สละเวลาเพียงไม่กี่นาที เพื่อความสำเร็จในการทำ SEO

หากคุณเข้าใจในความสำคัญของการทำ SEO รวมถึงตระหนักได้ว่าหัวใจของการทำ SEO คือการรักษาอันดับเว็บเพจของคุณให้อยู่ในอันดับต้นๆ ของหน้าผลลัพธ์การค้นหาอยู่เสมอ

 แต่ในเวลาเดียวกันคุณก็อาจไม่มีเวลาพอที่จะทำได้ทั้งหมด และเพื่อให้คุณได้ทำทุกอย่างได้ในแบบที่คุณต้องการ เราจึงมีคำแนะนำเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการจัดการเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดของคุณ เพื่อคุณจะได้มีเวลาในการใส่ใจกับการทำ SEO ให้ได้ผลอย่างต่อเนื่องไว้ที่นี่แล้ว

เพียงแค่สละเวลาไม่กี่นาทีต่อเดือนหรือต่อสัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ของการทำ SEO ที่คุณจะต้องพอใจ เพราะเราเข้าใจดีว่า ถึงคุณจะมีความชำนาญในการทำ SEO อยู่แล้ว

แต่เนื่องจากคุณต้องทำงานกับคนหลายกลุ่มเช่น นักเขียน, ลูกค้า, ผู้พัฒนาเว็บไซต์ หรือผู้คนอีกมากมาย ทำให้เวลาที่มีค่อนข้างจำกัด ดังนั้นสิ่งที่เราอยากจะบอกคือ “หากคุณเป็นคนที่ยุ่งทั้งวัน ให้ลองทำตามคำแนะนำของเราดู!”

สมมุติว่าคุณกำลังมองปฏิทินของเดือนกุมภาพันธ์ที่มีเพียง 28 วัน หรือ 4 สัปดาห์เต็ม และให้ลองจินตนาการว่าในต้นสัปดาห์แรกของเดือนคุณจะต้องสละเวลาในการทำ SEO เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ต่อจากนั้นใช้เวลา 10 นาทีในวันเดียวกันของแต่ละสัปดาห์ถัดไปเพื่อใช้ในการวางแผน และใช้เวลาอีก 3 นาทีเพื่อตรวจสอบเนื้อหาทุกครั้ง เมื่อคุณมีการอัพเดทใหม่

เรารู้ว่านี่อาจจะฟังดูน่าเหลือเชื่อ แต่เรารับรองว่าหากคุณทำตามคำแนะนำของเรา เว็บไซต์ของคุณจะได้เลื่อนอันดับบนหน้าการค้นหาได้อย่างต่อเนื่อง 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่ได้มีการแข่งขันที่สูงเกินไป หรือได้มีคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมแล้ว จงมั่นใจได้ว่าคำแนะนำง่ายๆ จากเราจะทำให้คุณมองเห็นความแตกต่างได้จริง

หรือหากคุณเคยพยายามที่จะเพิ่มเนื้อหาจำนวนมากในช่วงหลายเดือนหรือหลายปีที่ผ่านมาเพื่อรักษาอันดับในหน้าการผลค้นหาไว้ เพียงแค่คุณลองทำตามคำแนะนำของเรารับรองว่าการทำ SEO ของคุณจะก้าวไปอีกระดับแน่นอน

เริ่มด้วย 1 ชั่วโมงในสัปดาห์แรก

เราอยากให้คุณลองจินตนาการถึงวันใดวันหนึ่งในสัปดาห์แรกของเดือน ที่คุณจะต้องแบ่งเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อจะได้จัดการกับอะไรบางอย่าง แต่นั่นขึ้นอยู่กับว่าคุณมีความชำนาญในการทำ SEO ด้วยหรือไม่ 

เพราะหากคุณทำเว็บไซต์ด้วยโปรแกรม WordPress และมีเนื้อหาที่สามารถเข้าถึงได้เป็นอย่างดีแล้ว คุณอาจจะเลือกสมัครใช้งาน Google Search Console ที่จะช่วยคุณในการตรวจสอบและดูแลเว็บไซต์ให้ติดอันดับหน้าผลการค้นหาของ Google อยู่เสมอ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เครื่องมือนี้จะช่วยลดข้อผิดพลาดหรือปัญหาต่างๆ ทางด้านเทคนิคบนหน้าเว็บไซต์ และจะทำให้คุณได้มีเวลาโฟกัสกับการหาคีย์เวิร์ดและเนื้อหามากขึ้น

การสร้างไฟล์ Excel เพื่อช่วยรวบรวมคีย์เวิร์ดที่เป็นประโยชน์

ในการสร้างเอกสาร Excel ที่คุณจะต้องทำ จะมีส่วนประกอบหลักเพียงแค่ 3 อย่างได้แก่

  1. คีย์เวิร์ดที่คุณเห็นว่ามีประโยชน์ที่สุด และเป็นประโยชน์กับธุรกิจของคุณมากที่สุด รวมถึงคีย์เวิร์ดที่คุณเห็นว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะใช้ในการค้นหา หรือคีย์เวิร์ดที่คุณได้มาจากกระบวนการในการค้นหาและอาจจะได้มาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ จากเครื่องมือค้นหาคีย์เวิร์ดของ Google (Google’s AdWords tool)
    หรือคุณอาจจะเลือกใช้โปรแกรมที่อาจจะมีค่าใช้จ่ายบ้างอย่าง Keyword Explorer ของ Moz เป็นต้น
  2. อันดับปัจจุบัน และหน้าแรกของผลการค้นหา ซึ่งคุณจะต้องจดอันดับปัจจุบัน และหน้าแรกของผลการค้นหาไว้ ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่างบทความที่เด่นๆ, วีดีโอ, แผนที่ หรือข่าวก็ตาม
  3. URL ที่ต้องการ โดยคุณจะต้องเป็นคนกำหนด URL และหากคุณยังไม่ได้ทำการเลือก หรือยังไม่ได้มีการเรียบเรียงเนื้อหาที่จะใช้เชื่อมโยงกับคีย์เวิร์ดไว้แล้ว เราขอแนะนำว่า นั่นคือสิ่งที่จำเป็นที่สุดที่จะต้อง “สร้างขึ้น” ก่อนที่จะเริ่มการกำหนดเป้าหมายและการทำ SEO

และคุณจะต้องทำการอัพเดทรายละเอียดเหล่านี้ทุกสัปดาห์แรกของเดือนด้วยตัวคุณเอง เพราะนั่นจะทำให้คุณเห็นว่าตอนนี้คุณกำลังอยู่ในจุดใด ซึ่งอาจจะดูค่อนข้างแย่ในตอนที่เริ่ม แต่รับรองว่ามันจะต้องดีขึ้น หรือคุณอาจเลือกใช้เครื่องมือเช่น Moz Pro, Ahrefs, SEMRush, หรือ Searchmetrics แทน

รวมถึงยังมีเครื่องมืออีกหลายประเภทที่จะช่วยในการติดตามการจัดอันดับของเว็บไซต์คุณ รวมถึงแสดงผลการจัดอันดับและสามารถช่วยตรวจสอบอันดับของคุณได้ด้วย

ทั้งหมดที่กล่าวมานับเป็นส่วนประกอบหลักๆ ที่คุณจะต้องทำ แต่หากคุณพอจะมีเวลาเหลือ และพอจะมีความรู้ทางด้านเทคนิคอยู่บ้าง เราขอแนะนำให้คุณลองตรวจสอบให้มั่นใจว่าการทำ SEO รวมถึงการจัดการ การเข้าถึงข้อมูลของคุณในทางเทคนิคได้ถูกจัดการไว้เป็นอย่างดีแล้ว ก่อนที่คุณจะต้องเปลี่ยนไปสนใจในส่วนของเนื้อหา และคีย์เวิร์ดส่วนอื่นต่อไป

ในขั้นตอนแรกที่คุณได้ทำแล้วนั้นเป็นเพียงการวิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูลพื้นฐานแบบง่ายๆ ดังนั้นคุณอาจจะเลือกใช้เครื่องมือที่ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายอย่าง Google Search Console แทนเพื่อที่จะช่วยให้คุณได้สามารถตรวจสอบข้อผิดพลาดได้อย่างแม่นยำ อย่างเช่น ความผิดพลาดของเว็บเพจ (404s) หรือ ความผิดพลาดของระบบ (500s) รวมถึงการที่ Google คิดว่าเรามีเนื้อหาที่ซ้ำกัน หรือความผิดพลาดทั่วๆ ไปที่อาจเกิดขึ้นได้ประมาณนี้

หากคุณสามารถจ่ายเงินเพิ่มอีกเล็กน้อย เพื่อแลกกับเครื่องมือที่มีคุณสมบัติเพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีความสามารถในการตรวจสอบคัดกรองและการแยกประเภท ที่มีความละเอียดมากขึ้นอย่าง Moz Pro, Screaming Frog หรือแม้แต่ OnPage.org ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้นับได้ว่าเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมจากคนส่วนใหญ่และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การรวบรวมข้อมูล และตรวจสอบการทำ SEO

ในขั้นตอนที่ 2 นี้ เป็นส่วนที่คุณไม่จำเป็นต้องกังวลถึงมากนัก เพราะคุณไม่จำเป็นต้องทำการแก้ไขทุกเดือนแต่สิ่งที่เรากำลังจะบอกนี้ เป็นเพียงสิ่งที่เราอยากให้คุณได้นึกถึงหากยังพอมีเวลาเหลือ นั่นคือข้อผิดพลาดที่ต้องรีบทำการแก้ไข

ตัวอย่างเช่น ปัญหา 404s และ 500s  ปัญหาเนื้อหาซ้ำ (อาจจะใน URL เดียวกัน หรือคนละ URL ก็ได้) ที่คุณอาจจะต้องใช้ rel=canonical เพื่อป้องกันข้อมูลซ้ำ หรือ 301 redirect เพื่อเปลี่ยนเส้นทาง URL อย่างถาวรไปเลย์

ปัญหาลิงค์ที่เสีย ซึ่งคุณสามารถเข้าไปยังลิงค์และทำการแก้ไขได้ไม่ยาก และปัญหาชื่อเรื่องหายไปหรือมีชื่อเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก ซึ่งการมีองค์ประกอบชื่อเรื่องที่มีความยาวเกินไป หรือมีการสะกดผิด หรือแม้แต่การไม่มีชื่อเรื่องและมีชื่อเรื่องที่ไม่ดี ถือเป็นเรื่องที่แย่มาก รวมถึงปัญหาการมีเนื้อหาที่ไม่เป็นประโยชน์ และเข้าถึงได้ยากด้วย

ที่กล่าวมาด้านบนถือเป็นปัญหาที่ค่อนข้างเลวร้าย แต่ยังมีปัญหาอื่นๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้อีกหลายอย่างที่คุณสามารถจัดการได้เพิ่มเติมหากคุณมีเวลาเพียงพอ แต่ด้วยเวลาที่จำกัดนี้ เราขอแนะนำให้คุณตรวจสอบปัญหาหลักๆ ตามที่กล่าวมาแล้วด้านบนก่อน หลังจากนั้นก็ไปที่ขั้นตอนต่อไปกันเลย

ใช้เวลา 3 นาทีหลังจากที่คุณมีการอัพเดทเนื้อหา

ขั้นตอนสุดท้าย แต่จะยังไม่ท้ายสุด เพราะทุกครั้งที่คุณมีการอัพเดทเนื้อหา คุณจะต้องมีเวลาประมาณ 3 นาทีเพื่อตรวจสอบว่าเนื้อหาของคุณมีคุณภาพเพียงพอแล้วหรือยัง

คุณจำเป็นต้องตรวจสอบให้ดีว่าในเนื้อหาบทความของคุณมีคีย์เวิร์ด ที่ต้องการแทรกไว้หรือไม่ หากไม่มีคุณจำเป็นต้องทำการแทรกคีย์เวิร์ดเข้าไปในบทความของคุณด้วย และหากคุณมีเนื้อหาบทความที่ไม่ยาวนัก คุณต้องแน่ใจว่าคีย์เวิร์ดของคุณถูกใช้เป็นคำหลักในเนื้อหา รวมถึงตรวจสอบให้มีการเพิ่มคีย์เวิร์ดใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องแทรกไว้ สัก 2-3 คำด้วย 

เช่น สมมุติว่าคุณกำลังกล่าวถึงไข่ฟาแบร์เช (Faberge eggs) คุณอาจจะเลือกคีย์เวิร์ดหลักเป็นคำว่า “ไข่ฟาแบร์เช” แต่คุณสามารถเลือกคีย์เวิร์ดเพิ่มเติม ว่า “พิพิธภัณฑ์ไข่ฟาแบร์เช” หรือ “ไข่ฟาแบร์เชจำลอง” หรือคำอื่นที่คุณคิดว่าผู้ค้นหาอาจจะใช้ในการค้นหาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกัน

ตรวจสอบว่าคีย์เวิร์ดที่คุณใช้ในชื่อเรื่อง เป็นคีย์เวิร์ดหลักหรือไม่? คุณมีแท็กชื่อเรื่องที่น่าสนใจหรือไม่? และเนื้อหาของคุณตอบคำถามผู้ใช้งานได้จริงหรือไม่? 

อ้างอิงจาก : https://moz.com/blog/minimum-viable-seo-whiteboard-friday