ขั้นตอนที่จะทำให้คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญ SEO

อุตสาหกรรมการตลาดออนไลน์กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะมีธุรกิจจำนวนมากที่ใช้อินเทอร์เน็ตในการขายสินค้าให้กับลูกค้าออนไลน์ และธุรกิจนั้นจำเป็นต้องทำให้ตัวเองสามารถค้นหาได้ง่ายจาก Google (หรือ Bing, Yahoo และอื่นๆ ) 

ปัจจุบันนี้มีเว็บไซต์มากกว่าหนึ่งพันล้านเว็บไซต์ แต่ละเว็บไซต์ก็ต้องการให้มีคนสนใจเว็บไซต์ของตัวเองผ่านทางหน้าผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหา (SERPs) นั่นทำให้การทำ SEO กลายเป็นทักษะที่น่าสนใจซึ่งนำไปสู่ความได้เปรียบในการหางาน

Blacksheep จะมาบอกเล่าขั้นตอนที่ทำให้คุณกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ SEO ว่าให้คุณทราบถึง ภาพรวมของ SEO ประโยชน์ของการเป็นผู้เชี่ยวชาญ SEO วิธีการทำงาน และทำไมการฝึกอบรมกับการเรียนรู้ในทางปฏิบัติสามารถช่วยคุณได้ในงาน SEO

คุณต้องรู้ก่อนว่า SEO คืออะไร

SEO หรือ Search Engine Optimization คือการทำสิ่งที่สามารถเพิ่มยอดการเข้าชมผ่านทางเครื่องมือค้นหา เช่น Google, Yahoo, Bing หรืออื่นๆ ให้กับเว็บไซต์ของคุณ จัดอันดับ keyword ให้กับคุณ และทำให้เว็บไซต์ของคุณโดดเด่นบนหน้าผลลัพธ์ของการค้นหา นั่นแหละ กลยุทธ์การทำ SEO จึงเป็นสิ่งจำเป็น

เข้าใจการทำงานของเครื่องมือค้นหา
การจะมั่นใจได้ว่าเว็บเพจของคุณนั้นจะได้รับการปรับปรุงอย่างเหมาะสมคือ การเข้าใจว่าเครื่องมือค้นหาทำงานอย่างไร โดยเครื่องมือค้นหานั้นจะตอบสนองต่อผู้ใช้งานด้วยการแสดงรายการเว็บเพจที่เกี่ยวข้องที่สุดสำหรับสิ่งที่ผู้ใช้งานกำลังค้นหา

มีหลายปัจจัยที่เครื่องมือค้นหานั้นใช้ในการวิเคราะห์และกำหนดความเกี่ยวข้องก่อนจะระบุรายชื่อเว็บไซต์ออกมา ซึ่ง Google ไม่เปิดเผยเรื่องนี้มากนัก แต่มีนักการตลาดมากมายที่ทราบเรื่องเหล่านั้น และผู้เชี่ยวชาญ SEO ควรคำนึงถึงปัจจัยที่มีผลดังต่อไปนี้ด้วย

– อายุ Domain, URL และการมอบอำนาจ
– ลิงค์
– โทรศัพท์มือถือ
– การปรับปรุงเนื้อหาบทความ (Content)
– ความรวดเร็วของเว็บเพจ (รวมถึงการใช้มือถือเปิดเว็บเพจนั้นด้วย)
– ข้อมูลจริงของธุรกิจ
– เว็บไซต์ที่ปลอดภัยและสามารถเข้าถึงได้
– กระแสสังคม
– เทคนิคการทำ SEO 
– ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน

การจัดอันดับเว็บไซต์ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ของเครื่องมือค้นหา เว็บเพจที่ปฏิบัติตามนั้นก็จะโดดเด่นออกมาจากผู้อื่น และนี่คือ 3 ขั้นตอนที่เครื่องมือค้นหาจะทำในการจัดอันดับเว็บไซต์

1 Crawling (การใช้ bot ในการเก็บข้อมูล)
เครื่องมือค้นหานั้นจะมีสิ่งที่เรียกว่า spiders หรือ bots เพื่อทำการแสกนเว็บไซต์ คัดลอกข้อมูล และจัดเก็บไว้ในดัชนีของตัวมันเอง 

2 การจัดทำดัชนี
นี่คือวิธีการเพิ่มเว็บเพจลงในผลการค้นหา หากเว็บไซต์ของคุณไม่ได้อยู่ในดัชนีนี้ ผู้ใช้ทั้งหลายก็จะหาเว็บไซต์ของคุณไม่เจอในหน้าผลการค้นหา

3 การจัดอันดับ
เมื่อคุณพิมพ์อะไรลงไปใน Google เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องที่สุดจากดัชนีจะปรากฏในหน้าผลการค้นหา ซึ่งผลลัพธ์เหล่านั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ตำแหน่งของผู้ใช้, ภาษา, ประสบการณ์ต่างๆ เป็นต้น

ประโยชน์ที่ได้จากการเป็นผู้เชี่ยวชาญ SEO

SEO อาจเป็นทั้งความท้าทายและความคุ้มค่าที่สุดจากการมีระเบียบวินัยในทำการตลาด, การรวบรวมข้อมูล, การวิเคราะห์, การตลาด Content และความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค ซึ่งการเรียนรู้และการใช้ประโยชน์นั้นจะเพิ่มศักยภาพในการทำการตลาดของคุณ

ความต้องการผู้เชี่ยวชาญ SEO

ผู้เชี่ยวชาญ SEO เป็นที่ต้องการอย่างมากเนื่องจากบริษัทต่างๆ ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพจากเครื่องมือค้นหาเพื่อให้เท่าทันคู่แข่งขันของพวกเขา ซึ้งจะได้รับการว่าจ้างเพื่อช่วยทีมการตลาดสร้างยอดเข้าชมเว็บไซต์ สร้างแคมเปญการตลาดดิจิทัลที่ประสำความสำเร็จ และนำธุรกิจใหม่ๆ มาสู่บริษัท

ทุกวันนี้ ผู้เชี่ยวชาญ SEO จะถูกคาดหวังให้สร้างยอดเข้าชมอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเว็บไซต์โดยเฉลี่ย โดยพิจารณาจาก 5 อันดับแรกของเว็บไซต์บนหน้ารวมผลการค้นหา และสร้างเปอร์เซ็นต์การคลิกอย่างน้อย 68% เพราะการได้รับอันดับที่สูงจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อรายได้และการเติบโตของธุรกิจ

ไม่ว่าปัจจุบันคุณจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ SEO แล้ว หรือกำลังพยายามที่จะเป็น งานด้าน SEO นั้นจะสร้างความตื่นเต้นและสร้างศักยภาพในการเติบโตให้กับคุณอย่างแน่นอน สำหรับช่องทางอื่นๆ ที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในทาง SEO ของคุณได้นั่นคือ การตลาด Content, ที่ปรึกษาทางธุรกิจ และการวิเคราะห์ข้อมูล

หน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ SEO

องค์ประกอบต่างๆ ทั้งหลายที่แตกต่างกันล้วนถูกนำมาใช้สร้างกลยุทธ์ SEO ในการทำ SEO ของคุณจึงเต็มไปด้วยความหลากหลาย และหน้าที่ของคุณจะรวมถึงสิ่งต่อไปนี้ด้วย

การเพิ่มประสิทธิภาพ
การเพิ่มประสิทธิภาพนั้นจะเป็นหน้าที่หลักของผู้เชี่ยวชาญ SEO รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก แบ่งเป็นประเภท ดังนี้

ปัจจัยภายในสำหรับ SEO (on page seo) 
– การสร้างเนื้อหาบทความ และการเพิ่มประสิทธิภาพ
– การเพิ่มประสิทธิภาพของการแปลง
– Tags พาดหัว, Tags หัวข้อ และ Tags สำหรับอธิบายรายละเอียด Content 
– รูปภาพ และข้อความอธิบายรูปภาพ
– การวิจัย keyword และการจัดวาง
– โครงสร้าง URL
– ประสบการณ์ของผู้ใช้ 

ปัจจัยภายนอกสำหรับ SEO (off page seo)
– การสร้างทรัพยากร (ข้อมูลสารสนเทศ, วีดีโอ และอื่นๆ )
– บล็อกผู้เยี่ยมชม
– เพิ่มยอดการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณจากเส้นทางโซเชียลมีเดีย
– การสร้างลิงค์
– ข่าวประชาสัมพันธ์

การเพิ่มประสิทธิภาพโทรศัพท์มือถือ
เนื่องจากการค้นหาที่เพิ่มขึ้นนั้นเกิดจากโทรศัพท์มือถือ Google จึงต้องการให้ดัชนีของเขาสามารถใช้งานได้ดีบนโทรศัพท์มือถือด้วย นั่นจึงทำให้การใช้งานบนโทรศัพท์มือถือมีอิทธิพลต่อการทำ SEO 

Google กำลังติดตามข้อมูลเหล่านั้น ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่คุณต้องแน่ใจว่า Content ของคุณได้ถูกปรับปรุงให้เหมาะสำหรับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ และยังต้องคำนึงถึงการใช้ถ้อยคำที่กระชับด้วย

การวิจัย keyword
ในฐานะของผู้เชี่ยวชาญ SEO คุณต้องทำการวิจัย keyword เพื่อกำหนดความเกี่ยวข้อง และความสามารถในการแข่งขันของ keyword นั้นด้วย

การวิเคราะห์
คุณมีมาตรการชี้วัดว่าสิ่งใดใช้ได้ผลหรือไม่ได้ผลอย่างไร? นั่นคือที่มาของการวิเคราะห์ คุณต้องติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อดูว่าเว็บเพจและ keyword นั้นยังใช้การได้อยู่อย่างสม่ำเสมอ

การสร้างลิงค์
เมื่อเว็บไซต์อื่นสร้างลิงค์เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของคุณ หรือที่เรียกกันว่า “Backlink” หรือ “inbound link” นั่นคือปัจจัยที่สำคัญมากในการจัดอันดับ มันเป็นเหมือนการได้รับความเชื่อมั่นจากเว็บไซต์อื่นๆ หนึ่งในหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ SEO คือการสร้างลิงค์ประเภทนี้จากเว็บไซต์อื่นๆ มายังเว็บไซต์ของคุณโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มเลย

ติดตามข่าวอุตสาหกรรม
ขั้นตอนแรกสำหรับการเป็นผู้เชี่ยวชาญ SEO คือการอ่านบทความที่เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญ และติดตามข่าวสารด้านการตลาดการค้นหาเพื่อเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม รักษาและพัฒนากลยุทธ์ของคุณอย่างสม่ำเสมอ นั่นคือความรับผิดชอบของคุณ

ทำงานร่วมกับทีมการตลาดอื่นๆ
ระหว่างที่ทำหน้าที่ต่างๆ ไปด้วย ผู้เชี่ยวชาญ SEO จะหาเวลาในการทำงานร่วมกับทีมการตลาดอื่นๆ เพื่อวางกลยุทธ์ดังต่อไปนี้

– การตลาด Content
– การตลาดสำหรับการค้นหาที่ต้องเสียเงิน
– การประชาสัมพันธ์
– การตลาดโซเชียลมีเดีย
– การพัฒนาเว็บไซต์

ขั้นตอนในการเป็นผู้เชี่ยวชาญ SEO

บนโลกที่ทันสมัยเช่นทุกวันนี้ คุณสามารถเรียนรู้ทักษะต่างๆ ได้ด้วยตัวของคุณเองผ่านการเรียนรู้ออนไลน์ และหากคุณยังใหม่สำหรับวงการนี้ นี่คือ 7 ขั้นตอนที่คุณควรปฏิบัติตามเพื่อนำไปสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญ SEO 

1. เรียนรู้พื้นฐานการทำงานของเครื่องมือค้นหา
2. ทำความเข้าใจกลยุทธ์และแนวคิดของการทำ SEO
3. เข้าร่วมการฝึกอบรม SEO
4. ติดตามแนวโน้มและข่าวอุตสาหกรรม
5. ทำความคุ้นเคยกับเครื่องมือในการทำ SEO
6. ทดลองใช้กลยุทธ์การทำ SEO กับเว็บไซต์หรือบล็อกของคุณ
7. แสดงให้นายจ้างของคุณเห็นถึงความพยายามและผลลัพธ์ที่คุณทำได้

หลังจากที่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ SEO แล้ว ก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะสิ้นสุดเพียงเท่านั้น แต่ยังต้องมีการสร้างกลยุทธ์ใหม่ๆ และปฏิบัติอย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ รวมถึงการหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อให้เท่าทันสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีวันหยุดอีกด้วย

อ้างอิงจาก https://www.simplilearn.com/how-to-become-an-seo-expert-article?source=frs_left_nav_clicked.