กลยุทธ์พัฒนา SEO ที่คุณไม่รู้ไม่ได้แล้ว

การแข่งขันในโลกออนไลน์ทุกวันนี้ดุเดือดและไม่มีใครยอมใคร ต่างฝ่ายต่างงัดกลยุทธ์ในการพัฒนา SEO มาใช้อย่างเร่งด่วนเพื่อจะได้เป็นที่หนึ่ง ส่วนใครที่ช้าก็เป็นต้องพ่ายแพ้ไป ดังนั้น SEO หรือ “Search Engine Optimization” จึงสำคัญมากสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์ เพราะจะทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับผลการค้นหา และปรากฏอยู่ในหน้าแรกของ Google ทำให้โอกาสที่คนจะเข้าชมเว็บไซต์ของคุณมีเพิ่มขึ้นนั่นเอง

บทความนี้ Blacksheep จะพาคุณไปพบกับกลยุทธ์ในการพัฒนา SEO จากสมาชิก 15 คนของ Young Enterpreneur Council ได้ร่วมแบ่งปันวิธีการพัฒนาไว้ในบทความของ Forbes ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจเกี่ยวกับหลักการทำ SEO และสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจของคุณได้มากขึ้น

“จะเป็นกลยุทธ์พัฒนา SEO ใดบ้างตาม Blacksheep มาเลย…”

1. ผลิต Content ทางการตลาดที่หลากหลาย

Google ใช้ปัจจัยหลายอย่างในการจัดอันดับเว็บไซต์ จึงไม่มีใครเป็นที่หนึ่งในผลการค้นหาตลอดไปได้ ดังนั้น คุณจึงควรเน้นผลิต Content (บทความ) ที่คิดขึ้นมาเอง และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ค้นหา อีกวิธีหนึ่งที่จะเพิ่มความสนใจได้ คือการสร้างโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นบล็อก วิดีโอโปรโมท หรือโพสต์อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเทรนด์ในช่วงเวลานั้น และควรเลือกใช้คีย์เวิร์ดและคำที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เป็นกระแส – Shawn Porat, Judgement Marketplace

2. พัฒนาเนื้อหา Content ให้น่าเชื่อถือ

ผลิตเนื้อหา Content ที่เกี่ยวข้องกับการตลาดของคุณดีกว่า สร้างเนื้อหาไปตามคีย์เวิร์ด เพราะนี่จะเป็นสิ่งที่สร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาว และกลายมาเป็นเนื้อหาที่มีความลึกซึ้งและแม่นยำจนสามารถแข่งขันกับการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบอื่นๆ ได้ ส่วนปัจจัยอื่นที่คุณควรมีในการสร้างเนื้อหา Content ก็คือ การมี On-page ที่เหมาะสม เทคนิคที่มีประสิทธิภาพ และการโปรโมทสื่อโซเชียลมีเดีย – Justin Blanchard, ServerMania Inc

3. สร้างเนื้อหา Content ให้ตรงกัน

การผลิตเนื้อหา Content ที่มีคุณภาพสอดคล้องกับเว็บไซต์ของคุณ จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้แก่ผู้ค้นหา นึกถึงสิ่งที่ผู้คนต้องการค้นหาและสร้างมันออกมาเป็นคีย์เวิร์ด เทคนิคนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณหลายทางด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม Traffic ใหักับเว็บไซต์ รวมไปถึงเพิ่มมูลค่าให้กับผู้อ่านของคุณอีกด้วย – Chad Keller, Growth Stackers

4. ลงทุนเพื่อเครื่องมือ SEO

แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ธุรกิจออนไลน์จะเติบโตได้โดยไม่พึ่งซอฟต์แวร์ หลังจากลงทุนกับเครื่องมือในการทำ SEO แล้ว บริษัทของฉันทำงานได้ง่ายขึ้นและลดเวลาในการวิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของคีย์เวิร์ด เครื่องมือที่พวกเราใช้ก็คือ Moz Hubspot และ Yoast – Lindsay Mullen, Prosper Strategies

5. ศึกษาคู่แข่ง

การจัดอันดับผลการค้นหาของเว็บไซต์ต่างๆ นั้นมีปัจจัยหลักอยู่ 3 อย่างด้วยกัน อย่างแรก คือการพัฒนาของเว็บไซต์ อย่างที่สอง คือการศึกษาคู่แข่งเพื่อเปรียบเทียบเว็บไซต์ของตัวเองและคู่แข่งว่าเป็นอย่างไร และอย่างสุดท้าย ขึ้นอยู่กับความสนใจของผู้ค้นหา หากคุณเพิ่มความน่าสนใจให้กับเว็บไซต์ของตัวเองจนแตกต่างจากคู่แข่งได้ อันดับดีๆ บน Google ก็คงไม่หนีไปไหน – Logan Lenz, PartsMarket

6. สร้างกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์แบบ Backlinks

Backlinks คือ ลิงก์ที่เชื่อมกับเว็บไซต์อื่นๆ ให้โยงกลับมาที่เว็บไซต์ของคุณได้ วิธีการสร้าง Backlinks ที่ดีทำได้โดยการโพสต์ลงไปในบล็อกที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของคุณ หรือลงทะเบียนฟรีในเว็บประชาสัมพันธ์ เช่น Help A Reporter Out ที่จะส่งอีเมลประชาสัมพันธ์ให้คุณเป็นประจำ – Chris Christoff, MonsterInsights

7. สร้างเนื้อหาแบบยาวหรือ Long-Form Content

เนื้อหาที่มีความยาวเฉลี่ย 1,800 คำบนหน้าแรกของ Google ถือว่าเป็นการทำ SEO ที่ดี เป็นวิธีการพัฒนากลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็วคือการใช้เนื้อหาแบบยาวที่ครอบคลุมทั้งคำถามที่พบบ่อย คีย์เวิร์ด หรือคำที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย แต่คุณต้องแน่ใจเสียก่อนว่าได้ศึกษาคีย์เวิร์ดที่จะเผยแพร่อย่างถี่ถ้วนแล้ว – Matthew Capala, Alphametic

8. เพิ่มประสิทธิภาพบนหน้าเว็บไซต์ของคุณ

หนึ่งในเทคนิคที่จะพัฒนากลยุทธ์ในการทำ SEO ของคุณคือการวิจัยคีย์เวิร์ด ทั้งจากเว็บไซต์ของคุณเองและจากคู่แข่ง คุณต้องสร้างเนื้อหาที่กระตุ้นความสนใจและมีคุณภาพ รวมทั้งสร้างแท็กค้นหาที่เกี่ยวข้องกันด้วย ยิ่งเว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพมากเท่าไร โอกาสในการอยู่บนอันดับดีๆ ก็มีมากขึ้นเท่านั้น – Diego Orjuela,Cables & Sensors

9. เพิ่มคีย์เวิร์ดให้ยาวขึ้น (Long-Tail Keywords)

การเพิ่มคีย์เวิร์ดให้ยาวขึ้นจะทำให้ Google รู้ว่าเว็บไซต์ของคุณมีความเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดอย่างไร และเปิดโอกาสให้ผู้อ่านค้นพบเว็บไซต์ของคุณได้บ่อยขึ้น อีกเทคนิคหนึ่ง คือการใช้คำที่ความหมายใกล้เคียงกับคีย์เวิร์ดหลัก หรือที่เรียกว่า LSI ซึ่งสามารถค้นหา LSI ได้จากด้านล่างของเว็บเมื่อค้นหาด้วย Google คุณสามารถใช้คำเหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของคุณได้ – Brandon Strapper, Nonstop Signs

10. รวมเนื้อหาและการตลาดที่มีอิทธิพลเข้าด้วยกัน

แม้ว่าคุณภาพของ Backlinks จะช่วยเพิ่มอันดับของเว็บไซต์ได้ แต่ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่รองรับการส่งข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ต ในกรณี การใช้คนที่มีชื่อเสียงหรือมีอิทธิพลเพื่อช่วยสร้างเนื้อหาให้กับคุณจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เครื่องมือ Tapinfluence และ Upfluence เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณค้นหาบุคคลเหล่านั้นและเชิญชวนพวกเขาให้สร้างเนื้อหาให้คุณได้ – Liam Martin, TimeDoctor.com

11. สร้างบทความที่มีคอลัมน์เฉพาะ

การจัดเนื้อหาเป็นหมวดหมู่หรือเป็นคอลัมน์มีความสำคัญมาก เพราะบางครั้ง Google ก็ไม่อาจเรียงลำดับความสำคัญของเนื้อหาของคุณได้ เมื่อมีเนื้อหามาก คุณก็ควรสร้างบทความไว้เป็นคอลัมน์เพื่อให้ Google แบ่งเรียงเนื้อหาไปยังส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกันของแต่ละโพสต์ – Jared Atchison, WPForms

12. เน้นเนื้อหาที่อ่านได้จริง

บางครั้งการยึดติดกับวิธีเดิมๆ ก็ไม่ใช่คำตอบเสมอไป คุณควรเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมและตรงกับเกณฑ์ของ Google แล้วเน้นการเขียนที่กระชับและเข้าใจง่าย อย่ายึดติดกับศัพท์ทางเทคนิคมากเกินไป เพราะผู้อ่านอาจจะไม่เข้าใจศัพท์เหล่านั้น ถ้าคุณทำให้ผู้อ่านเข้าใจบทความของคุณได้ง่ายๆ ผลสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล – Ryan Bradley, Koester & Bradley, LLP

13. เข้าใจตลาดของคุณเอง

หลายคนอาจเข้าใจว่า SEO คือมาตรฐานของเทคนิคต่างๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น การทำ SEO มีความแตกต่างกันตามตลาดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ ในปีที่ผ่านมา Google ไม่ได้ทำแค่โฆษณาหรือแสดงผลการค้นหาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาออกเป็นอีกหลายประเภทซึ่งแตกต่างกันทั้งหมด คุณจึงควรวางแผนและออกแบบ ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าของคุณ นี่แหละวิธีที่ดีที่สุด – Tim Chaves, ZipBooks Accounting Software

14.หัวข้อที่สมบูรณ์แบบและคำอธิบายเกี่ยวกับ Meta (Meta Description)

Meta Description คือ ส่วนอธิบายเนื้อหาของแต่ละเว็บไซต์ซึ่งจะอยู่ในส่วน Head ของ HTML วิธีที่จะเพิ่มจำนวนคำสำหรับแท็กค้นหาและ Meta  คือการเพิ่มคำขยายในหัวข้อของบทความ เลือกใช้คำที่น่าสนใจ เช่น “ปรากฏการณ์” หรือ “ไม่น่าเชื่อ” รวมทั้งใส่ปีที่มีการอัปเดตบทความลงไปด้วย นอกจากนี้ การเพิ่มตัวเลขลงในหัวข้อและ Meta Description ก็เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณปรากฏอยู่บนหน้าที่สองหรือสามของ Google – Bryce Welker, Crush The LSAT

15. เน้นประสบการณ์ของผู้ใช้งาน

ในปัจจุบันนี้ Googleให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ค้นหามากยิ่งขึ้น ความเร็วในการโหลดเนื้อหาแต่ละหน้า การออกแบบที่ดึงดูด การใช้งานได้ดีในโทรศัพท์ และเมนูที่ใช้งานง่ายคือสิ่งที่สำคัญมาก ด้วยเหตุผลนี้ คุณจึงไม่ควรละเลยความพึงพอใจของผู้ใช้งานเป็นอันขาด เพราะมันอาจส่งผลกระทบกับเว็บไซต์ของคุณ – Kalin Kassabov, Protexting

และนี่คือกลยุทธ์ในการพัฒนา SEO ที่คุณควรรู้เพื่อนำไปต่อยอดในธุรกิจของคุณ แต่อย่าลืมว่าแต่ละธุรกิจนั้นแตกต่างกัน ดังนั้น คุณควรปรับใช้แต่ละกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณให้มากที่สุด

อ้างอิงจาก https://www.forbes.com/sites/theyec/2018/06/11/best-ways-to-improve-your-seo-and-why-you-need-to-do-it/#5690322d5948