คู่มือการทำ SEO เบื้องต้น

ถ้าคุณเป็นมือใหม่สำหรับ SEO และกำลังมองหาคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนในการทำ SEO เพื่อเพิ่มอันดับเว็บไซต์ของคุณบน Google นี่แหละ คือคู่มือสำหรับคุณ!

การได้อับดับที่สูงบน Google จะเป็นไปไม่ได้เลย หากไม่ทำตามขั้นตอน SEO ที่เหมาะสม มีบริษัทมากมายที่ล้มเหลวในการจัดอันดับ เพราะไม่ทำตามขั้นตอนเหล่านั้น หรือใช้กลยุทธ์ที่ผิด

ขั้นตอนวิธีการค้นหาของ Google มีความชาญฉลาดมากขึ้นทุกวัน

การทำ SEO กำลังกลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้นสำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารอุตสาหกรรม SEO เนื่องจาก Google เปลี่ยนขั้นตอนวิธีการค้นหาของเครื่องมือค้นหา ดังนั้น หากไม่ได้ติดตามแนวทางของ Google หรือคิดว่าการอ่านบล็อก หรือดูวีดีโอ ไม่ติดตามข่าวสารใหม่ๆ สำหรับ SEO นั่นทำให้ SEO กลายเป็นเรื่องยากขึ้นสำหรับพวกเขา

หมายเหตุ ขั้นตอนการทำ SEO นี้ถูกจัดทำเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้ SEO

ทำไม SEO จึงมีการเปลี่ยนแปลง?

การทำให้เว็บไซต์ของคุณแสดงผลบนหน้าแรกของการค้นหาใน Google นั้นเป็นเรื่องง่ายในอดีต ผู้คนมากมายเคยใช้การเพิ่มหัวข้อ keyword หรือรายละเอียดต่างๆ ลงไปบนเว็บเพจ ทำซ้ำ หรือปรับเปลี่ยน Content เพื่อให้ได้มาซึ่ง backlinks (ลิงก์ที่เว็บไซต์อื่นเชื่อมโยงมาถึงเว็บไซต์ของเรา) จำนวนมากไปใช้ในการเพิ่มอันดับเว็บไซต์ 

ปัจจุบัน ทุกสิ่งได้เปลี่ยนไปแล้ว เทคนิคการยัดไส้ keyword และเทคนิค black-hat SEO (การทำ SEO โดยละเมิดข้อกำหนดของ Google) ไม่สามารถใช้ได้อีกแล้ว หรือต่อให้ทำได้ ก็อาจได้รับอันดับที่ดีขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อ Google ตรวจพบ อันดับของคุณก็จะตกลงมาเช่นเดิม

Google ปรับปรุงขั้นตอนของพวกเขาเพื่อป้องกันสแปมและเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องมากที่สุด โดยจะปรับปรุงทุกๆ สองถึงสามเดือน 

ขั้นตอน SEO ทั่วไปที่ผู้คนมักทำเพื่อเพิ่มอันดับบน Google.

1. การวิจัย keyword
การวิจัย keyword คือขั้นตอนแรกของการทำ SEO การระบุ keyword ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มยอดเข้าชมให้กับเว็บไซต์

การวิจัย keyword คือกระบวนการในการระบุ keyword ที่สำคัญให้กับเว็บไซต์ การวิจัย keyword ต้องใช้เครื่องมือที่เหมาะสมในการทำ ซึ่งจะช่วยให้คุณค้นพบ keyword ที่เกี่ยวข้องที่สุดสำหรับเว็บไซต์ของคุณ

2. การวิเคราะห์การแข่งขัน
ระบุว่าใครคือคู่แข่งของคุณ โดยการวิเคราะห์การแข่งขัน คุณสามารถทำได้โดยการใช้โปรแกรมสำหรับ SEO หรือใช้เครื่องมือวิเคราะห์การแข่งขัน ซึ่งคุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์การแข่งขันโดยละเอียดจากบทความนี้

การวิเคราะห์การแข่งขันจะช่วยให้คุณรู้ว่าเว็บไซต์ใดบ้างที่ได้รับการจัดอันดับไปจาก keyword และหัวข้อของคุณ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับ Domain และเว็บเพจของพวกเขา และยังรู้ไปถึงยอดการเข้าชมและ backlinks ที่พวกเขามีอีกด้วย

การวิเคราะห์การแข่งขันสามารถช่วยในการสร้างกลยุทธ์ SEO ที่แข็งแกร่ง และแนะแนวทางว่าคุณต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหนในการใช้หัวข้อและ keyword นั้น

3. การตรวจสอบ SEO
ตรวจสอบเว็บไซต์ และดูการจัดอันดับเว็บไซต์ล่าสุด เพื่อใช้ในการเลือก keyword นั่นคือสิ่งพื้นฐานที่ต้องทำในการปรับปรุงเว็บไซต์ของคุณ การตรวจสอบ SEO คือขั้นตอนที่สำคัญมากในการทำ SEO

4 การเพิ่มประสิทธิภาพ SEO จากปัจจัยภายใน (On-Page SEO Optimization)
ระบุข้อกำหนดในการปรับปรุงจากปัจจัยภายใน และโครงสร้างเว็บไซต์

5 การเพิ่มประสิทธิภาพ SEO จากปัจจัยภายนอก (Off-Page SEO Optimization)
การสร้างลิงก์ และการเผยแพร่เว็บไซต์ของคุณบนโซเชียลมีเดีย

6 การวัดผล
วัดผลจากยอดการเข้าชมและอันดับ

กระบวนการ SEO แบบเก่า เมื่อต้องมาเจอกับ กระบวนการ SEO แบบใหม่

กระบวนการทำ SEO มีขั้นตอนมาตรฐานที่ผู้คนทั่วไปมักทำตาม เพื่อผลการจัดอันดับเว็บไซต์ที่ดีขึ้น แต่เมื่อไม่กี่ปีที่แล้วขั้นตอนเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงไป ขั้นตอนเก่าๆ ที่เคยมีอาจทำแล้วไม่ได้รับผลลัพธ์ตามที่คาดหวังไว้ในปัจจุบัน 

คุณต้องทำตามเทคนิค SEO ล่าสุด เพื่ออันดับที่ดีขึ้นใน Google และเราจะพูดถึงขั้นตอน SEO ล่าสุดที่คุณสามารถใช้ได้เพื่อเพิ่มอันดับใน Google 

1. เริ่มต้นด้วยการวิจัย keyword
การวิจัย keyword คือส่วนหนึ่งที่สำคัญของขั้นตอนการทำ SEO เว้นแต่ว่าคุณจะไม่รู้ว่าผู้คนต้องการค้นหาอะไรบนอินเทอร์เน็ต และข้อมูลอะไรที่พวกเขาต้องการค้นหา นั่นคงทำให้การทำแคมเปญ SEO ไม่มีทางเกิดขึ้นได้

เมื่อคุณจะทำการวิจัย keyword คุณควรเริ่มต้นที่ root keyword (keyword ที่แสดงถึงตลาดโดยรวม) หรือ seed keyword (keyword แบบกว้างๆ ไม่เฉพาะเจาะจง) ทุกวันนี้ก็มีเครื่องมือสำหรับวิจัย keyword ให้เลือกใช้มากมาย ทั้งแบบต้องซื้อ หรือแบบใช้งานได้ฟรี

และนี่คือสิ่งที่คุณต้องคำนึงถึงเมื่อคุณทำการวิจัย keyword
– เริ่มด้วย keyword ที่สามารถใช้ได้นาน และการแข่งขันต่ำ
– ใช้ Google Autocomplete (ตัวช่วยใน Google) เพื่อหาแนวคิดใหม่ๆ
– ใช้ Google related search (คำใกล้เคียงที่ Google แนะนำขึ้นมาเมื่อทำการค้นหา)
– ใช้เครื่องมือต่างๆ

2. วิเคราะห์การแข่งขัน และตรวจสอบเว็บไซต์
เมื่อคุณวิจัย keyword เสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการวิเคราะห์การแข่งขัน และการตรวจสอบเว็บไซต์ ซึ่งการตรวจสอบเว็บไซต์นั้นสำคัญมากในการสร้างรายการกิจกรรมที่เกิดขึ้นทั้งจากปัจจัยภายใน (On-Page) และจากปัจจัยภายนอก (Off-Page)

มืออาชีพด้าน SEO หลายคนมักข้ามขั้นตอนนี้ และไปยังขั้นตอนอื่นเลย เพราะการตรวจสอบเว็บไซต์และประเมินผลจะเป็นเรื่องยาก หากคุณไม่รู้พื้นฐานของ SEO ปัจจัยที่ใช้ในการจัดอันดับ และวิธีการที่ Google ใช้เพื่อกำหนดอันดับของเว็บเพจ

3. การเพิ่มประสิทธิภาพเว็บเพจ หรือการเพิ่มประสิทธิภาพจากปัจจัยภายใน (On-Page)
Google มีความชาญฉลาดมากขึ้น และการยัดไส้ keyword ก็ไม่สามารถช่วยในการเพิ่มอันดับของคุณได้แล้ว หลังจาก Google ปรับปรุงขั้นตอนของพวกเขา

เคล็ดลับและปัจจัยในการเพิ่มประสิทธิภาพจากปัจจัยภายใน (On-Page)
– เขียน Content ที่มีประโยชน์ด้วยตัวเอง
– ไม่ใช่เพียงการใช้ keyword เท่านั้นที่สำคัญ การให้ข้อมูลที่ดีก็สำคัญเช่นกัน
– โครงสร้างเว็บไซต์ และโครงสร้าง URL เป็นสิ่งสำคัญ
– เว็บไซต์ควรทำงานได้รวดเร็ว
– เว็บไซต์ควรรองรับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ
– ควรปรับปรุงเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ

4. การสร้างลิงก์ และการเพิ่มประสิทธิภาพจากปัจจัยภายนอก
ลิงก์ คือสิ่งสำคัญต่อการจัดอันดับและความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ แต่ไม่ใช่ว่าจะสร้างลิงก์จากเว็บไซต์ใดก็ได้ แต่ควรเลือกใช้เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องและเป็นที่รู้จัก หากคุณสร้างลิงก์จากเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพ และมี Content ที่ไม่มีคุณภาพ คุณก็จะไม่สามารถทำอันดับเว็บไซต์ของคุณให้ดีขึ้นได้

5. ตรวจสอบการจัดอันดับ และปรับปรุง Content อย่างสม่ำเสมอ
SEO ไม่ใช่สิ่งที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ คุณต้องทำการพัฒนา Content และสร้าง Content ใหม่ๆขึ้นมาอยู่เสมอ มิฉะนั้นคุณจะไม่สามารถเพิ่มอันดับเว็บไซต์ของคุณได้เลย

บทสรุป

การทำ SEO นั้นมีความซับซ้อน และต้องมีการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง คุณต้องสรรหาความรู้อยู่ตลอดเวลาเพื่อปรับปรุงการจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณ หรือเว็บไซต์ของลูกค้าของคุณเอง

อ้างอิงจาก https://www.optron.in/blog/seo-process-for-2016-step-by-step-seo-guide-for-2016.html