข้อสังเกตของคุณ

ในส่วนของ “Observations” หรือการสังเกต ในรายงานของคุณจะแสดงให้เห็นถึงข้อมูลจริง หรือข้อมูลที่สามารถจับต้องได้สำหรับลูกค้าของคุณ ซึ่งทำให้คุณสามารถสรุปออกมาได้ว่าคุณจะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายทางธุรกิจของลูกค้าของคุณ และตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะแสดงให้พวกเขาเห็นถึงผลจากการลงแรงของคุณ

ประสิทธิภาพของ keyword

แนวคิดนี้ตรงไปตรงมา แสดงให้ลูกค้าของคุณเห็นว่า keyword ใดบ้างที่ได้รับการปรับปรุงการจัดอันดับไปแล้ว และผลจากการค้นหาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรจากรายงานล่าสุด เพื่อความโปร่งใส คุณอาจต้องบอกลูกค้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับ keyword ที่ใช้งานได้ไม่ดีด้วย ซึ่งนี่คือเวลาที่ดีสำหรับการบอกลูกค้าว่าคุณจะจัดการอย่างไรกับ keyword ที่ใช้งานได้ไม่ดีเหล่านี้ด้วยเช่นกัน!

คุณอาจต้องการแสดงให้ลูกค้าเห็นถึงการจัดอันดับของพวกเขาเมื่อเทียบกับคู่แข่งหลัก และใช้งานการปรับปรุงที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น

ตัวอย่างเช่น
“แม้อันดับของ keyword ของคุณจะลดลงไป 5 คำ แต่ภาพรวมการค้นหาของคุณเพิ่มขึ้น 7% และการจัดอันดับของคุณยังเหนือกว่าคู่แข่งของคุณในทั้ง 5 keyword เหล่านั้น”

มันคือสิ่งสำคัญมากที่จะรักษาความคาดหวังของลูกค้าไว้โดยการเตือนพวกเขาว่าความผันผวนของอันดับ keyword รายสัปดาห์นั้นเป็นเรื่องธรรมดาสามัญมาก แต่การจัดอันดับในระยะยาวต่างหาก ที่จะแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่แท้จริง

การเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บเพจ

วิธีที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับการจัดอันดับ keyword ในรายงานของคุณคือการใช้งานส่วนของ “Page Optimization” (หรือส่วนของการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บเพจ) เครื่องมือใน “Page Optimization” จะช่วยสำหรับการเจาะจงติดตามผลหน้าใดหน้าหนึ่งบนเว็บไซต์ของคุณเพื่อแสดงให้เห็นว่า keyword ที่ใช้นั้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้หน้านั้นอย่างไร

สิ่งนี้เป็นประโยชน์อย่างมากหากลูกค้าของคุณมีชุด keyword เฉพาะเจาะจงที่จะใช้ในการจัดอันดับ เครื่องมือใน “Page Optimization” จะให้ข้อเสนอแนะว่าคุณสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อเพิ่มโอกาสในการจัดอันดับ และแสดงให้คุณเห็นว่าสิ่งที่คุณได้ทำลงไปแล้วนั้นส่งผลให้อยู่ตรงไหนการจัดอันดับปัจจุบัน 

เมื่อคุณเพิ่มส่วนของ “Page Optimization” ลงไปในรายงาน นั่นไม่เพียงแสดงให้เห็นภาพของบางหน้าที่คุณได้ปรับปรุงไปแล้ว หรืออันดับที่เปลี่ยนไปจาก keyword หรือ URL เหล่านั้นเท่านั้น แต่ยังเน้นให้เห็นถึงหน้าเว็บที่ยังไม่ทำงานซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการเพิ่มประสิทธิภาพให้หน้าเว็บนั้นด้วย

ยอดการเข้าชม

แสดงให้ลูกค้าของคุณเห็นถึงผู้คนจำนวนมากที่กำลังเข้าสู่เว็บไซต์ของพวกเขา นั่นคือวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการบอกถึงความคืบหน้าในสิ่งที่คุณทำ ถ้าเป็นไปได้ ลองชี้ให้พวกเขาเห็นถึงความคิดของคุณ อธิบายพวกเขาว่ายอดการเข้าถึงที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากอะไร เช่น จากการจัดอันดับที่ดีขึ้นของ keyword จากการสร้างลิงค์การเข้าถึงใหม่ๆ หรือจากปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณได้ทำลงไป

การสร้างลิงค์

หากหนึ่งในเป้าหมายของคุณคือ การสร้างลิงค์ที่เชื่อมต่อกับเว็บไซต์ของลูกค้า คุณต้องแสดงให้ลูกค้าเห็นถึงความสำเร็จที่ผ่านมาของคุณ มีความชัดเจนว่าต้องการลิงค์ประเภทไหน ตัวอย่างเช่น คุณต้องการคุณภาพมากกว่าปริมาณ และคุณก็ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงความต้องการของคุณด้วย กลยุทธ์ของคุณนั้นจะสร้างลิงค์การเข้าถึงได้มากขึ้น หรือได้รับลิงค์ที่มีคุณภาพสูงขึ้น 

และนั่นจะเป็นผลดีต่อธุรกิจของพวกเขาหรือไม่? ลองอธิบายให้ลูกค้าของคุณทราบว่าทำไมเป้าหมายของคุณจึงเป็นแผนที่ดีที่สุดในเชิงรุกเพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจโดยรวมของพวกเขา

Site crawl หรือ ตัวจัดทำดัชนีเว็บไซต์

การเพิ่มส่วนของ “Site Crawl” ลงไปในรายงานของคุณสามารถแสดงให้คุณเห็นถึงสิ่งที่คุณกำลังดำเนินการในเว็บไซต์ของลูกค้าโดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการทำให้หน้าที่ไม่พบข้อมูลการแสดงผลกลับมาใช้ได้อีกครั้ง คุณสามารถแสดงกราฟที่บ่งบอกถึงอัตราการเข้าถึงหน้านั้นที่ลดลงจากข้อผิดพลาดนั้นๆ ได้ บางทีคุณอาจกำลังจัดการล้างค่าการเชื่อมโยงต่อเนื่องของเว็บไซต์ ตรวจสอบป้ายกำกับเนื้อหา หรือแก้ไขเนื้อหาในเว็บเพจ

สิ่งเหล่านั้นสามารถสรุป และแสดงการสาธิตขั้นตอนการทำงานในการทำรายงานของคุณได้โดยการใช้ “Site Crawl” และคุณยังสามารถใช้มันในการแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าเว็บไซต์ของพวกเขาได้ถูกปรับปรุงไปบ้างแล้วอย่างไร 

โดยการแสดงจำนวนหน้าเว็บเพจที่มีการรวบรวมข้อมูลในทุกสัปดาห์พร้อมอัตราการลดลงของปัญหา เช่น ปัญหาการไม่พบข้อมูลบนหน้าเว็บเพจ หรือเนื้อหาข้อมูลที่น้อยเกินไป และเน้นถึงบางส่วนในเว็บไซต์ที่ยังต้องการปรับปรุงเพิ่มเติมด้วย

4 วาดภาพข้อสรุปของคุณ

“ควรทำอย่างไรต่อไป ? ”

เมื่อคุณวางภาพสิ่งที่คุณต้องทำไว้ ทำไมต้องทำอย่างนั้น และผลกระทบระยะยาวต่อธุรกิจของลูกค้าของคุณจะเป็นอย่างไร คุณต้องทำการสรุปความคาดหวังว่าลูกค้าของคุณต้องการเห็นอะไรในขั้นต่อไป แสดงให้พวกเขาเห็นถึงแผนงานต่อไปที่จะทำ และสิ่งที่คุณคิดไว้ อะไรบ้างที่ใช้ได้ผลหรือไม่ได้ผล เพื่อให้พวกเขาสามารถเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานต่อไปของคุณได้

หากคุณวางแผนการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บเพจด้วย keyword ที่ยังไม่ได้รับการจัดอันดับ หรือวางแผนการทำงานด้วยโอกาสในการสร้างลิงค์การเข้าถึงใหม่ๆ ควรบอกให้พวกเขาทราบด้วย!

การตรวจสอบขั้นสุดท้าย

ในท้ายที่สุด ก่อนส่งรายงานให้กับลูกค้า ควรตรวจสอบก่อนอีกหนึ่งครั้งเพื่อให้แน่ใจว่ารายงานนั้นถูกต้อง

– มันจะแสดงภาพให้เห็นอย่างถูกต้องว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ และส่งผลเชิงบวกต่อธุรกิจของลูกค้าของคุณอย่างไร?

– ใช้ภาษาที่เข้าใจได้ง่ายและลูกค้าของคุณใส่ใจในสิ่งเหล่านี้หรือไม่?

ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นผู้รอบรู้เรื่องการทำ SEO ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องนำเสนอรายงานที่เข้าใจได้ง่าย ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณแสดงให้เห็นถึงผลการค้นหาที่ปรากฎให้เห็นขึ้น พวกเขาเข้าใจหรือไม่ว่ามันหมายถึงอะไร? หากไม่ คุณต้องสามารถอธิบายได้ว่ามันคืออะไร และเหตุใดมันจึงสำคัญ? พยายามมองรายงานของคุณจากมุมมองของลูกค้าเพื่อหาคุณค่าที่แท้จริงของมันให้ได้ ใช้ขั้นตอนเหล่านี้เพื่อช่วยในการทำรายงานของคุณ และทำให้แน่ใจว่านี่คืองานที่ดีที่สุดของคุณ

กำหนดเวลาในการส่งรายงานแบบอัตโนมัติ

ในส่วน “Custom Reports” (หรือการสร้างรายงานแบบกำหนดได้เอง) คุณสามารถตั้งค่ารายงานใหม่ของคุณให้ส่งเป็นอีเมลแบบรายสัปดาห์หรือรายเดือน เพื่อให้ลูกค้าของคุณทราบว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง และคุณยังสามารถเลือกที่จะส่งอีเมลรายงานนี้ไปยังทุกคนที่อาจเกี่ยวข้องกับการทำรายงาน SEO นี้ของคุณ เช่น เพื่อนร่วมงานหรือผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ เป็นต้น

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำให้ลูกค้าของคุณทราบว่าพวกเขาลงทุนจ่ายเงินไปเพื่ออะไร! พวกเขาต้องการเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมซึ่งสามารถนำไปใช้กับธุรกิจของพวกเขาได้โดยเฉพาะ รายงาน SEO ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างดีไม่เพียงทำให้การทำงานของคุณง่ายขึ้น แต่ยังสามารถช่วยให้ลูกค้าของคุณเข้าใจได้ง่ายขึ้นด้วยว่าการลงทุนของพวกเขานั้นสามารถสร้างผลตอบแทนได้จริง

อ้างอิงจาก https://moz.com/blog/seo-reports-next-level