การอัปเดต Google BERT คืออะไร?

เครื่องมือค้นหาขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เช่น Google ย่อมมีการปรับปรุงกระบวนการทำงานอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในการอัปเดตที่สำคัญที่สุดเมื่อเร็วๆ นี้ก็คือ BERT ซึ่งการอัปเดตนี้มีความสำคัญอย่างไร? มีขั้นตอนการทำงานอย่างไร? และเราจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง? นั่นคือสิ่งที่เราต้องหาคำตอบจากบทความนี้

Google BERT (Bidirectional Encoder Representations from Transformers) คือ การเข้ารหัสแบบสองทิศทางโดย Transformers  และเป็นการปรับปรุง Algorithm (กระบวนการแก้ไขปัญหาอย่างมีขั้นตอน) การค้นหาหลัก ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงความสามารถในการทำความเข้าใจด้านภาษาของ Google

BERT คือหนึ่งในการอัปเดตที่ใหญ่ที่สุดของ Google ที่มาพร้อมกับ RankBrain (ระบบปัญญาประดิษฐ์ของ Google) ในปี 2558 ซึ่งประสบความสำเร็จในการทำความเข้าใจเจตนาของผู้ค้นหาผ่านทางคำค้นหา

Google BERT มีการทำงานอย่างไร?

ลองมาทำความเข้าใจกันจากตัวอย่างนี้

Google BERT_การอัปเดต Google_เครื่องมือ SEO Google_ทำ seo google_รับทำ SEO_ทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google

เจตนาของผู้ค้นหาคือ สามารถให้ใครบางคนรับใบสั่งยาแทนผู้ป่วยได้หรือไม่?

และนี่คือผลการค้นหาของ Google ก่อนการใช้ BERT 

Google BERT_การอัปเดต Google_เครื่องมือ SEO Google_ทำ seo google_รับทำ SEO_ทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google

ผลการค้นหานั้นจะไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้ค้นหาต้องการ เนื่องจาก Google ไม่สามารถประมวลผลคำว่า “someone” (บางคน) ในการค้นหาได้

และนี่คือผลลัพธ์หลังจาก BERT ได้ถูกรวมเข้าใน Algorithm หลักของการค้นหาแล้ว

Google BERT_การอัปเดต Google_เครื่องมือ SEO Google_ทำ seo google_รับทำ SEO_ทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google

ผลการค้นหานี้ตอบคำถามของผู้ค้นหาได้อย่างแม่นยำ เพราะ Google ได้เข้าใจความหมายของคำว่า “someone” ในบริบทที่ถูกต้องแล้ว หลังจากการประมวลข้อความค้นหาทั้งหมด

แทนที่จะประมวลผลทีละคำ และไม่ให้น้ำหนักไปกับบางคำ เช่น “someone” ในบริบทเฉพาะตัว 

BERT ช่วยให้ Google ประมวลผลทุกคำในข้อความค้นหา และกำหนดลักษณะของแต่ละคำ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น

อีกตัวอย่างหนึ่ง คือ ข้อความค้นหาว่า “math practice book for adults” ซึ่งผู้ค้นหาต้องการซื้อหนังสือฝึกฝนคณิตศาสตร์สำหรับผู้ใหญ่

Google BERT_การอัปเดต Google_เครื่องมือ SEO Google_ทำ seo google_รับทำ SEO_ทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google

ก่อนการใช้ระบบ BERT ผลลัพธ์ออกมาเป็นการแนะนำหนังสือสำหรับชั้นมัธยมต้น ซึ่งไม่ตรงตามความต้องการของผู้ค้นหา เนื่องจากในคำอธิบายจากผลลัพธ์มีการใช้วลีว่า “young adult” ซึ่งหมายถึงคนหนุ่มสาว ไม่ใช่คำว่า “adult” ที่หมายถึงผู้ใหญ่ และในบริบทการค้นหานี้ “young adult” นั้นไม่เกี่ยวข้องกับคำถาม

Google BERT_การอัปเดต Google_เครื่องมือ SEO Google_ทำ seo google_รับทำ SEO_ทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google

หลังจากใช้ระบบ BERT แล้ว Google สามารถแยกแยะความแตกต่างของคำว่า “young adult” และคำว่า “adult” ได้อย่างถูกต้อง และส่งผลลัพธ์ที่ถูกต้องออกมา

Google BERT_การอัปเดต Google_เครื่องมือ SEO Google_ทำ seo google_รับทำ SEO_ทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google

Google NLP คืออะไร? และมีการทำงานอย่างไร?

NPL ย่อมาจาก Natural Language Processing ซึ่งเป็นส่วนย่อยของปัญญาประดิษฐ์ ประกอบด้วยการเรียนรู้ของเครื่องมือและการศึกษาในด้านภาษา สิ่งนี้ทำให้การสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์กับมนุษย์เป็นไปด้วยภาษาที่ฟังดูเป็นธรรมชาติ

NPL คือเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังแอปพลิเคชันทางภาษายอดนิยมหลายอย่าง เช่น
– Google Translate
– Microsoft Word
– Grammarly
– OK Google, Siri, Cortana และ Alexa

ในการเรียกใช้โปรแกรมทางด้านภาษาของ Google จะประกอบด้วยบริการ 5 อย่าง ดังต่อไปนี้

1. การวิเคราะห์ไวยากรณ์
Google จะแบ่งข้อความค้นหาออกเป็นคำเดี่ยวๆ และแยกข้อมูลทางภาษาสำหรับแต่ละคำ

ตัวอย่างเช่น ข้อความค้นหาว่า “who is the father of science?” หรือ “ใครคือบิดาแห่งวิทยาศาสตร์?” ก็จะถูกแยกย่อยผ่านการวิเคราะห์ไวยากรณ์ในแต่ละคำ เช่น

Who เป็น สรรพนาม
Is แสดงจำนวนซึ่งเป็นเอกพจน์ จึงตีความว่าเป็น เอกพจน์
The เป็น ตัวกำหนด 
Father มีหนึ่งคำนาม จึงตีความว่าเป็น เอกพจน์
Of เป็น คำบุพบท
Science เป็น คำนาม

2. การวิเคราะห์ความรู้สึก
ระบบการวิเคราะห์ความรู้สึกของ Google กำหนดคะแนนทางอารมณ์ให้กับข้อความค้นหาด้วย ตัวอย่างเช่น

Google BERT_การอัปเดต Google_เครื่องมือ SEO Google_ทำ seo google_รับทำ SEO_ทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google

จะเห็นได้ว่านอกจากจะมีตัวเลขบอกถึงคะแนนแล้ว ยังกำหนดได้ด้วยว่าข้อความค้นหานั้นมีอารมณ์ในเชิงบวก หรือเชิงลบ หรือเป็นเพียงคำถามธรรมดาที่ไม่แสดงถึงอารมณ์ใดๆ เลย

ข้อควรทราบ: ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงการสุ่มขึ้นมา เพื่อให้คุณเข้าใจแนวคิดของการวิเคราะห์ความรู้สึกของ Google ซึ่ง Algorithm ที่ Google ใช้จริงนั้นเป็นความลับ และอาจแตกต่างออกไปจากนี้

3. การวิเคราะห์เอกลักษณ์
ในกระบวนการนี้ Google จะเก็บเอกลักษณ์จากข้อความค้นหา และใช้ Wikipedia เป็นฐานข้อมูลในการค้นหาเอกลักษณ์นั้นจากข้อความค้นหา

ตัวอย่างเช่น ข้อความค้นหา “Selena Gomez อายุเท่าไหร่?” 

Google จะตรวจพบ “Selena Gomez” ว่าเป็นเอกลักษณ์ และส่งคำตอบจาก Wikipedia ออกมา

Google BERT_การอัปเดต Google_เครื่องมือ SEO Google_ทำ seo google_รับทำ SEO_ทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google

4. การวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์
Google ก้าวไปอีกขั้นด้วยการระบุความน่าเชื่อถือโดยรวมให้กับผลลัพธ์ ในขณะที่มีการประมาลผลเว็บเพจ Google จะกำหนดความน่าเชื่อถือให้กับผลลัพธ์แต่ละรายการ 

โดยขึ้นอยู่กับวิธีการใช้งานเอกสารที่เป็นผลลัพธ์นั้น การให้คะแนนความน่าเชื่อถือนี้คล้ายกับการให้คะแนนในขั้นตอนการวิเคราะห์ความรู้สึก

5. การจำแนกหมวดหมู่ข้อความ
ลองนึกถึงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีการจำแนกข้อมูลต่างๆ ออกเป็นหมวดหมู่ไว้ เช่น DMOZ (แหล่งรวมข้อมูลจากลิงก์ World Wide Web) เมื่อเริ่มใช้งาน DMOZ จะจัดเว็บไซต์ออกเป็นหมวดหมู่ และหมวดหมู่ย่อย และย่อยลงไปอีกมากมายเพื่อความสะดวกในการค้นหา

Google จะจับคู่หมวดหมู่ย่อยเข้ากับเว็บเพจที่เหมาะสม ตามข้อความค้นหาที่ผู้ใช้งานระบุลงไป

ตัวอย่างเช่น มีข้อความค้นหาว่า “design of a butterfly” (การออกแบบผีเสื้อ) Google อาจระบุหมวดหมู่ย่อยออกมาหลายอย่าง เช่น “modern art”, “digital art”, “artistic design”, “illustration”, “architecture” และอื่นๆ ก่อนจะเลือกหมวดหมู่ย่อยที่เหมาะสมที่สุดอีกครั้ง

Google เคยกล่าวไว้ว่า: “หนึ่งในความท้าทายที่สุดของการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) คือ การขาดแคลนข้อมูลสำหรับการฝึกฝน เนื่องจาก NPL มีขอบเขตงานที่หลากหลาย และมีความแตกต่างกันสูง ชุดข้อมูลเฉพาะทางที่มีมักจะได้รับการฝึกฝนจากมนุษย์ไม่มากนัก”

เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนข้อมูลในการฝึกฝน Google ได้ดำเนินการขั้นต่อไปด้วยการออกแบบ Google AutoML Natural Language ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างรูปแบบการเรียนรู้ได้ด้วยเครื่องมือที่กำหนดเอง ซึ่ง BERT ของ Google นั้นก็เป็นส่วนเสริมของ Google AutoML Natural Language

ข้อควรทราบ: Google BERT นั้นไม่ใช่วิธีการปรับแต่งข้อความค้นหา แต่เป็นวิธีการเข้าใจบริบทของข้อความค้นหาเพื่อนำไปจับคู่กับข้อความที่ตรงกันบนเว็บเพจต่างๆ แล้วนำเสนอออกมาเป็นผลลัพธ์

BERT NLP คืออะไร?

BERT นั้นเป็นรูปแบบการใช้งานที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทุกคนเข้าถึงได้ และเป็นส่วนขยายของ Google AutoML Natural Language ตามที่อธิบายไว้ข้างต้น ซึ่ง BERT จะเป็นวิธีในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ NPL ในปีถัดๆ ไป

Google ได้กล่าวไว้ว่า:“เราได้เปิดตัวเทคนิคใหม่สำหรับการฝึกฝน NLP ที่เรียกว่า Bidirectional Encoder Representations from Transformers หรือ BERT และด้วยการเปิดตัวนี้ ทุกคนบนโลกสามารถฝึกฝนได้จากระบบตอบคำถามที่ทันสมัย ด้วยเวลา 30 นาทีบน single Cloud TPU (หน่วยประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ของ Google) หรือ ไม่กี่ชั่วโมงบน single GPU (หน่วยประมวลผลกราฟฟิก 3 มิติ)”

BERT นั้นแสดงให้เห็นถึงยุคสมัยใหม่ของ NLP และอาจเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา

BERT ช่วยในการประมวลผลข้อความค้นหาที่เป็นประโยคสนทนา

Google BERT มีวัตถุประสงค์เพื่อการประมวลผลข้อความค้นหาที่เป็นประโยคสนทนา เนื่องจาก 

Google ได้กล่าวไว้ว่า: “โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับข้อความค้นหาที่เป็นประโยคสนทนา หรือการค้นหาที่มีคำบุพบท เช่น “for” และ “to” เพราะสองคำนี้มีความหมายที่ค่อนข้างหลากหลาย เครื่องมือค้นหานั้นจะสามารถเข้าใจบริบทของข้อความค้นหาของคุณได้ คุณจึงสามารถค้นหาได้ตามรูปแบบที่คุณต้องการ”

กลยุทธ์ในการคาดเดาคำถัดไปของข้อความ เช่น “Feature-based” (ตามคุณลักษณะ) และ “Fine-tuning” (การปรับแต่ง) ได้แสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงขั้นตอนการประมวลผลทางภาษามาแล้วมากมาย

Google BERT_การอัปเดต Google_เครื่องมือ SEO Google_ทำ seo google_รับทำ SEO_ทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google

BERT นั้นช่วยปรับปรุงกลยุทธ์ “Fine-tuning” ด้วยการใช้ “masked language model” (MLM) ซึ่งจะสุ่มซ่อนคำบางคำจากประโยคไว้ และคาดเดาคำถัดไปจากบริบทนั้น

Google ได้กล่าวไว้ว่า:“BERT นั้นเป็นรูปแบบการปรับปรุงเพื่อประสิทธิภาพในการทำงานสำหรับชุดข้อความขนาดใหญ่ หรือข้อความค้นหาที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งดีกว่าโครงสร้างการค้นหาในแบบอื่นๆ เป็นแนวคิดที่เรียบง่าย และมีประสิทธิภาพอันเป็นที่ยอมรับกันอย่างทั่วถึง ได้รับการยอมรับในด้าน NPL ใน 11 ชุดงาน 

รวมถึงการทำคะแนนจาก GLUE ได้ 80.5% (เพิ่มขึ้นมา 7.7%) ได้รับคะแนนความแม่นยำจาก MultiNLI 86.7% (เพิ่มขึ้นมา 4.6%) ได้รับคะแนนจาก SQuAD v1.1 question answering Test F1 93.2 คะแนน (เพิ่มขึ้นมา 1.5 คะแนน) และได้รับคะแนนจาก SQuAD v2.0 Test F1 83.1 คะแนน”

จากศัพท์ทางเทคนิคมากมายนั้น สรุปใจความสำคัญได้ดังนี้

BERT เป็นการอัพเกรดที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับ Algorithm ของ NPL 

ซึ่งปัจจุบัน Google ใช้ในการประมวลผลข้อความค้นหา เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งาน

Transformers พลังที่แท้จริงเบื้องหลัง Google BERT

หลักการสำคัญของการทำงานของ BERT นั้นอยู่ใน Transformers ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมโครงข่ายประสาทแบบใหม่เพื่อความเข้าใจในเชิงภาษา และมันดีกว่ากระบวนการประมวลผลทางภาษาอื่นๆ ที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ทั้งหมด รวมถึงการแปลภาษาด้วยคอมพิวเตอร์ด้วย

Transformers คือ แบบจำลองที่ประมวลผลคำที่เกี่ยวข้องกับคำอื่นๆ ในประโยค แทนที่จะประมวลแบบคำต่อคำ BERT สามารถพิจารณาบริบททั้งหมดของคำโดยการดูจากคำที่มาก่อนและมาทีหลังคำนั้น มันมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการทำความเข้าใจเจตนาที่อยู่เบื้องหลังข้อความค้นหา

ในงานวิจัยเรื่อง “Attention Is all You Need” ได้มีการพิสูจน์แล้วว่า Transformers นั้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าแบบจำลองอื่นๆ ตามมาตรฐานการแปลภาษาอังกฤษ-เยอรมัน และภาษาอังกฤษ-ฝรั่งเศส

Google BERT_การอัปเดต Google_เครื่องมือ SEO Google_ทำ seo google_รับทำ SEO_ทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google
Google BERT_การอัปเดต Google_เครื่องมือ SEO Google_ทำ seo google_รับทำ SEO_ทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google

BERT เป็นวิธีการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างประโยค

BERT นั้นมีจุดมุ่งหมายในการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างประโยคโดยการคาดเดาคำถัดไป เป็นงานที่เรียบง่ายซึ่งทำได้จากการสร้างคลังข้อความ 

ตามที่ Google ได้แนะนำเอาไว้

หากมีประโยคเปรียบเทียบกันสองประโยค โดยที่ประโยค A คือประโยคเริ่มต้น และประโยค B คือประโยคที่จะเกิดขึ้นตามคลังข้อมูล หรือเป็นเพียงประโยคที่สุ่มขึ้นมา ตัวอย่างเช่น

Google BERT_การอัปเดต Google_เครื่องมือ SEO Google_ทำ seo google_รับทำ SEO_ทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google

BERT ได้เพิ่มปัญญาประดิษฐ์ให้กับสถาปัตยกรรมของ Google เพื่อให้สามารถระบุความสัมพันธ์ระหว่างประโยคได้ ซึ่งตอนนี้กำลังฝึกฝนให้คิดได้แบบมนุษย์ และทำความเข้าใจทั้งความหมาย และความสัมพันธ์ระหว่างคำในประโยค หรือการรวมกันของประโยค

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Google BERT

“เมื่อไหร่ BERT จะใช้ได้อย่างทั่วถึง?”

BERT เปิดตัวในวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ซึ่งสามารถใช้ได้กับการค้นหาเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น และยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการสำหรับภาษาอื่นๆ เช่น เกาหลี ฮินดี และโปรตุเกส

“Google BERT มีผลต่อเว็บไซต์ของฉันอย่างไร?”

Google ได้ใช้ BERT ในการจัดอันดับ และแสดงรายละเอียดต่างๆ มันมีผลต่อการค้นหาจากภาษาอังกฤษถึงหนึ่งในสิบของการค้นหาในพื้นที่สหรัฐอเมริกา 

ดังนั้น หากเว็บไซต์ของคุณเป็นภาษาอังกฤษ และมีเป้าหมายสำหรับข้อความค้นหาที่เป็นภาษาอังกฤษ BERT นั้นจะส่งผลกับเว็บไซต์ของคุณอย่างแน่นอน

BERT มีผลกับข้อความค้นหาที่เป็นบทสนทนา และข้อความค้นหาที่มีบริบทที่ยากต่อการทำความเข้าใจ หากคุณได้ยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณเพิ่มจากข้อความค้นหาที่มีความยาว คุณต้องจับตาดูให้ดี เพราะโอกาสที่จะได้ยอดผู้เข้าชมจากข้อความค้นหาที่มีความยาวนั้นมาจาก Algorithm ของ BERT 

สมมติว่า เว็บไซต์ทั้งหมดนั้นมีอัตราผู้เข้าชมที่แน่นอนมาจากข้อความค้นหาที่มีความยาว ยอดผู้เข้าชมเหล่านั้นอาจมีผลมาจากการอัปเดตของ BERT อย่างไรก็ตาม BERT จะไม่ส่งผลต่ออันดับของคุณสำหรับข้อความค้นหาที่สั้นกว่า และ Keywords อื่นๆ

ข้อควรทราบ: การเปลี่ยนแปลงของยอดผู้เข้าชมนั้นเกิดขึ้นมาได้จากหลายปัจจัย และ BERT เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น ควรมีการตรวจสอบ Centent ของคุณเพื่อหาสาเหตุของการลดลงของยอดผู้เข้าชม อย่าคิดเพียงว่าทุกการเปลี่ยนแปลงของยอดผู้เข้าชมนั้นเกิดจาก BERT 

จับตาดูที่ Google Analytics และแยกย่อยอัตราผู้เข้าชมผ่านเว็บไซต์ หากยอดผู้เข้าชมในบางเว็บเพจลดลงหลังจากสัปดาห์ที่สามของเดือนตุลาคม นั่นแสดงว่าเว็บเพจนั้นอาจได้รับผลกระทบจาก BERT 

ทั้งหมดที่คุณต้องทำคือ ทำให้แน่ใจว่าเว็บเพจของคุณตรงกับจุดประสงค์ของการจัดอันดับใน Keywords ที่คุณต้องการ หากคุณจัดการอย่างถูกต้อง ยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณจะไม่ได้รับผลกระทบจาก BERT 

“BERT เป็นส่วนเสริมของ RankBrain ใช่หรือไม่?”

BERT และ RankBrain นั้นแตกต่างกัน Google จะใช้ Algorithm ผสมผสานกันเพื่อทำความเข้าใจบริบทของข้อความค้นหา สำหรับบางข้อความค้นหาอาจใช้  RankBrain ในการทำความเข้าใจ ในขณะที่ข้อความค้นหาอื่นๆ อาจใช้ BERT แต่ก็มีบางกรณีที่ทั้ง BERT และ RankBrain จะถูกนำมาใช้ร่วมกันเพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งาน

“BERT เป็นแบบจำลองภาษาหรือไม่?”

BERT คือวิธีการคาดเดาคำถัดไปที่จะมาถึง ในการทำงานของ BERT จะใช้คลังข้อความขนาดใหญ่ในการค้นหาคำตอบสำหรับคำถามของผู้ใช้งาน

“BERT ทำงานอย่างไร?”

BERT นั้นคือการทำความเข้าใจเจตนาที่อยู่เบื้องหลังการค้นหา ด้วยการใช้ BERT ทำให้ Google สามารถเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคำแต่ละคำในข้อความค้นหา และนำเสนอผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงที่สุดออกมาให้กับผู้ใช้งาน นวัตกรรมหลักของ BERT นั้นอยู่ที่การใช้ Transformer ซึ่งเป็นแบบจำลองยอดนิยมในเชิงภาษา

ก่อนอัพเดต BERT Google พิจารณาลำดับของคำในข้อความค้นหาจากซ้ายไปขวา หรือขวาไปซ้าย?

หลังจากใช้ BERT แล้ว Google ได้ฝึกฝนระบบเพื่อให้พิจารณาข้อความค้นหาแบบสองทิศทาง ซึ่งหมายความว่า Google สามารถพิจารณาได้จากทั้งซ้ายไปขวา และขวาไปซ้าย ในการประมวลผลเพียงครั้งเดียว 

และนี่คือตัวอย่างการประมวลผลข้อความค้นหาแบบสองทิศทาง

Google BERT_การอัปเดต Google_เครื่องมือ SEO Google_ทำ seo google_รับทำ SEO_ทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google

จากตัวอย่างข้างต้น บริบทของคำว่า “bank” นั้นแตกต่างกันทั้งสองประโยค 

ประโยคแรกนั้นหมายถึง ริมฝั่งแม่น้ำ (River bank) ในขณะที่ประโยคที่สองหมายถึง สถาบันทางการเงิน (Bank) เพื่อให้เข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่า “bank” ในแต่ละประโยค Google ต้องพิจารณาบริบทของคำที่อยู่ก่อนหน้าคำว่า “bank” ในประโยคแรก และพิจารณาบริบทของคำที่อยู่ข้างหลังคำว่า “bank” ในประโยคที่สอง 

นี่คือขั้นตอนของการประมวลผลข้อความค้นหาแบบสองทิศทาง ซึ่ง Google สามารถประมวลผลข้อความค้นหาได้ทั้งสองวิธี ขึ้นอยู่กับบริบทของข้อความนั้น

“BERT ถูกนำไปใช้กับข้อความค้นหาในภาษาอื่นๆ นอกจากภาษาอังกฤษด้วยหรือไม่?”

BERT สามารถใช้งานกับภาษาอื่นๆ เช่น ฮินดี เกาหลี โปรตุเกส และภาษาอื่นๆ ได้ 

เพราะ Google พัฒนา BERT มาสำหรับ 12 ประเทศที่แตกต่างกัน ในตอนนี้เปิดตัวสมบูรณ์เพียงแค่สำหรับข้อความค้นหาในภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า BERT จะยังคงพัฒนาเพื่อข้อความค้นหาในภาษาอื่นๆ ต่อไป

“BERT ประมวลผล “Stop Words” หรือไม่?”

“Stop Words” คือคำสั้นๆ ที่จะถูกเพิกเฉยจากเครื่องมือค้นหา เพราะคำพวกนั้นไม่ได้มีความหมายในการค้นหา ตัวอย่างเช่น คำว่า the, on, at, which, that และอื่นๆ 

ก่อนหน้านี้ Google จะลบ “Stop Words” ทั้งหมดออกจากข้อความค้นหาก่อนการประมวลผล แต่ตอนนี้จะพิจารณา “Stop Words” ทั้งหมดอย่างรอบคอบ เพื่อให้เข้าใจถึงบริบทของข้อความค้นหา

แต่จากการอัปเดต เช่น RankBrain และ BERT ได้ทำให้ Google ก้าวไปอีกขั้นในการทำความเข้าใจมนุษย์ ด้วยภาษาที่มนุษย์รู้สึกสบายใจที่สุด คำขวัญของ Google ที่ต้องการเป็นเครื่องมือตอบคำถามที่แม่นยำที่สุด ตอนนี้ได้เข้ามาใกล้ความเป็นจริงกว่าทุกครั้ง จากการเปิดตัว BERT 

“ฉันจะเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับ BERT ได้อย่างไร?”

สิ่งเดียวที่คุณทำได้คือ ทำให้ Content บนเว็บเพจของคุณตรงกับเจตนาของผู้ค้นหา ไม่มีอะไรที่คุณจะทำได้เป็นพิเศษมากกว่านี้อีกแล้ว

Google จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ Content ที่ยอดเยี่ยม และ BERT เป็นเพียงส่วนเสริมของสิ่งนั้น 

เตรียม Content ที่ยอดเยี่ยมให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ แล้วเว็บไซต์ของคุณจะประสบความสำเร็จจากการค้นหา

นี่คือวิธีการเตรียม Content ที่ยอดเยี่ยม

เขียนด้วยข้อความที่อ่านง่าย 

คุณสามารถวัดคะแนนความสามารถในการอ่าน Content ของคุณด้วยการใช้เครื่องมือ เช่น Readable เครื่องมือนี้จะคำนวณคะแนนความสามารถในการอ่านออกมา โดยคุณต้องตั้งเป้าหมายไว้ที่ 8 คะแนน

Google BERT_การอัปเดต Google_เครื่องมือ SEO Google_ทำ seo google_รับทำ SEO_ทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google

วิธีการต่างๆ ในการเตรียม Content 
– สร้าง Content ต้นฉบับที่ไม่มีข้อผิดพลาด
– จัดระเบียบหัวข้อของคุณให้ชัดเจน
– สร้างหัวเรื่อง หัวเรื่องย่อย และแบ่งออกเป็นย่อหน้าอย่างเหมาะสม
– ทำให้ Content นั้นสามารถเข้าถึงได้ และสามารถใช้งานได้
– หลีกเลี่ยงเนื้อหา Content ที่ไม่สามารถใช้งานได้ เพราะนั่นจะทำให้คุณภาพเว็บเพจของคุณตกต่ำลง
– กำจัด Content ที่ซ้ำกัน และปรับปรุงให้ Content ของคุณทันสมัยอยู่เสมอ
– หลีกเลี่ยงการปิดบังทุกรูปแบบ
– แสดงข้อมูลผู้เขียนให้ชัดเจนบนเว็บไซต์ของคุณ เนื่องจากความเชี่ยวชาญคือวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสร้างคะแนนความน่าเชื่อถือ
– ใช้ลิงก์อย่างชาญฉลาด และปรับแต่งรูปภาพของคุณ
– ทำให้เว็บไซต์ของคุณเหมาะสมกับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ
– วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้งานเว็บไซต์ของคุณ และปรับปรุง Content ของคุณอย่างสม่ำเสมอ

“BERT แตกต่างจากแบบจำลองรุ่นก่อนหน้านี้อย่างไร?”

BERT เป็นการคาดเดาล่วงหน้าที่ใช้กับชุดข้อมูลจำนวนมาก เพื่อการปรับแต่งข้อความค้นหา 

รูปด้านล่างแสดงถึงแบบจำลอง BERT กับสถาปัตยกรรมในรุ่นก่อนหน้านี้

Google BERT_การอัปเดต Google_เครื่องมือ SEO Google_ทำ seo google_รับทำ SEO_ทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google

ลูกศรจะแสดงการไหลของข้อมูลจากขั้นหนึ่งไปยังอีกขั้นหนึ่ง กล่องสีเขียวด้านบนแสดงผลลัพธ์สุดท้ายจากทุกคำค้นหา ดังที่คุณเห็นว่า BERT จะเป็นการประมวลผลแบบสองทิศทางที่มีความลึกซึ้ง ในขณะที่ OpenAI GPT เป็นการประมวลผลแบบทิศทางเดียว และ ELMo นั้นเป็นการประมวลผลสองทิศทางอย่างง่าย

“BERT มีความแม่นยำ 100% หรือไม่?”

แม้แต่ BERT ก็ไม่ได้มีความแม่นยำ 100% 

ตัวอย่างเช่น หากคุณค้นหา “what state is south of Nebraska” (รัฐใดอยู่ทางใต้ของ Nebraska) ซึ่ง BERT จะคาดเดาว่าเป็น “South Nebraska” ซึ่งไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง

Google ยังคงมีการเรียนรู้อยู่เสมอ และ Rankbrain กับ BERT ก็เป็นตัวอย่างของ Algorithm ที่ทำให้ Google สามารถคิดได้เหมือนมนุษย์ เราสามารถคาดหวังได้ว่าจะมี Algorithm รุ่นใหม่ๆ ที่ถูกพัฒนาแล้วเกิดขึ้นมาในเร็วๆ นี้

สรุป
Google BERT คือหนึ่งในการอัปเดตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Google ที่เปิดตัวในช่วงระยะเวลาไม่นานที่ผ่านมา และมอบอำนาจในการค้นหาด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติ แทนที่จะใช้ Keywords ที่แปลกประหลาดในการค้นหา Google นั้นกำลังพยายามกำจัด “Keywordese” (การนิยมใช้ Keywords)  และทำให้การค้นหามีความเป็นมนุษย์มากขึ้น

ในฐานะที่เป็นนักการตลาด SEO หรือนักการตลาด Content ไม่มีอะไรที่คุณจะทำได้เป็นพิเศษในการเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับ BERT หากคุณทำตามคำแนะนำเกี่ยวกับ Content จาก Google และเขียน Content ของคุณเพื่อผู้ใช้งานแล้ว BERT ก็จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง เพราะวัตถุประสงค์ของ BERT นั้นคือการมอบผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งาน หลังจากที่เข้าใจเจตนาของพวกเขาอย่างถูกต้อง

อ้างอิงจาก https://www.singlegrain.com/google/what-is-the-google-bert-search-algorithm-update/