8 กลยุทธ์ในการปรับปรุง SEO แบบที่ไม่ต้องเขียนเนื้อหาใหม่

โดย Si Quan Ong นักเขียนและนักการตลาดที่โด่งดังของ Ahrefs เขาได้ออกมาแบ่งปันส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ที่เขาเคยใช้ และประสบความสำเร็จมาแล้ว ด้วยเทคนิคการปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ของคุณอีกนิดหน่อย เพื่อผลลัพธ์ในการทำ SEO ที่คุณจะได้รับกลับมาอย่างมหาศาล

หน้าเว็บไซต์ของคุณไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่คุณต้องการใช่หรือไม่? ลองมาดูวิธีแก้ไขกันเถอะ

การทำ SEO ก็เป็นเหมือนกับการเล่นเกมส์ระยะยาว ที่คุณต้องมีกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง มีการทำงานที่ตั้งใจ และเหนือสิ่งอื่นใดคือความอดทน

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า คุณจะไม่สามารถการพัฒนา SEO ของคุณในระยะสั้นๆ ได้ เนื่องจากมีเทคนิคมากมายหลายอย่าง ที่คุณสามารถดำเนินการได้ในทันที โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องสร้างเนื้อหาบทความใหม่

ในบทความนี้เราจะแบ่งเทคนิคออกต่างๆ ที่คุณสามาถทำได้ออกเป็น 8 ข้อ ดังนี้

1. ปรับปรุงเปอร์เซ็นต์การคลิกโฆษณา (CTR) ของหน้าเว็บที่ได้รับการจัดอันดับสูงสุด

การแท็กชื่อหัวข้อ ถือเป็นองค์ประกอบของ HTML ที่ใช้ในการระบุชื่อของหน้าเว็บไซต์ 

ตัวอย่างด้านล่างจะเป็นรูปแบบผลการค้นหา เมื่อคุณได้ทำการค้นหาโดย Google

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

“ทำไมสิ่งนี้จึงสำคัญ”

แท็กชื่อจะทำหน้าที่เป็นหัวเรื่องของบทความ และมีหน้าที่ในการดึงดูดผู้ค้นหาให้คลิกเพื่อเข้าไปยังหน้าเว็บไซต์ อัตราส่วนของผู้ที่เลือกคลิกลิงก์ของคุณ (หรือลิงก์ใดๆ ) นั่นเรียกว่าอัตราการคลิกผ่าน

ซึ่ง Gary Illyes จาก Google ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า CTR ไม่ใช่ปัจจัยในการจัดอันดับอันดับ แต่ผู้ที่ทำ SEO จำนวนมากยังคงเชื่อว่า CTR มีผลกับการจัดอันดับของคุณ

ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม วัตถุประสงค์ที่ถูกใช้ในการจัดอันดับ เพื่อให้อยู่ในอันดับแรก คือการดึงดูดให้มีผู้เข้าชมหน้าเว็บไซต์ของคุณ หากคุณสามารถเขียนแท็กชื่อที่สามารถชักชวนให้ผู้คนเลือกเข้าชมหน้าเว็บไซต์ของคุณได้มากกว่าของคนอื่นๆ คุณก็จะได้รับรางวัลนั้น

“เรามาดูวิธีการทำกัน”

คุณจะต้องป้อนโดเมนของคุณลงใน Site Explorer และเลือกไปที่รายงานคีย์เวิร์ดทั่วไป รายงานนี้จะแสดงคีย์เวิร์ดทั้งหมดที่เว็บไซต์ของคุณใช้ในการจัดอันดับไว้

ลองสังเกตุดูที่การจัดอันดับในตำแหน่งที่ 1- 5

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

ทำไมคีย์เวิร์ดเหล่านี้จึงได้รับการจัดอันดับที่ 1- 5

หรือกล่าวง่ายๆ คือ ไม่มีใครต้องการที่จะได้รัยการจัดอันดับให้อยู่ในหน้าที่หน้า 2 ของ Google แน่นอน ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแท็กชื่อของหน้าเว็บไซต์ที่ไม่มีใครคลิก

นอกจากนั้น นั่นจะทำให้อัตราของ ROI ของหน้าเว็บไซต์ของคุณจะดีขึ้นด้วย หากคุณทำการปรับปรุงชื่อหัวข้อบทความที่ไม่ได้รับการจัดอันดับ (เนื่องจากผู้คนจะเห็นและได้อ่านจริงๆ)

ลองใช้เคล็ดลับตามด้านล่างนี้ในการปรับปรุงแท็กชื่อของคุณ และทำให้ดึงดูดมากยิ่งขึ้น:

– เพิ่มคำที่ดึงดูดในชื่อของคุณ เติมความน่าสนในให้กับข้อ โดยทำให้ชื่อของคุณน่าสนใจยิ่งขึ้น แต่ต้องระวัง ไม่ให้ดูมากเกินไป เพราะนั่นจะทำใช้ไม่ได้ผล ดังนั้นจงเลือกชื่อหัวข้อที่เกี่ยวข้องมากที่สุด

– เพิ่มวงเล็บ เพราะวงเล็บช่วยแบ่งชื่อหัวข้อของคุณ และทำให้น่าอ่าน

– เพิ่มความอยากรู้ ซึ่งการเพิ่มความอยากรู้ถือเป็นเทคนิคการเขียนคำโฆษณาที่มีประสิทธิภาพ ที่สามารถดึงดูดผู้คน ให้สนองความอยากรู้อยากเห็นของพวกเขาโดยคลิกเข้าไป และอ่านเนื้อหาของคุณ (นี่คือคำแนะนำที่ดีเกี่ยวกับวิธีการทำเช่นนั้น) แต่ต้องไม่มากจนเกินไป จนเป็นการเพิ่มอัตรา clickbait หรือแย่กว่านั้นคือความไม่ตรงไปตรงมา!

– หลีกเลี่ยงการตัดแท็กชื่อ เพราะ Google จะเริ่มตัดแท็กชื่อในหน้าผลการค้นหา ดังนั้นแท็กชื่อของคุณควรมีความยาวประมาณ 50–60 ตัวอักษร และทำให้แท็กชื่อของคุณกะชับและดึงดูดใจ หรือคุณสามารถตรวจสอบแท็กชื่อหัวข้อของคุณด้วยเครื่องมือ เช่น SERPSim ได้

2. เพิ่มประสิทธิภาพความเร็วให้กับหน้าเว็บไซต์ที่มีหน้าที่สำคัญ

คุณเคยคลิกผ่านไปยังหน้าเว็บไซต์ที่ใช้เวลาโหลดนานหรือไม่? แล้วคุณทำอย่าไร? ถ้าเป็นเรา เราอาจคลิกปุ่มย้อนกลับ และลองเข้าปยังเว็บไซต์อื่นแทน

ในปี 2010 เมื่อ Google ได้เคยประกาศว่าความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์เป็นปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งในการจัดทำดัชนีเนื้อหาบทความ บนอุปกรณ์มือถือเป็นครั้งแรก นั่นทำให้ความเร็วของเว็บเพจกลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น

ใช่แล้ว หากคุณไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน จงจำไว้ว่าเว็บไซต์ที่มีอัตราการดาวน์โหลดช้า มักส่งผลเสียให้กับทั้งการทำธุรกิจ และ SEO

คุณสามารถใช้เครื่องมือช่วยเหลือในการตรวจสอบความเร็วอย่าง PageSpeed ​​Insights ของ Google ได้ฟรี!

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

แต่ความยุ่งยากสำหรับกาใช้เครื่องมืออย่าง PageSpeed ​​Insights คือ คุณจะสามารถตรวจสอบความเร็วได้ทีละหน้า หรือทีละรายการ

ความยุ่งยากนี้อาจจะฟังดูน่าเบื่อ! เราจึงขอแนะนำให้คุณจัดลำดับความสำคัญของหน้าเว็บไซต์ที่ได้รับปริมาณการค้นหามากที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วหน้าเว็บไซต์เหล่านี้จะให้ผลลัพธ์ที่สูงสุด จากความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพ (เช่นการเพิ่มอัตราการเข้าชม 5% ไปยังหน้าที่ได้รับการเยี่ยมชม 10K ต่อเดือนทำให้คุณมีการเข้าชมอีก 500 ครั้ง!)

คุณสามารถค้นหาหน้าเหล่านี้ผ่าน Google Analytics

หรือใช้เครื่องมือยอดนิยมอย่าง Site Explorer เพื่อดูว่าหน้าเว็บไซต์ใด บนเว็บไซต์ของคุณที่ได้รับปริมาณการค้นหามากที่สุด โดยเลือกไปที่

Site Explorer> ป้อนโดเมนของคุณ> หน้าแรก

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

คุณต้องการทำวิเคราะห์หน้าทั้งหมดพร้อมกันหรือไม่? ลองรวบรวมข้อมูลเว็บไซต์ของคุณด้วยการตรวจสอบจากเว็บไซต์ Ahrefs ที่จะสามารถบอกได้ว่าหน้าเว็บไซต์ใดโหลดได้ช้า

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

เคล็ดลับในการปรับปรุงความเร็วให้กับหน้าเว็บไซต์

– ลดขนาดภาพของคุณ หากคุณใช้ WordPress คุณสามารถทำการติดตั้งปลั๊กอินที่เรียกว่า ShortPixel ซึ่งจะช่วยบีบอัดรูปภาพที่คุณอัพโหลดโดยอัตโนมัติ โดยที่ไม่ลดคุณภาพของรูปภาพลง 

– เปิดใช้งานการแคชเบราว์เซอร์ ด้วยการใช้ปลั๊กอินอย่าง W3 Total Cache เพื่อจะช่วยให้คุณเปิดใช้งานการแคชได้อย่างง่ายดาย วิธีนี้จะช่วยให้ผู้ใช้ของคุณโหลดหน้าเว็บไซต์โดยไม่ต้องส่งคำขอ HTTP อื่นไปยังเซิร์ฟเวอร์ของคุณ (นั่นหมายถึง การโหลดเร็วขึ้น!)

3. รีเฟรชเนื้อหาบทความ ที่มีปริมาณการเข้าชมลดลง

ในระหว่างการตรวจสอบเนื้อหาบทความที่เราได้ทำการโพสต์ไว้ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว เราจะสามารถเห็นได้ว่ามีโพสต์เราอันหนึ่งที่เคยถูกจัดให้อยู่ใน100 อันดับแรกในหน้าผลการค้นหาของ Google มีอัตราการเข้าชมจำนวนลดลง

ในหน้าเว็บไซต์นี้มีการกำหนดคีย์เวิร์ดเป้าหมายที่ดี (จากการค้นหาคีย์เวิร์ดยอดนิยมของ Google) ที่มีอัตราการค้นหาถึง 3,600 ครั้งต่อเดือนในสหรัฐอเมริกา

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

ดังนั้นเราจึงได้ตัดสินใจที่จะลองอัปเดตเนื้อหา และด้านล่างนี่คือผลลัพธ์ของความพยายามของเรา

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

“นั่นช่วยได้มากทีเดียว! และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก”

เพราะเมื่อเร็วๆ นี้เราได้ลองทำการอัปเดตเนื้อหาบทความของเรา ที่เกี่ยวกับ Outsourcing writers จากนั้นเนื้อหาบทความนี้ก็ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในหน้าแรกของหน้าผลการค้นหา สำหรับการค้นหาคีย์เวิร์ดหลัก

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

นี่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หลักของเราที่ใช้กับ Ahrefs และเรายังได้ทำการอัปเดต หรือเขียนเนื้อหาที่ไม่ได้จัดอันดับหรือส่งปริมาณการค้นหา อย่างสม่ำเสมอด้วย

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

จากการอัปเดทเป็นประจำ หากเราทำการตรวจสอบด้วยเครื่องมือ Content Explorer คุณจะสามารถเห็นว่าเนื้อหาบทความของเราได้รับการเผยแพร่ซ้ำในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา (ทั้งหมดประมาณ 15% ของโพสต์ของเรา)

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

คุณก็สามารถทำแบบนี้ได้!

สามารถตรวจสอบอัตราการค้นหาหน้าเว็บไซต์ที่มีปริมาณการใช้งานลดลงได้จาก Google Analytics หรือลองป้อน URL ของแต่ละหน้าเว็บไซต์ของคุณลงใน Site Explorer ของ Ahrefs เพื่อเริ่มวิเคราะห์ (ควรจะเริ่มต้นด้วยหน้าเว็บที่สำคัญของคุณก่อน)

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

การอัปเดตเนื้อหาบทความไม่ได้หมายความว่า คุณจะต้องลงมือเขียนใหม่ทั้งชิ้น แต่ขึ้นอยู่กับคีย์เวิร์ดเป้าหมายและอัตราการแข่งขัน ส่วนใหญ่แล้วสิ่งที่คุณต้องทำคือ การรีเฟรชส่วนที่ล้าสมัยแล้ว

4. เติมเต็มเนื้อหาลงในบทความที่มีอยู่แล้ว

ผู้คนมักจะค้นหาสิ่งเดียวกันด้วยวิธีที่หลากหลาย ซึ่ง Google จะทำความเข้าใจ และทำการจัดอันดับรายการผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกัน จากการใช้คีย์เวิร์ดหลายคำ

และจากการศึกษาของเรา เว็บไซต์ที่ได้รับการจัดอันดับที่ 1 โดยเฉลี่ยมักจะมีคีย์เวิร์ดหลักที่ถูกจัดอับดับอยู่ประมาณ 1,000 คำอยู่ในเนื้อหาบทความ

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

และนี่คือจำนวนคีย์เวิร์ดที่ถูกใช้ในหนึ่งโพสต์ของเรา ที่ถูกจัดอันดับ

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

นั่นหมายความว่า คุณจะต้องมีการใช้คีย์เวิร์ดที่มีรายละเอียดครอบคลุมเนื้อหาในบทความด้วย  เช่น การรวมหัวข้อย่อยทั้งหมดไว้ในหัวข้อหลักด้วย และผลลัพธ์ก็คือ จะมีการเพิ่มอัตราการเข้าชมที่ไปยังหน้าเว็บไซต์เป้าหมายของคุณ

ยิ่งไปกว่านั้น หากมี ‘การจัดทำดัชนีวลี’ และ ‘การเกิดขึ้นร่วม’ คุณอาจมีโอกาสที่จะได้ปรับปรุงการจัดอันดับคีย์เวิร์ดของคุณด้วย

คุณจะต้องไม่ลืมว่านี่คือแนวคิดที่เชื่อว่า Google สามารถระบุความสัมพันธ์ของเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น จากการใช้คำร่วมกัน หรือการใช้วลี

วิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาหัวข้อย่อยที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในโพสต์ของคุณ คือ คุณสามารถลองดูว่าหน้าเว็บไซต์ใดที่มีการจัดอยู่ในอันดับสูงสุด สำหรับคีย์เวิร์ดเป้าหมายของคุณ หรือคุณสามารถใช้เครื่องมือตรวจสอบช่องว่างเนื้อหาของ Ahrefs

คุณแค่เพียงต้องป้อน URL หน้าเว็บไซต์ ที่อยู่ในสองหรือสามอันดับแรก ตั้งค่าเป็นโหมด “Prefix” และปล่อยให้ช่อง “Doesn’t rank for” ว่างเปล่า

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

จากนั้นเลือกที่ “Show keywords”

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

จากภาพด้านบน Content Gap จะแจ้งให้เราทราบว่าคีย์เวิร์ดใดเป็นคีย์เวิร์ดที่ถูกใช้บนหน้าเว็บไซต์ ที่ถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ สำหรับการค้นหาคำว่า “nintendo swith review” และหากลองเลื่อนดูในลิสต์จะเห็นคีย์เวิร์ดต่างๆ เช่น

– nintendo switch durability

nintendo switch number of players

nintendo switch screen quality

– nintendo switch build quality

ดังนั้นในตอนที่คุณต้องอัปเดต และรีเฟรชเนื้อหา คุณอาจต้องการมีการรวมหัวข้อย่อยเหล่านี้เข้าไปด้วย  และแน่นอนถ้าคุณเป็นแฟนตัวยงของ nintendo switch บางหัวข้ออาจจะดูธรรมดา แต่จะต้องมีบางหัวข้อที่คุณอาจไม่เคยนึกถึง

5. การมีลิงก์ย้อนกลับซ้ำจากหน้าเว็บไซต์ที่ล้าสมัย และมีคุณภาพต่ำ

“หัวข้อนี้ฟังดูคุ้นๆ หรือไม่?” เพราะคุณจะต้องลอง…
– ค้นหาคำใน Google
– คลิกผ่านไปยังผลลัพธ์ที่อยู่ในอันดับที่ 1
– มองหาส่วนที่ไม่ได้ตอบคำถามในการค้นหาของคุณ

คุณสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมถึงมี “การจัดอันดับนี้ให้อยู่ในอันดับที่ 1 ของหน้าผลการค้นหา”

“แต่นั่นคือข่าวดี” เพราะผลลัพธ์ประเภทนี้ถือเป็นโอกาสสำหรับคุณ

หากคุณลองคิดดูว่า ถ้าเนื้อหาบทความที่ไม่สามารถตอบคำถามได้เหล่านี้ ยังสามารถรับลิงก์ที่มีคุณภาพสูงจำนวนมาก และสามารถได้รับการจัดอันดับใน Google ได้ 

แล้วคุณล่ะ!

คุณแค่เพียงต้องมีเนื้อหาบทความที่ดีกว่า และหากคุณมีการรีเฟรชเนื้อหาอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว นั่นหมายถึงโอกาสที่คุณได้มีสิ่งที่ดีกว่าอยู่ในมือแล้ว

และสิ่งที่คุณต้องทำคือ การค้นหาเนื้อหาบทความที่มีคุณภาพต่ำกว่านี้ (แต่มีลิงก์จำนวนมาก) และให้ผู้คนที่เชื่อมโยงไปยังพวกเขาทำการเชื่อมโยงกับคุณแทน

ต่อไปนี้คือ ซึ่งสิ่งที่คุณต้องทำ

ก่อนอื่นคุณจะต้องป้อนคีย์เวิร์ดเป้าหมายของคุณลงใน Ahrefs ‘Content Explorer และหากคุณต้องการค้นหาหน้าเว็บไซต์ที่ล้าสมัยและมีคุณภาพต่ำ คุณเพียงจะต้องตั้งค่าตัวกรองบางส่วนไว้

– การอ้างอิงโดเมน ให้ตั้งค่าตัวกรองที่ 50 ขึ้นไป (เพื่อค้นหาหน้าเว็บที่มีลิงก์)
– ตั้งค่าตัวกรองวันที่เป็น > 3 ปีที่ผ่านมา (เพื่อค้นหาเนื้อหาที่ล้าสมัย)
– ตั้งค่าตัวกรองการนับจำนวนคำที่ <1,000 คำ (เพื่อค้นหาบทความที่ละเอียดน้อยลงและน่าจะเป็นบทความ “คุณภาพต่ำ”)
– ตรวจสอบผลลัพธ์เหล่านี้เพื่อหาข้อมูลที่ล้าสมัย หรืออาจมีการให้ข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิด

คุณสามารถดูตัวอย่างได้ที่ภาพด้านล่าง

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

หากคุณพบหน้าเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องเช่นนี้ ให้ลองคลิกที่เครื่องหมายรูปหมวก และเข้าไปยังหน้ารายงานลิงก์ย้อนกลับสำหรับหน้าเว็บไซต์นั้น นั่นคือโอกาสของคุณ เพราะตอนนี้สิ่งที่คุณต้องทำคือ ต้องค้นหาที่อยู่อีเมลของพวกเขา และทำการส่งบทความที่ทันสมัยไปให้พวกเขาแทน ตามคำแนะนำด้านล่าง

– สวัสดีฉันพบโพสต์ของคุณ: http: // post1
– มันเชื่อมโยงกับสิ่งนี้: http: // post2
– โพสต์ยอดเยี่ยม แต่ข้อมูลบางอย่างล้าสมัยแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง […]
– ฉันเพิ่งเขียนสิ่งนี้: http: // post3
– คู่มือแนะนำวันที่เกี่ยวกับ ______ มากขึ้น
– CTA: คุ้มค่าที่จะแลกลิงค์ใช่หรือไม่

อีเมลล์ข้างต้นเป็นเพียงข้อเสนอแนะจากเราเท่านั้น อย่าทำการคัดลอกคำต่อคำ คุณควรปรับแต่งเทมเพลตในแบบของคุณเพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละแคมเปญ

6. กระตุ้นหน้าเว็บไซต์ด้วยการลิงค์ภายใน (internal links)

ลิงก์ภายใน หมายถึง ลิงค์จากหน้าเว็บไซต์หนึ่งไปยังอีกหน้าเว็บไซต์หนึ่ง ภายใต้โดเมนเดียวกัน หากคุณเลือกใช้กลยุทธ์ลิงก์ภายใน นั่นจะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหน้าเว็บไซต์สำหรับเครื่องมือค้นหา

เพราะอะไร? 

เนื่องจากลิงก์ภายในช่วยให้มีการไหลเวียนของ PageRank ไปทั่วๆ เว็บไซต์ของคุณ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วยิ่งมีการเชื่อมโยงภายในเพจมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมี PageRank มากเท่านั้น และGoogle ก็เคยออกมายื่นยันว่า PageRank ได้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ถูกใช้ในการจัดอันดับ

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

ด้านบนคือ ตัวอย่างง่ายๆ ของวิธีการนี้

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

ดังนั้นหากคุณสามารถเพิ่มลิงก์ภายในจากหน้าเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง และมีการเข้าชมสูง ไปยังหน้าเว็บไซต์ที่คุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ ก็อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ให้กับการค้นหาทั่วไปได้ด้วย

ซึ่งคุณสามารถทำได้ตามวิธีการด้านล่างนี้

ก่อนอื่นคุณต้องมีรายการหน้าเว็บไซต์ที่คุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ ในกรณีนี้เราขอแนะนำให้ลองค้นหาหน้าเว็บไซต์ที่อยู่ในอันดับที่ 2 – 5 ที่มีคีย์เวิร์ดสัมพันธ์กัน

การจัดอันดับหน้าเว็บไซต์ในตำแหน่งเหล่านี้ เหมาะเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากมีการจัดอันดับอยู่ใกล้อันดับแรกแล้ว และการเพิ่มลิงก์ภายในที่มีประสิทธิภาพบางอย่าง อาจสร้างความแตกต่างในการจัดอันดับได้

เช่น หากคุณต้องการค้นหาหน้าเว็บไซต์เหล่านี้ ให้ลองตรวจสอบรายงานหน้าเว็บไซต์ยอดนิยมจาก Site Explorer ตามด้านล่าง

Site Explorer > ป้อนโดเมนของคุณ > หน้าแรก > เลือกกรองตำแหน่งที่ 2 – 5

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

ทำการบันทึกหน้าเว็บไซต์เหล่านี้ไว้ และวิธีที่ง่ายที่สุด ในการเริ่มต้นการเพิ่มลิงค์ภายในคือ การค้นหาตามรูปแบบด้านล่างนี้:

site:yourdomain.com “keyword or phrase related to page”

ถัดไปคุณจะต้องมองหาโอกาสในการเชื่อมโยงภายในกับเนื้อหาบทความที่เกี่ยวข้อง ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดในการจัดการกับเว็บไซต์คือ การใช้ Google search operator

ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการเพิ่มลิงก์ภายในไปยังคู่มือการทำ SEO ในหน้าของเรา เราจะทำการค้นหาใน Google ตามด้านล่าง

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

จากนั้นเราจะสำรวจแต่ละหน้าเว็บไซต์เหล่านี้ และทำการเพิ่มลิงก์ภายในไปยังหน้าเว็บไซต์เป้าหมายด้วยการใช้ Anchor Text

อีกทางเลือกหนึ่ง คือการเพิ่มลิงค์ภายในจาก “หน้าเว็บไซต์ที่ประสิทธิภาพ” ของคุณ ซึ่งเป็นหน้าเว็บไซต์ที่มีลิงก์ย้อนกลับมากที่สุด

คุณสามารถค้นหาหน้าเว็บไซต์เหล่านี้ได้ จาการตรวจสอบรายงานลิงก์ที่ดีที่สุดจาก Ahrefs ’Site Explorer

คุณจะต้องไปยัง Site Explorer > ป้อนโดเมนของคุณ > Best by links

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

คุณต้องเลือกจากลิสต์เหล่านี้ และค้นหาหน้าที่เกี่ยวข้อง จากนั้นทำการโพสต์เพื่อเพิ่มลิงค์ภายใน

7. แก้ไขลิงก์ย้อนกลับที่เสียหายที่มีการลิงก์มายังเว็บไซต์ของคุณ

ลิงก์ย้อนกลับที่เสียหาย หมายถึง ลิงก์ที่ใช้งานไม่ได้ที่มีการเชื่อมโยงมาจากเว็บไซต์อื่นๆ มายังเว็บไซต์ของคุณ ความเสียหายมักจะเกิดขึ้นเนื่องจาก

– คุณได้ทำการลบ หรือย้ายหน้าเว็บไซต์ที่มีลิงก์ย้อนกลับ
– เว็บไซต์เชื่อมโยงทำงานผิดพลาด เมื่อมีการเชื่อมโยงมายังคุณ

นั่นฟังดูไม่ดีเลยใช่หรือไม่

ลองคิดดูว่า หากคุณมีหน้าเว็บไซต์ ที่มีลิงก์ย้อนกลับที่เสียหายจากหน้าเว็บไซต์อื่นจำนวนมาก นั่นจะไม่เพียงทำให้คุณสูญเสียความน่าเชื่อถือ แต่นั่นจะยังทำให้คุณยังสูญเสีย “ผลประโยชน์” จากลิงก์เหล่านั้นด้วย

“ดังนั้นคุณจำเป็นต้องแก้ไข และตรวจสอบให้ดี” “แล้วคุณจะทำได้อย่างไร?” 

คุณสามารถโดยการใช้ Ahrefs Site Explorer ทำการเชื่อมต่อโดเมนของคุณเข้ากับ Site Explorer และไปยัง “The Best Pages by Incoming Links”ตั้งค่าตัวกรองให้เป็น “404 not found” เพื่อจะได้ทำการค้นหาหน้าเว็บไซต์ทั้งหมดที่เสียหายของคุณ และคุณจะเห็นลิสต์ของผลลัพธ์

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

ลิสต์ของผลลัพธ์จะแสดงให้คุณเห็นหน้าเว็ยไซต์ที่มีจำนวนลิงก์ที่เสียหายเรียง เริ่มจากหน้าเว็บไซต์ที่มีจำนวนมากที่สุด จากนัั้นคุณสามารถทำการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ตามคำแนะนำด้านล่าง

เปลี่ยนเส้นทางหน้าเว็บไซต์ที่เสียหายไปยังตำแหน่งใหม่ ซึ่งคุณอาจมีการเปลี่ยน URL ของหน้าเว็บไซต์และลืมทำการเปลี่ยนเส้นทาง ในกรณีนี้ค้นหาตำแหน่งหน้าเว็บไซต์ใหม่และใช้วิธีการเปลี่ยนเส้นทาง 301

เปลี่ยนเส้นทางหน้าเว็บไซต์ที่เสียหายไปยังหน้าเว็บไซต์อื่นที่เกี่ยวข้องแทน ลองค้นหาหน้าเว็บไซต์ที่คล้ายกันบนเว็บไซต์ของคุณ และทำการเปลี่ยนเส้นทาง หน้า 404 นี้ไปยังหน้านั้นแทน

กู้คืนหน้าเว็บไซต์ หากคุณทำผิดพลาด ทำให้หน้าเว็บไซต์เสียหาย จงทำการกู้กลับคืน!

สร้างหน้าเว็บไซต์ที่เสียหายขึ้นมาใหม่แทนที่ URL ที่ไม่ทำงาน โดยการใช้เครื่องมือ Wayback เพื่อค้นหาหน้าที่ใช้งานไม่ได้ และทำการแทนที่หรือสร้างหน้าเว็บไซต์ขึ้นมาใหม่

หรือหากปัญหาที่คนหลายคนมักทำผิดพลาด คือ เมื่อมีการเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของคุณ (เช่นการเพิ่ม “ /”)  คุณจะต้องติดต่อเจ้าของเว็บไซต์แล้วขอให้พวกเขาทำการแก้ไขปัญหา!

8. ลองทำตามชุดข้อมูลตัวอย่างที่แนะนำ

ภาพด้านล่างเป็นตัวอย่างชุดข้อมูลที่โดดเด่น:

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

โดยพื้นฐานแล้ว Google จะแสดงคำตอบทั้งหมดหรือบางส่วนให้กับคำถามโดยตรงในหน้าผลการค้นหา

จากการศึกษาของเรา ตัวอย่างชุดข้อมูลที่โดดเด่นเหล่านี้ได้รับการคลิกโดยเฉลี่ยประมาณ 8.6% ในขณะที่หน้าเว็บไซต์ที่อยู่ในอันดับด้านล่างจะได้รับการคลิกถึง 19.6% หากไม่มีตัวอย่างข้อมูลเด่นเหล่านี้ ผลลัพธ์อันดับที่ 1 จะได้รับการคลิกทั้งหมด 26% 

นั่นแสดงให้เห็นว่าชุดข้อมูล มีความสำคัญในการขโมยคลิก จากเว็บไซต์ที่อยู่ในผลการจัดอันดับที่ 1

จากการศึกษาของเราพบว่ามีเพียงหน้าเว็บที่ถูกจัดอันดับในหน้าแรกของ Google เท่านั้นที่มีโอกาสชนะชุดข้อมูลนี้ แต่คุณไม่จำเป็นต้องอยู่ในอันดับที่ 1 

และด้านล่างต่อจากนี้เป็นสิ่งที่คุณควรทำ เพื่อจะคว้าโอกาสไว้

โอกาสที่คุณจะได้รับการจัดอันดับเนื้อหาบทความบางส่วนในหน้าแรกของผลการค้นหาที่มีตัวอย่างข้อมูลที่โดดเด่น คือ คุณจะต้องทำคือปรับหน้าเว็บไซต์เหล่านี้ให้เหมาะสม

คุณอาจจะลองป้อนโดเมนของคุณลงใน Site Explorer และไปที่รายงานคีย์เวิร์ด ตั้งค่าการกรองข้อความค้นหาที่คุณจัดอันดับใน 10 อันดับแรก และลองวำเคราะห์ตัวอย่างข้อมูลในผลการค้นหา

Site Explorer -> ป้อนโดเมน -> คำหลักทั่วไป -> ตัวกรอง 10 อันดับแรก -> คุณสมบัติของ SERP -> ตัวอย่างที่แนะนำ

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

มองผ่านรายการคีย์เวิร์ดเหล่านี้ เพื่อทำการค้นหาตัวอย่างที่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของ วิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่งและพยายามหาสาเหตุว่าทำไมพวกเขาถึงได้เป็นเจ้าของตัวอย่างข้อมูล ด้านล่างจะเป็นปัญหา และแนวทางแก้ไขที่อาจเกิดขึ้น

– เนื้อหาของคุณไม่เป็นไปตามรูปแบบที่ผู้ค้นหาต้องการ เพราะหากหน้าเว็บไซต์ที่มีการจัดอันดับมีและคุณก็ไม่ นั่นก็น่าจะเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณยังไม่ได้เป็นเจ้าของตัวอย่าง

คุณมีปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างการแสดงข้อมูล เพราะ Google จะพึ่งพาโครงสร้าง HTML ที่เหมาะสมเพื่อช่วยให้เข้าใจว่าเนื้อหาของคุณเขียนเกี่ยวกับอะไรและมีโครงสร้างแบบไหน

– แต่หากคุณไม่มีการใช้โครงสร้างข้อมูลที่เหมาะสม Google อาจจะสามารถระบุเนื้อหาของคุณและนำเสนอเนื้อหาในตัวอย่างข้อมูลเด่นได้ยากกว่า

ที่สำคัญคือ ตัวอย่างข้อมูลเด่นบางส่วนนั้นมาจากหน้าเว็บที่มีการใช้โครงสร้างที่ดี จนถึงตอนนี้เราได้ทำการแบ่งปันกลยุทธ์มากมาย ที่คุณสามารถใช้เพื่อปรับปรุงการจัดอันดับโดยไม่ต้องสร้างเนื้อหาใหม่ แต่จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากคุณดำเนินการตามที่เรากล่าวมาทั้งหมดแล้ว และคุณจะต้องทำอย่างไรต่อไป?

นั่นคือคุณจะต้องทำการสร้างเนื้อหาเพิ่มเติม จากนั้นคุณจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพหน้าเว็บไซต์เหล่านั้นเพื่อการจัดอันดับที่ดีขึ้น 

ดังนั้นเราขอแนะนำให้คุณเริ่มต้นกระบวนการนั้นด้วยการค้นหาแนวคิดของเนื้อหาบทความ ที่มีเนื้อหาที่ไม่เป็นประโยชน์ซึ่งนั่นทำให้ง่ายต่อการจัดอันดับ

โดยคุณจะต้องไปที่ Ahrefs ’Content Explorer แล้วป้อนคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง จากนั้นตั้งค่าตัวกรองสองตัว

– การอ้างอิงโดเมนให้ <5
– ตัวกรองปริมาณการค้นหา = 1,000+

ผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร? 

หน้าเว็บไซต์ที่มีปริมาณการค้นหาจำนวนมาก กลับมีลิงก์ย้อนกลับน้อยหรืออาจจะไม่มีเลย

SEO_รับทำ SEO_การทำ SEO_บริษัทรับทำ SEO_กลยุทธ์ SEO_ทำ seo ติดอันดับหน้าแรก_เทคนิค SEO_เทคนิคการทำ SEO_เทคนิคการตลาดออนไลน์_ทํา seo google

ลองเลื่อนดูด้านล่าง และเริ่มมองหาแนวคิดสำหรับเนื้อหาบทความที่คุณสามารถนำไปกำหนดเป้าหมายได้

ลองดูตัวอย่างง่ายๆ นี้กันคือ ถ้าเราเป็นเจ้าของ “ร้านขายเครา” (หรือที่รู้จักร้านที่ขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเครา) ฉันสามารถสร้างเนื้อหาเกี่ยวกับ “วิธีรักษาเคราสี่เหลี่ยม” และ “รูปแบบหนวดเคราสำหรับชายผิวดำ” ได้อย่างง่ายดาย

แนวคิดแนะนำสุดท้าย
กลยุทธ์ทั้งหมดนี้มีศักยภาพในการช่วยเพิ่มอันดับของคุณในเครื่องมือค้นหาได้ แต่อย่าคาดหวังว่าอันดับของคุณจะกระโดดขึ้นไป ภายในระยะเวลาข้ามคืน

จากการวิจัยของเรา แสดงให้เห็นว่ามีเพียง 5.7% ของหน้าเว็บไซต์ที่มีการเผยแพร่ใหม่ทั้งหมด จะได้ขึ้นไปอยู่ยังหน้าแรกของ Google ได้ภายในหนึ่งปี นั่นไม่น่าแปลกใจเลย เพราะ SEO ถือเป็นเกมส์ระยะยาว

ดังนั้น ถึงแม้ว่าคุณได้ทำตามกลยุทธ์เหล่านี้แล้ว แต่ก็ยังนั่นก็ไม่สามารถใช้แทนกลยุทธ์การทำ SEO ระยะยาวได้อยู่ดี

อ้างอิงจาก: https://ahrefs.com/blog/how-to-improve-seo/